ข้อความต้นฉบับในหน้า
สูงใหญ่กลับให้มาเล็กลงไม่สมกับ หญิงแพศยามองเห็นพระลกุณฎก
พระเกียรติคุณของพระพุทธองค์
ขึ้นว่า
รูป ที่เดินเข้า
ในป่าประมาณ ๓๐
ภัททิยะแล้วก็หัวเราะ นางคงจะ
ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าในขณะนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นอุปนิสัย
ที่จะได้สำเร็จพระอรหันต์ของพระ
ภิกษุเหล่านั้น จึงตรัสถามเป็นปัญหา
“พวกเธอเห็นพระเถระรูป
หนึ่งเดินออกไปจากที่นี่บ้างไหม”
“ไม่เห็น พระพุทธเจ้าข้า”
พระภิกษุเหล่านั้นกราบทูลตอบ
“พวกเธอเห็นพระเถระนั้น
มิใช่หรือ”
“ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ข้าพระองค์ทั้งหลายไม่เห็นพระเถระ
สกุณฏกภัททิยะพร้อมด้วย หัวเราะรูปร่างเล็กต่ำเตี้ย แต่ใบหน้า
อุบาสกอุบาสิกาชาวนครสาวัตถี สูงอายุของพระเถระนั่นเอง
จำนวนมาก เมื่อทราบว่าพระบรม พระลกุณฏกภัททิยะมองเห็น
ศาสดาเสด็จมาประทับ ณ พระ ฟันของหญิงแพศยาที่กำลังหัวเราะ
เชตวันมหาวิหาร วัดที่ท่าน นั้น จึงถือเอานิมิตจากฟันของหญิง
อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวายไว้ณ นั้นว่า กระดูกเป็นของปฏิกูลคือน่า
เมืองสาวัตถี จึงพากันไปเฝ้า เมื่อ เกลียดท่านได้ตรึกนึกถึงกายคตาสติ
ฟังพระธรรมเทศนาแล้วก็บังเกิด อยู่เสมอ ๆ ตามโอวาทของพระ
ความศรัทธาเลื่อมใสเข้าบรรพชา สารีบุตรเถระ จนได้สำเร็จอนาคามิ
อุปสมบทเป็นพระภิกษุในบวรพุทธ ผลเป็นพระอนาคามี
ศาสนา ตั้งใจปฏิบัติธรรมตามพระ
ธรรมวินัย มีความวิริยะอุตสาหะ
ต่อมาขณะที่ท่านได้ฟังธรร
มีกถาของพระสารีบุตรอยู่นั้นดวงจิต
เล่าเรียนพระกรรมฐานในสำนักของ ของท่านก็พลันสว่างโพลง ทะลุแจ้ง
พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อบำเพ็ญ แทงตลอดในข้อธรรมนั้น หลุดพ้น
ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานไม่นานนัก จากกิเลสอาสวะ ไม่ถือมั่นด้วยอุปา
ก็ได้บรรลุโสดาปัตติผล เป็นพระ ทาน บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์
โสดาบัน
ต่อมาท่านได้เข้าไปหาพระ
เป็นพระอเสขบุคคลในพระพุทธ
ศาสนา
สารีบุตรเถระ เพื่อ
เพื่อสนทนาธรรม เรื่องของพระลกุณฏกภัททิยะ
กถากัน ข้อความที่ท่านได้รับมาจาก ที่กล่าวว่าท่านมีรูปกายเล็กและต่ำ
พระธรรมเสนาบดีและสนใจปฏิบัติ
เตี้ย แต่ก็หาได้เป็นปมด้อยหรือเป็น
เป็นพิเศษคือ การพิจารณา “กาย-
อุปสรรคต่อการเข้าถึงธรรมของ
คตาสติ” (สติที่พิจารณากายให้เห็น ท่านไม่ ยิ่งไปกว่านั้นรูปกายของ
เห็นแต่สามเณรรูปหนึ่ง พระเจ้าข้า”
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ
รูปที่พวกเธอเห็นนั้นมิใช่สามเณร
เธอเป็นพระเถระ”
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระ
เถระนั้นท่านมีร่างกายเล็กเหลือเกิน
พระเจ้าข้า” ภิกษุทั้งหลายกราบทูล
ด้วยไม่คิดว่าเป็นพระ
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลายตถาคต
ไม่เรียกว่า “เถระ” เพราะความเป็น
คนแก่ เพราะเหตุผลสักแต่เพียงว่า
ถึงสภาพที่มีส่วนประกอบซึ่งล้วน ท่านยังเป็นมูลเหตุเกื้อกูลให้เพื่อน ขึ้นนั่งบนอาสนะพระเถระเท่านั้น
เป็นของไม่งาม ไม่สะอาด น่ารังเกียจ พรหมจรรย์ได้บรรลุถึงความเป็น
ทำให้รู้เท่าทัน ไม่หลงใหลมัวเมา
พระอรหันต์จำนวนมาก ดังตอน
หรือปริวิตกเสวยทุกขเวทนาในรูป หนึ่งในคัมภีร์พระธรรมบท ธัมมัฏ
กายสังขารนั้น)
วรรค กล่าวไว้ว่า
วันหนึ่งพระลกุณฏกภัททิยะ วันหนึ่ง พระลกุณฏกภัททิยะ
ส่วนผู้ใดแทงตลอด “สัจจะ” ทั้งหลาย
ตั้งตนอยู่ในความไม่เบียดเบียน
มหาชน ผู้ประพฤติเช่นนี้ ชื่อว่าเป็น
พระเถระ”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระ
“บุคคลไม่ชื่อว่าเป็นเถระ
เพราะมีผมหงอกบนศีรษะ ผู้มีวัยแก่
ได้เห็นนิมิตชวนให้ขบคิดพิจารณา เถระเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า คาถาอีกว่า
จากรูปกายของหญิงแพศยาคนหนึ่ง เมื่อถวายบังคมแล้วก็เดินหลีกออกไป
ที่กำลังนั่งรถไปเที่ยวงานมหรสพ ได้สวนทางกับคณะพระภิกษุผู้อยู่
๘๘ กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๓๖