ข้อความต้นฉบับในหน้า
ณค่าของคนไม่ใช่อยู่ในสิ่งที่
- เขามี แต่อยู่ในสิ่งที่เขาเป็น
แม้ว่าบุคคลนั้น จะเพียบ
พร้อมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สมบัติ
ลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข แต่
หากใช้ทรัพย์เหล่านี้ด้วยความประ
มาทก็เปล่า ประโยชน์ที่จะสร้าง
คุณค่าให้เกิดมีขึ้นในตน เนื่องจาก
ทรัพย์นี้คือโลกียทรัพย์ เป็นทรัพย์
ภายนอกที่ต้องอาศัยปัญญาคือทรัพย์
ภายในคอยกำกับพิจารณา บริหาร
เรื่องราวแห่งพระอริยสาวก
ผู้ทรงคุณอันประเสริฐในพระพุทธ
ศาสนาเป็นสิ่งที่พวกเราชาวพุทธควร
จะได้เรียนรู้และจดจำเป็นแบบอย่าง
ในการสร้างความดี นอกเหนือไปจาก
พุทธประวัติ เพราะนอกจากจะได้
ทราบถึงประวัติความเป็นมาอันเป็น
ก็พอ
ชนหลายพวกต่างแสดงความ
คิดเห็นเป็นไปในทำนองคัดค้าน
พวกที่กล่าวเสนอแนะมาแล้ว จนไม่
อาจตกลงกันได้ในที่ประชุม ครั้น
แล้วที่ประชุมก็เงียบกริบ เมื่อหัวหน้า
เครื่องสนับสนุนว่า ท่านเหล่านั้นมี
ชีวิตปรากฏอยู่จริง เมื่อครั้งพุทธกาล
แล้ว ยังได้ทราบถึงเกียรติคุณของ
ช่างไม้ลุกขึ้นกล่าวในที่ประชุมด้วย
น้ำเสียงที่นุ่มนวลชวนฟังว่า “การจะ
ก่อสร้างถาวรวัตถุอะไรก็ตาม ควรจะ
พระอริยสาวกผู้ทรงคุณความดีเป็น
เอกในพระพุทธศาสนาว่าท่านดำเนิน
คำนึงถึงวันข้างหน้าที่จะต้องซ่อม
แซมกันบ้าง ถ้าก่อสร้างไว้ใหญ่มาก
ทรัพย์นั้นในทางที่สร้างสรรค์เพื่อ
ชีวิตผ่านพ้นอุปสรรคได้อย่างไร กว่า
ที่จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดของชีวิตคือ
พอเกิดชำรุดทรุดโทรมขึ้นมาก็จะมี
บันดาลคุณประโยชน์สูงสุดแก่ตนเอง
ผลถึงการซ่อมแซมได้ยาก สำหรับ
หมดกิเลสเข้าสู่กระแสพระนิพพาน
และผู้อื่น
ในที่สุด
ในวันข้างหน้าเพื่อการซ่อมแซมที่
ดังเรื่องราวอริยสาวกองค์หนึ่ง
ง่ายขึ้นควรจะก่อสร้างพระเจดีย์ให้
ท่านได้ใช้คุณสมบัติและรูปกายของ หลังไปในสมัยของพระมหากัสสป. สูงเพียง ๑ โยชน์ (เท่ากับระยะทาง
แดนเกษม
๑๖ กิโลเมตร)
ท่านเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ตัวท่าน สัมมาสัมพุทธเจ้า สกุณฏกภัททิยะ
เองและบุคคลอื่น ให้ก้าวพ้นทะเล ได้เกิดเป็นหัวหน้าช่างไม้ในนิคม ชนทั้งหลายที่ประชุมกันอยู่
สังสารวัฏไปสู่ฝั่งพระนิพพานอันเป็น แห่งหนึ่ง เมื่อเวลาที่พระกัสสปสัม- เมื่อได้ฟังหัวหน้าช่างไม้ให้เหตุผล
มาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพ ต่างก็เห็นดีตามถ้อยคำของหัวหน้า
ประวัติของท่านปรากฏใน พานแล้ว ชนทั้งหลายร่วมกันปรึกษา ช่างไม้นั้น การก่อสร้างพระเจดีย์
สมัยพุทธกาลมีชื่อว่า “ภัททิยะ” เกิด หารือ เพื่อจะก่อสร้างพระเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระ
ในตระกูลเศรษฐี ณ เมืองสาวัตถี บรรจุพระบรมสารีริกธาตุว่า พระ กัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงมีความ
เมื่อมีอายุเจริญวัยมากขึ้นสติปัญญา เจดีย์นี้ควรสูงสักประมาณเท่าใด สูงเพียง ๑ โยชน์ ตามหลักเกณฑ์
ของท่านเฉียบแหลมเฉลียวฉลาด แต่ จึงจะเหมาะสมกับเกียรติคุณของ ของหัวหน้าช่างไม้นั้นทุกประการ
ร่างกายของท่านหาได้เติบโตตามอายุ พระองค์ ชนบางกลุ่มเสนอแนะว่า
ไม่ ตรงกันข้ามกลับเตี้ยต่ำดั่งคน ควรจะสร้างพระเจดีย์ให้สูงสัก ๓
แคระ ด้วยเหตุนี้บุคคลทั้งหลายจึง โยชน์ จึงจะเหมาะกับความเป็นเอก
เรียกท่านโดยมีคำนำหน้าว่า “สกุณ
ถูกภัททิยะ” ซึ่งมีความหมายว่า
ภัททิยะผู้มีร่างกายต่ำเตี้ย
อัครมหาบุรุษของโลก บางพวกพูด
คัดค้านว่า ๓ โยชน์นั้นสูงเกินไป
ควรจะก่อสร้างให้สูงสัก 5 โยชน์ก็
เหตุที่ท่านได้สรีระที่ต่ำเตี้ย พอแล้ว บางพวกก็คัดค้านอีกว่า 5
โยชน์ก็ยังนับว่าสูงเกินไปอีกนั่นแหละ
ไม่สมส่วนเช่นนี้ ก็เพราะผลกรรม
ในอดีตชาติบันดาลให้เป็นไป ย้อน ถ้าให้ดีก็ควรจะสูงเพียง ๕ โยชน์
ด้วยเหตุที่เป็นผู้กล่าวลด
ขนาดความสูงของการก่อสร้างพระ
เจดีย์ได้สำเร็จ จึงเป็นผลไม่ดีตั้งแต่
ชาตินั้นมา เมื่อหัวหน้าช่างไม้กลับ
ไปเกิดในชาติไหน ๆ จึงได้สภาพ
ร่างกายที่ต่ำเตี้ยกว่าคนอื่น ๆ เพราะ
ผลกรรมที่ตนได้กะประมาณพระ
เจดีย์ของพระพุทธเจ้าผู้ทรงหาพระ
คุณอันประมาณค่ามิได้ จากความ
เมษายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๘๗