การเห็นทุกข์และสัมมาทิฐิ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 11 หน้า 92
หน้าที่ 92 / 124

สรุปเนื้อหา

เช่นเรื่องของทุกข์ ได้ยินคำว่า แก่ เจ็บ ตาย ไม่ใช่เห็น สำหรับชาวพุทธธรรมดาอย่างดิฉันนี้ ซึ่งยังไม่อยาก แต่คนอื่น แก่ เจ็บ ตาย ต้องพิจารณาจนเห็นว่าตนเอง กำลัง แก่ เจ็บ ตาย อยู่ทุกขณะ จนเกิดความสังเวช สลดใจ เบื่อหน่ายในทุกข์ อยากพ้นไปจากทุกข์ อย่างนี้จึงจะเรียกว่า "เห็น" ทุกข์ "การเห็นทุกข์อย่างที่ท่านบรรยายมานี้ จะ ทำให้คนกลายเป็นพระอริยบุคคลทันทีหรือไม่ ?" "ยัง การเห็นทุกข์ในขั้นนี้ เป็นการ "เห็น ด้วยทิฐิ" ยังไม่ใช่เห็นด้วย “ญาณ” เมื่อใดเห็นด้วยญาณ เมื่อนั้นจึงจะเป็นพระอริยบุคคล แต่การเห็นด้วย "ทิฐิ" อันเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การเห็นด้วย "ญาณ" เมื่อ ใดคนเห็นทุกข์ด้วยทิฐิ เมื่อนั้น "สัมมาทิฐิ” อันเป็น องค์แรกของมรรคมีองค์ ๘ ก็เกิดขึ้น ในบรรดา มรรคมีองค์ ๘ พระพุทธเจ้าตรัสว่าสัมมาทิฐิสำคัญที่ ส

