การตอบปัญหาจากหลวงพ่อ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 4 หน้า 33
หน้าที่ 33 / 121

สรุปเนื้อหา

หลวงพ่อ ตอบปัญหา โดย พระภาวนาวิริยคุณ รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เมื่อมีข้อข้องใจ อย่าเก็บความสงสัยไว้ โปรดเขียนคำถามส่งมาที่ ฝ่ายวิชาการ วัดพระธรรมกาย วงเล็บที่มุมซองว่า (หลวงพ่อตอบปัญหา) ตื้อใว่แล้วดีเอง ? ก็เอาไว้เตือนใจให้ทุกคนได้คิดว่านี่ เวลาทำสมาธิ ผมมัก อย่างน้อยที่สุดการที่เราเข้ามาวัดนี้ คิดถึงเรื่องเก่า ๆ ที่ เราก็พยายามทำตัวให้ดีขึ้น ให้เป็น ไม่ดีที่เคยทำมา หรือ คนเต็มคน มีศีล ๕ ให้ครบ ถ้าเต็ม บางทีก็นึกถึงแต่อะไรๆ คนอยู่แล้วก็พยายามเป็นเทวดาด้วย ที่ไม่ดีจะมีวิธีใดบ้างที่จะแก้ไขได้ครับ? นะ การเป็นเทวดาจะเป็นชั้นสูงหรือ มีวิธีเยอะแยะเลย ลูกเอ๋ย แต่ดีที่สุดคือ “ซื้อครองโลก” มัน อยากจะคิดไม่ได้เข้าท่าเข้าทางอะไร ก็ช่าง มันอยากคิด ๆ ไป ถ้า ตราบใดใจยังไม่หยุดคิด ก็จะไม่ลุก จากที่นั่ง ม

หัวข้อประเด็น

- การตอบปัญหาจากหลวงพ่อ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หลวงพ่อ ตอบปัญหา โดย พระภาวนาวิริยคุณ รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เมื่อมีข้อข้องใจ อย่าเก็บความสงสัยไว้ โปรดเขียนคำถามส่งมาที่ ฝ่ายวิชาการ วัดพระธรรมกาย วงเล็บที่มุมซองว่า (หลวงพ่อตอบปัญหา) ตื้อใว่แล้วดีเอง ? ก็เอาไว้เตือนใจให้ทุกคนได้คิดว่านี่ เวลาทำสมาธิ ผมมัก อย่างน้อยที่สุดการที่เราเข้ามาวัดนี้ คิดถึงเรื่องเก่า ๆ ที่ เราก็พยายามทำตัวให้ดีขึ้น ให้เป็น ไม่ดีที่เคยทำมา หรือ คนเต็มคน มีศีล ๕ ให้ครบ ถ้าเต็ม บางทีก็นึกถึงแต่อะไรๆ คนอยู่แล้วก็พยายามเป็นเทวดาด้วย ที่ไม่ดีจะมีวิธีใดบ้างที่จะแก้ไขได้ครับ? นะ การเป็นเทวดาจะเป็นชั้นสูงหรือ มีวิธีเยอะแยะเลย ลูกเอ๋ย แต่ดีที่สุดคือ “ซื้อครองโลก” มัน อยากจะคิดไม่ได้เข้าท่าเข้าทางอะไร ก็ช่าง มันอยากคิด ๆ ไป ถ้า ตราบใดใจยังไม่หยุดคิด ก็จะไม่ลุก จากที่นั่ง มันกลัว เดี๋ยวมันก็หยุดคิด มันกลัวจะนั่งนาน ซื้อไว้ เชื่อ หลวงพ่อเถอะ ? ศาลาจาตุมหาราช อาคารดาวดึงส์ อาคาร ยามา ซึ่งอยู่ที่วัดนี้มี ความหมายถึงอะไร? เป็นชื่ออาคารของวัด เพื่อ ความสะดวกในการเรียน ให้รู้ว่าศาลา ที่เราต้องการจะใช้นั้น หมายถึง ศาลาไหน เราก็เลยนำชื่อของสวรรค์ ชั้นต่าง ๆ เอามาตั้งเป็นชื่อศาลา ชื่ออาคาร สวรรค์ชั้นต้นชื่อ จาตุ มหาราช เราก็เอามาตั้งชื่อศาลา หลังแรกนี่ สวรรค์ชั้นที่ ๒ มีชื่อว่า ดาวดึงส์ เราก็เอาไปตั้งชื่ออาคาร หลังที่ ๒ ว่า ดาวดึงส์ ไล่กันเรื่อยไป ชั้นต่ำ ขึ้นอยู่กับหิริโอตตัปปะที่เรา ถือได้ หิริคือ ความอายบาป อาย นักที่จะทำความชั่ว ทำความบาป ไม่ทำไม่คิดไม่พูด แล้วโอตตัปปะ คือความเกรงต่อผลแห่งการทำบาป กลัวตกนรกหมกไหม้ ใครมีความ อายบาปกลัวบาปมาก คนนั้นก็ได้ เป็นเทวดาชั้นสูงใครมีความอายบาป กลัวบาปน้อย คนนั้นก็เป็นเทวดา ชั้นต่ำ เทวดาก็มีชั้น ไม่ใช่ว่าเป็น เทวดาแล้วเสมอหน้ากันหมด ไม่ใช่ ขึ้นอยู่กับหิริโอตตัปปะที่ฝึกได้ ยกตัวอย่างก็แล้วกัน เช่น เอ้า คุณเอาไปสัก ๑๐๐ บาทไปตีหัว ไอ้คนนั้นที ไม่เอาละกลัวบาป งั้น เอาไป 9,000 บาทก็แล้วกัน เอ..ตี หัวคนได้พันหนึ่ง บางคนชักคันมือ เออก็ดีเหมือนกันนะแต่บางคนไม่เอา ฉันกลัวบาป แล้วหมื่นหนึ่งละเอามั้ย แล้วแสนล่ะ คือ...ก็ดีเหมือนกัน แน่ะ หิริโอตตัปปะ ชักคลอนแคลน บาง พวกแสนไม่เอา แล้วล้านล่ะ ล้าน ชักจะเอา บางพวกล้านก็ไม่เอา เขาก็เลยบอกว่า งั้นเอาลูกปืนไหม กลัวลูกปืน กลัวตายก็เลยทำความชั่ว เมษายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๒๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More