การก่อสร้างพระเจดีย์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 4 หน้า 101
หน้าที่ 101 / 121

สรุปเนื้อหา

องค์ ลงในบาตร พระลกุณฏกภัททิยเถระ ได้ (คือเห็นกิริยาอาการภายนอกของ ท่าน) คนทั้ง ๒ พวกนี้ ย่อมถือเสียง เป็นประมาณคือ เอนเอียงไปตาม ถ้อยคำของผู้อื่น ส่วนผู้ที่เห็นทั้ง ภายในและภายนอกคือ เห็นทั้งใน ขันธ์ธาตุทั้งของตนและคนอื่น ย่อม ฝ่ายพระวิปัสสีพุทธเจ้าทอด กล่าวแสดงความเป็นพระอรหันต์ พระเนตรเห็นดังนั้น ก็ทรงทราบ ของท่าน ด้วยการกล่าวคาถาไว้ดังนี้ วาระจิตของนกดุเหว่า จึงทรงแลดู “เราผู้ชื่อว่าภัททิยะ อยู่ในป่ามะม่วง พระอโสกเถระผู้อุปฐากของพระองค์ อัมพาฏกะ ได้ถอนตัณหาพร้อม พระอโสกเถระจึงน้อมบาตรเข้าไป ทั้งรากขึ้นแล้ว เป็นผู้เจริญด้วย ถวายแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้าพระองค์ คุณมีศีลเป็นต้นเบ่งบานอยู่ในป่านั้น ไม่เอนเอียงไปตามถ้อยคำของผู้อื่น รับบาตรแล้วเปิดฝาบาตรรับผล คนบางพวกย่อมยินดีด้วยเสียง หรือผู้ที่ไ

หัวข้อประเด็น

- การก่อสร้างพระเจดีย์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

องค์ ลงในบาตร พระลกุณฏกภัททิยเถระ ได้ ๒ (คือเห็นกิริยาอาการภายนอกของ ท่าน) คนทั้ง ๒ พวกนี้ ย่อมถือเสียง เป็นประมาณคือ เอนเอียงไปตาม ถ้อยคำของผู้อื่น ส่วนผู้ที่เห็นทั้ง ภายในและภายนอกคือ เห็นทั้งใน ขันธ์ธาตุทั้งของตนและคนอื่น ย่อม ฝ่ายพระวิปัสสีพุทธเจ้าทอด กล่าวแสดงความเป็นพระอรหันต์ พระเนตรเห็นดังนั้น ก็ทรงทราบ ของท่าน ด้วยการกล่าวคาถาไว้ดังนี้ วาระจิตของนกดุเหว่า จึงทรงแลดู “เราผู้ชื่อว่าภัททิยะ อยู่ในป่ามะม่วง พระอโสกเถระผู้อุปฐากของพระองค์ อัมพาฏกะ ได้ถอนตัณหาพร้อม พระอโสกเถระจึงน้อมบาตรเข้าไป ทั้งรากขึ้นแล้ว เป็นผู้เจริญด้วย ถวายแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้าพระองค์ คุณมีศีลเป็นต้นเบ่งบานอยู่ในป่านั้น ไม่เอนเอียงไปตามถ้อยคำของผู้อื่น รับบาตรแล้วเปิดฝาบาตรรับผล คนบางพวกย่อมยินดีด้วยเสียง หรือผู้ที่ได้เห็นคุณธรรมมีศีลเป็นต้น มะม่วงจากนกดุเหว่า นกดุเหว่า ตะโพน เสียงพิณและบัณเฑาะว์ อยู่ในใจของพระอรหันต์ ได้เห็นคุณ ค่อย ๆ บรรจงวางผลมะม่วงสุกนั้น แต่ความยินดีของพวกเขานั้น ไม่ วิเศษภายนอกด้วยการปฏิบัติให้เป็น พระวิปัสสีพุทธเจ้า ประเสริฐ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ประโยชน์แก่ผู้อื่น จะไม่เอนเอียง ทรงพิจารณาเลือกสถานที่เหมาะสม ส่วนเรายินดีแล้วในคำสอนของ ไปตามถ้อยคำของผู้อื่น แล้วทรงประทับนั่งเสวยผลมะม่วง พระพุทธเจ้า ยินดีอยู่โคนไม้ ถ้า เมื่อท่านพระลกุณฏกภัททิยะ ของนกดุเหว่าในสถานที่นั้น ส่วน พระพุทธเจ้าได้ประทานพรแก่เรา ดำรงเบญจขันธ์อยู่โดยสมควรแก่กาล นกดุเหว่ามองเห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้า เรารับพรนั้นแล้ว ถือเอากายคตาสติ เสวยมะม่วงสุกที่ตนถวายแล้ว ก็มี อันโลกทั้งปวงจึงเจริญเป็นนิตย์ จิตยินดีปรีดิ์เปรม มีจิตศรัทธา ชนเหล่าใดถือรูปร่างเราเป็น ระลึกถึงพระพุทธคุณเป็นอารมณ์อยู่ ประมาณ และถือเสียงเราเป็นประ แล้ว ก้มศีรษะถวายบังคมก่อนบิน มาณ ชนเหล่านั้นตกอยู่ในอำนาจ กลับไปสู่รังของตน หลังจากวันนั้น ฉันทราคะ ย่อมไม่รู้จักเรา คนพาล มานกดุเหว่าก็มีอาการเป็นสุขใจที่เกิด ถูกกิเลสกั้นไว้รอบด้าน ย่อมไม่รู้ จากความปีตินานต่อเนื่องอยู่ถึง ๗ ภายใน ทั้งไม่เห็นภายนอก ย่อม ลอยไปตามเสียงโฆษณา แม้บุคคล ขุททกนิกาย เถรคาถา เล่มที่ ๒ ภาคที่ ๒ วัน จากชาตินกดุเหว่า ก็ได้ไป ผู้เห็นผลภายนอก ไม่รู้ภายใน เห็น เกิดเป็นหัวหน้าช่างไม้ในสมัยที่พระ แต่ภายนอก ก็ลอยไปตามเสียง กัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปรินิพ- โฆษณา ส่วนบัณฑิตย่อมรู้จักทั้ง พานแล้ว แต่ในชาตินี้ท่านได้ถูก ภายใน และเห็นแจ้งทั้งภายนอก อำนาจกิเลสคือความไม่รู้เข้าครอบงำ ผู้นั้นย่อมไม่ลอยไปตามเสียงโฆษ ทำให้การก่อสร้างพระเจดีย์สำหรับ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุต้องลดลง เหลือความสูงเพียง ๑ โยชน์ และ ผลแห่งกรรมนี้ ทำให้ท่านต้องมี ร่างกายต่ำเตี้ย ดังได้กล่าวมาแล้ว ข้างต้น ณา” ในความหมายแห่งคาถาที่ ท่านแสดงนี้หมายถึงคนทั้ง ๒ พวก คือ ผู้ไม่เห็นภายใน (ไม่เห็นคุณ ธรรมอันได้แก่ศีล เป็นต้น ที่มีอยู่ ในตัวของท่าน) และผู้เห็นภายนอก แล้วก็ดับขันธปรินิพพาน หนังสืออ้างอิง ๑. ชีวประวัติพุทธสาวกโดย จำเนียร ทรงฤกษ์ ๒.พระสูตรและอรรถกถา (แปล) เมษายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๙๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More