หัวข้อประเด็น

- การเห็นทุกข์และสัมมาทิฐิ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เช่นเรื่องของทุกข์ ได้ยินคำว่า แก่ เจ็บ ตาย ไม่ใช่เห็น สำหรับชาวพุทธธรรมดาอย่างดิฉันนี้ ซึ่งยังไม่อยาก แต่คนอื่น แก่ เจ็บ ตาย ต้องพิจารณาจนเห็นว่าตนเอง กำลัง แก่ เจ็บ ตาย อยู่ทุกขณะ จนเกิดความสังเวช สลดใจ เบื่อหน่ายในทุกข์ อยากพ้นไปจากทุกข์ อย่างนี้จึงจะเรียกว่า "เห็น" ทุกข์ "การเห็นทุกข์อย่างที่ท่านบรรยายมานี้ จะ ทำให้คนกลายเป็นพระอริยบุคคลทันทีหรือไม่ ?" "ยัง การเห็นทุกข์ในขั้นนี้ เป็นการ "เห็น ด้วยทิฐิ" ยังไม่ใช่เห็นด้วย “ญาณ” เมื่อใดเห็นด้วยญาณ เมื่อนั้นจึงจะเป็นพระอริยบุคคล แต่การเห็นด้วย "ทิฐิ" อันเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การเห็นด้วย "ญาณ" เมื่อ ใดคนเห็นทุกข์ด้วยทิฐิ เมื่อนั้น "สัมมาทิฐิ” อันเป็น องค์แรกของมรรคมีองค์ ๘ ก็เกิดขึ้น ในบรรดา มรรคมีองค์ ๘ พระพุทธเจ้าตรัสว่าสัมมาทิฐิสำคัญที่ สุด เมื่อมีสัมมาทิฐิแล้ว สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ก็เกิดขึ้นต่อเนื่องกันไปตามลำดับ โดย เป็นเหตุเป็นผลสนับสนุนซึ่งกันและกัน ถ้าจะเปรียบ ให้เห็นชัด สัมมาทิฐิ เปรียบเหมือนหัวรถจักร ส่วน องค์มรรคทั้ง ๆ ที่เหลือเปรียบเหมือนตู้รถไฟเจ็ดตู้ที่อยู่ เรียงลำดับกันไป เมื่อหัวรถจักรเริ่มเคลื่อน มันจะดึง เอาตู้ที่ ๑ ให้เคลื่อนไปด้วย ตู้ที่ ๑ จะดึงตู้ที่ ๒ ตู้ที่ ๒ ดึงตู้ที่ ท ตู้ที่ ๓ ดึงตู้ที่ ๔ ตู้ที่ ๔ ดึงตู้ที่ ๔ ตู้ที่ ๔ ดึงตู้ที่ 5 ตู้ที่ 5 ดึงตู้ที่ ๒ โดยลำดับ เมื่อตู้ทั้ง ๗ เคลื่อนที่ไปอย่างรวด เร็วพร้อมกันแล้วรถไฟนั้นก็เป็นขบวนเดียวกัน มีแรง และความเร็วเป็นอันเดียวกัน สามารถวิ่งไปสู่สถานี จุดหมายปลายทางได้ มรรคมีองค์ ๘ ก็เหมือนกัน เมื่อสัมมาทิฐิเกิดแล้ว สัมมาสังกัปปะจนถึงสัมมาสมาธิ ก็เกิดขึ้น เมื่อเกิดสัมมาสมาธิ สัมมาญาณะก็เกิดขึ้น เมื่อเกิดสัมมาญาณะ สัมมาวิมุติ คือ ความหลุดพ้น ชอบก็เกิดขึ้น เมื่อหลุดพ้นจากกิเลสและกองทุกข์แล้ว บุคคลนั้นก็กลายเป็นพระอริยบุคคลไป ที่อาตมาแสดง มานี้โยมพอจะเข้าใจบ้างไหม ?” "พอจะติดตามได้บ้าง แต่ลำาบากเต็มที เพราะดิฉันไม่มีพื้นความรู้เดิมในทางนี้ รู้สึกว่าท่าน แสดงธรรมชั้นสูงมาก ดิฉันอยากเรียนถามว่า ๕๐ ก ล ย า น มี ตร ไปนิพพานจะทําอย่างไร ?" "ถ้ายังไม่อยากไปนิพพาน ก็แสดงว่ายังไม่ เกิดสัมมาทิฐิ ยังไม่เห็นทุกขสัจจ์ ยังมีมิจฉาทิฐิ เห็นว่า ชีวิตและโลกยังน่าอภิรมย์ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเตรียมตัว เผชิญกับการเวียนว่ายตายเกิดในห้องมืด คือภพทั้ง ต่อไป ถ้าจับพลัดจับผลูกำเนิดในนรก ในกำเนิด เดียรัจฉานถูกเขาจับเชือดคอ อย่ามาต่อว่าอาตมาก็ < แล้วกัน เพราะประตูอบายภูมิย่อมเปิดกว้างไว้เสมอ สำหรับปุถุชน แต่เอาเถอะ ถ้ายังไม่อยากปิดประตูนรก พระพุทธศาสนาก็มีอะไรต่าง ๆ ไว้สำหรับคน ทุกประเภท อาตมาเปรียบเทียบไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า พระพุทธศาสนาเปรียบเหมือนมะพร้าว มีทั้งเปลือก กะลา เนื้อและน้ำ คนที่ไม่ต้องการน้ำมะพร้าว ต้อง การแต่เปลือก เอาไปทำเชือกก็เอา ผู้ที่ไม่ต้องการ เปลือกแต่ต้องการกะลาไปทำกะบวยก็เอา ผู้ที่ไม่ต้อง การกะลาต้องการแต่เนื้อและน้ำไปดื่มไปกินแก้กระหาย ก็เอา พิธีกรรมเป็นเปลือกของพระพุทธศาสนา ศีลธรรมเป็นกะลา อริยสัจจ์ 4 เป็นเนื้อ ญาณและ วิมุติเป็นน้ำ ใครต้องการอะไรก็เชิญเอาตามสบาย พระพุทธศาสนามีทุกสิ่งสำหรับทุกคน อ่านต่อฉบับหน้า Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More