ข้อความต้นฉบับในหน้า
เท่าไร ?”
หญิงสาวนั่งก้มหน้านิ่งไม่ยอมตอบ เพราะ
ตามปกติหญิงสาวโดยทั่วไปที่มีอายุเลย ๒๕ ไปแล้ว
ไม่ค่อยกล้าเปิดเผยอายุจริงของตนให้คนอื่นทราบ
"โยมอายุเท่าไร ? อาตมาถามซ้ำอีก
หญิงสาวอิดเอื้อนอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า
"ท่านถามทำไม ? ท่านจะดูหมอให้ดิฉัน
หรือ ?
"อาตมาดูหมอไม่เป็น
"ถ้าอย่างนั้นดิฉันไม่บอก
"ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ถ้าจะให้อาตมาทาย
อาตมาคิดว่าโยมอายุราว ๒๐ ปีเศษ ๆ
หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างพอใจทันที อาตมา
ปล่อยให้เธอยิ้มด้วยความพออกพอใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้ว
เป็น
หญิงสาวก้มหน้านิ่งด้วยความขวยอาย
"โยมไม่ใช่รายพิเศษอะไร คนอื่น ๆ
อย่างนี้ทั้งนั้น เมื่อเราไม่กล้าสู้หน้ากับอริยสัจจ์ เราก็
ไม่เห็นอริยสัจจ์ เมื่อไม่เห็นอริยสัจจ์ ก็เป็นพระอริย
บุคคลไม่ได้ เรื่องมันมีอยู่เท่านี้
"ท่านหมายความว่า ในอริยสัจจ์ ๔ นั้น เรา
ควรจะรู้จักทุกขสัจจ์ก่อน ใช่ไหมคะ ?”
“ใช่ เราต้องเริ่มต้นด้วยการเห็นทุกข์ก่อน
ถ้าเราศึกษาพุทธประวัติก็ดี ประวัติของพระอริย
สาวกทั้งหลายก็ดี เราจะเห็นได้ว่าชีวิตทางศาสนา
ของท่านเริ่มต้นด้วยการเห็นทุกข์ก่อน พระพุทธเจ้า
เมื่อยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ตอนต้น ๆ ก็ทรงดำเนิน
ชีวิตเหมือนคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป วันหนึ่งขณะเสด็จ
ประพาสสวนอุทยาน ได้ทอดพระเนตรเห็นคนแก่ คน
เจ็บและคนตาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความทุกข์ใน
ชีวิต จึงเกิดความสังเวชสลดพระทัย ทรงเบื่อหน่ายต่อ
ทุกข์ ในที่สุดก็ทรงสละฆราวาสวิสัยเสด็จออกบรรพชา
อาการยิ้มแย้มของหญิงสาวหายไปเป็นปลิด และได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในที่สุด ก็เมื่อพระบรม
กล่าวต่อไปว่า
คนอายุ ๑๕
"แต่โยมดูแก่เกินวัย หน้าตาท่าทางดูคล้าย
ทิ้ง เธอจ้องดูอาตมาด้วยสายตาแสดงความไม่พอใจ ศาสดาของเราทรงเริ่มต้นด้วยการเห็นทุกข์ก่อนเช่นนี้
อย่างยิ่ง
ๆ
"อาตมาต้องขอโทษ ถ้าคำพูดของอาตมาทำ
ให้โยมไม่พอใจ เพียงอาศัยบทพิสูจน์ง่าย ๆ เท่านี้เอง
อาตมาก็ทราบได้แล้วว่า โยมก็เหมือนชาวพุทธอื่น ๆ
ที่ไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นอริยสัจจ์ พยายามหลบหนี
อริยสัจจ์อยู่ตลอดเวลา
หญิงสาวมองดูอาตมาอย่างงง ๆ แล้วถามว่า
"ท่านหมายความว่าอย่างไร ?”
"หมายความว่า โยมไม่ชอบความแก่ เมื่อ
อาตมาถามอายุโยมไม่ยอมบอก เพราะกลัวตัวเลข
มาก ๆ เมื่ออาตมาบอกว่าโยมดูแก่เกินวัย โยมแสดง
ความไม่พอใจออกมาทันที เพราะโยมเกลียดความแก่
โยมไม่อยากเผชิญหน้ากับความแก่ โยมไม่ยอมรับว่า
ตัวแก่ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย เป็นอริยสัจจ์
ประการหนึ่ง คือเป็นทุกขสัจจ์ ก็เมื่อโยมไม่อยาก
เราซึ่งเป็นพุทธมามกะจะไปเริ่มต้นที่ไหนเล่า จึงจะ
พ้นทุกข์ ?"
ความจริง ดิฉันก็รู้ดีว่า ชีวิตมีความทุกข์ มี
แก่ เจ็บ ตาย อย่างนี้จะเรียกว่า เห็นอริยสัจจ์ได้หรือ
ยังคะ ?"
"อย่างนี้ไม่เรียกว่า "เห็น" อริยสัจจ์ เพียงแต่
"รู้จัก" อริยสัจจ์ หรืออริยสัจจ์ได้ เพราะได้ยินได้ฟัง
มาหรือได้อ่านหนังสือมาเท่านั้น การรู้แบบนี้เป็นการ
รู้ด้วยปัญญา เป็นการรู้อย่างผิวเผินไม่มีผลทางจิตใจ
ใด ๆ ทั้งสิ้น ใคร ๆ ที่เรียนพระพุทธศาสนา ก็พอจะ
รู้อริยสัจจ์แบบนี้ได้ เรื่องของอริยสัจจ์นี้ ต้อง "เห็น"
ไม่ใช่ "รู้" อย่างเดียว
ว่า ?"
"ทำอย่างไรจึงจะ "เห็น" อริยสัจจ์อย่างท่าน
"ธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นโอปนยิโก
เผชิญหน้ากับทุกขสัจจ์ พยายามหลบหลีกทุกขสัจจ์อยู่ แปลว่า ต้องน้อมเข้ามาสู่ตน ต้องมองให้เห็นที่ตนไม่
อย่างนี้จะยืนยันว่าตัวอยากเห็นอริยสัจจ์ได้อย่างไร ? ใช่มองดูที่คนอื่นหรือสิ่งอื่น ไม่ใช่มองออกไปข้างนอก
กัล ย า ม ม ต ร ๘๕
Kalyanamitra.org