ข้อความต้นฉบับในหน้า
มหาเถร) วัดพระเชตุพนฯ และเป็นดินแดนถิ่นกำเนิดของ
พระอาจารย์ที่เก่งกล้าในเรื่องการปฏิบัติทางจิตอีกหลายรูป
เรามองข้าม ไปยังจุดที่พระท่านชี้ให้ดูว่าเป็นบ้าน
ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ และระลึกถึงท่านว่า
๑ คน
ท่านเกิดที่เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๗ มีที่สาว
และน้องชาย ๓ คน สมัยเป็นเด็กท่านช่วยเลี้ยงวัว เมื่อ
วัวพลัดหลงหายไป ท่านจะตามหาจนกว่าจะพบ ถ้าไม่
พบก็ไม่ยอมกลับบ้าน เวลาใช้งานวัวก็จะไม่ใช้เกินกำลัง
ถึงเวลาก็ให้พัก เพลก็หยุด ถือตามคติโบราณที่ว่า ถ้า
ใช้งานจน “เพลคาน่าวัว” แล้วจะบาปนัก จิตใจของท่าน
มีเมตตาอย่างนี้
เราหันหน้ากลับมาดูสภาพภายในวัดสองพี่น้อง เที่ยว
เดินชมไปรอบ ๆ วัด และระลึกถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำว่า
สมัยเมื่อท่านอายุได้ ๗ ขวบ ท่านข้ามฟากแม่น้ำ
จากบ้านมาเรียนหนังสือกับพระน้าขายของท่านที่วัดสอง
พี่น้องน้อง จนกระทั่งพระน้าชายลาสิกขาแล้ว ท่านจึง
ไปเรียนต่อที่วัดบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม วัดนี้อยู่
ที่ไหน หลวงพ่อจะเดินทางจากบ้านไปเรียนที่นี่ได้อย่างไร
อีกสักครู่เราจะได้น่า ไปเยี่ยมชม
เรือนผูก บ้านเกิดของหลวงพ่อวัดปากน้ำ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี
เมื่อหลวงพ่ออายุได้ ๒๑ ปี
วันหนึ่งในเดือน ๖
ข้างขึ้น (ราวๆ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.เอ๙๙๙) หลังจากที่
ท่านคุมข่าวลงเรือและสั่งการลูกจ้างให้น่า ไปขายที่กรุงเทพฯ
แล้วตัวท่านก็เข้าอยู่วัด หัดท่องจำ วิธีบรรพชาอุปสมบทและ
ศึกษาพระวินัยอยู่ เอ เดือนจนถึงกรกฎาคม พ.ศ. ๒๙๙๙
(เดือน ๓) ท่านก็ได้อุปสมบทที่โบสถ์วัดสองพี่น้องแห่งนี้
ท่านบวชที่นี่ มีฉายาว่า “จนฺทสโร”
เป็นพระภิกษุ สด จนฺทสโร ที่นี่เอง
ท่านได้ละทิ้งเพศฆราวาส เพศของบรรพชิต มุ่ง
ศึกษาธรรมอย่างจริงจังที่นี่เอง
ตอง
พรรษาแรก ท่านจำ พรรษาอยู่ที่นี่ เรียนธรรมะไป
จนพบค่าว่า “อวิชชาปจฺจยา” อยากจะรู้ว่า แปลว่าอะไร
ท่านเที่ยวถามหาผู้รู้ที่จะตอบได้ เขาก็ว่า ล้าอยากจะรู้
องไปเรียนที่บางกอก พรรษาต่อมาท่านจึงได้ไปอยู่ที่วัด
พระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพฯ
หลวงพ่อกลับมาที่นี่อีกครั้ง เมื่อพรรษาที่
จากที่ท่านบรรลุธรรมเข้าถึงธรรมกายแล้ว ท่านได้พาพระ
ภิกษุที่ได้เข้าถึงธรรมกายแล้ว มาจำ พรรษาอยู่ที่วัดสอง
พี่น้องนี้ด้วย และมีพระภิกษุที่วัดนี้ได้รู้เห็นธรรมตามท่าน
๑๓ หลัง
.กัลยาณมิตร
๓๒
Kalyanamitra.ภูมภา
กมภาพแธ ๒๕๓๙