อาการแพ้ท้อง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 2 หน้า 80
หน้าที่ 80 / 128

สรุปเนื้อหา

(แม่ของขุนช้าง) ขณะแพ้ท้องมาให้ท่านเห็น ภาพพจน์โดยไม่ต้องอธิบายดังนี้ จะกล่าวถึงนางเทพทอง ท้องนั้นโดใหญ่ขึ้นค่าาหน้า ลุก งอีดอัดถัดไปมา ให้อยากเหล้าเนื้อพล่าตัวปั่นรัว น้ำลายไหลฆังผีกระสือ ร้องไห้ครางสื่ออ้อนวอนผัว เหมือนหนึ่งตาหลวงเข้าประจำตัว นึ่งให้กินตละยั่วยิ่งเป็นไป ปลาไหลได้กับทั้งเต่าผ่า แอ้บึงยิ่งนาไม่พอไล้ หยิบคำโตโต โม้เข้าไป ประเดี๋ยวเหล้าสิ้นไหไม่ซื้อทัน พระยาอนุมานราธน (๒๕๐๕ : ๑๓) ได้อ้างถึง คัมภีร์พรหมจินดากล่าวถึงอาการ แพ้ท้องไว้ว่า “ถ้ามารดาอยากกินมัจฉาทั้งสาเนื้อปลา และยิ่งของสดคาว ท่านว่าถัดวันรกมาปฏิสนธิ ถ้าอยากกิน น่าทิ้ง น้ำอ้อย น่าตาล ท่านว่ามาแต่สวรรค์ลงมาเกิด ล้าอยากกินสรรพผลไม้ ท่านว่าติรัจฉาน มาปฏิสนธิ ถ้าอยากกินดิน ท่านว่า พรหมลงมา ปฏิสนธิ (เพราะพรหมลงมากินง้วนดิน

หัวข้อประเด็น

- อาการแพ้ท้อง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

(แม่ของขุนช้าง) ขณะแพ้ท้องมาให้ท่านเห็น ภาพพจน์โดยไม่ต้องอธิบายดังนี้ จะกล่าวถึงนางเทพทอง ท้องนั้นโดใหญ่ขึ้นค่าาหน้า ลุก งอีดอัดถัดไปมา ให้อยากเหล้าเนื้อพล่าตัวปั่นรัว น้ำลายไหลฆังผีกระสือ ร้องไห้ครางสื่ออ้อนวอนผัว เหมือนหนึ่งตาหลวงเข้าประจำตัว นึ่งให้กินตละยั่วยิ่งเป็นไป ปลาไหลได้กับทั้งเต่าผ่า แอ้บึงยิ่งนาไม่พอไล้ หยิบคำโตโต โม้เข้าไป ประเดี๋ยวเหล้าสิ้นไหไม่ซื้อทัน พระยาอนุมานราธน (๒๕๐๕ : ๑๓) ได้อ้างถึง คัมภีร์พรหมจินดากล่าวถึงอาการ แพ้ท้องไว้ว่า “ถ้ามารดาอยากกินมัจฉาทั้งสาเนื้อปลา และยิ่งของสดคาว ท่านว่าถัดวันรกมาปฏิสนธิ ถ้าอยากกิน น่าทิ้ง น้ำอ้อย น่าตาล ท่านว่ามาแต่สวรรค์ลงมาเกิด ล้าอยากกินสรรพผลไม้ ท่านว่าติรัจฉาน มาปฏิสนธิ ถ้าอยากกินดิน ท่านว่า พรหมลงมา ปฏิสนธิ (เพราะพรหมลงมากินง้วนดิน) ถ้าอยากกินยิ่งเผ็ดร้อน ท่านว่ามนุษย์ ลงมาปฏิสนธิ” หนาตา ระยะแพ้ท้องมากๆ มารดาแทบทางาน อะไรไม่ได้เลยเพราะมีอาการคลื่นเหียนอาเจียน ทุกเช้าทุกวัน ลุกไม่ไหว ท่าอะไรไม่ได้ อย่างที่ ขาวบ้านเรียกว่า “แพ้จนโงหัวไม่ขึ้น” จะซีดเชียวและจะซูบผอมลง บางคนแพ้เป็น ระยะเวลานานหลายเดือนก็มี คือแพ้ท้องจน เช้าเดือนที่ห้าที่หกจึงหาย แต่บางคนมีอาการ แพ้ระยะสั้น หรือบางคนอาจจะไม่มีอาการ แพ้ท้องเลย อีกทั้งสุขภาพดีและรับประทาน อาหารได้มากเสียด้วย กัลยาณมิตรู /นี หลายคนมักขอบรับประทานของเปรี้ยวๆ ในช่วงแพ้ท้องตอนแรกคือ ๑-๒ เดือน ขอยก ตัวอย่างแม่พลอยในสี่แผ่นดิน “วานใครออกหามะม่วงดิบๆ ให้ฉันถัก สองสามลูกฉันอยากกินอะไรเปรี้ยวๆเหลือเกิน แต่ถ้าหามะม่วงไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ตะลึงปรึง ถักกระทงหนึ่งก็อังติ” ในช่วงแพ้ท้อง คือตั้งแต่เดือนที่ ๒-๖ (แต่ละคนจะแพ้ท้องนานมากน้อยไม่เท่ากัน) บางคนอยากรับประทานของแปลก ๆ ซึ่งเวลาปกติ จะไม่แตะต้องเลยหรือไม่เคย รับประทานมาก่อนเลย เพราะมันไม่ใช่อาหาร ที่คนสามัญทั่วไปรับประทาน เช่น หมาก ดิน ดินสอ ดินสอพอง เป็นต้น บางคนเพียงแต่ เมื่อนึกถึง น้ำลายจะสอเต็มปากอยากรับประทาน ทันที ในเรื่อง “สี่แผ่นดิน” บรรยายถึงพลอย แพ้ท้องนานตอนแรกอยากรับประทานของเปรี้ยว ๕-๕ เดือนต่อมา ก็มีอาการอยากของแปลกๆ อย่างอื่น คือ “พลอยเริ่มอยากกิน “ดินสอ” คือดิน ขาวชนิดหนึ่งที่เขานำมาใส่กระทงขายเป็น ล้อนๆ เมื่อพลอยอังเด็กๆ... เคยลองกินดู ไม่เห็นมีรสชาติอะไรเหมือนกินดินสอพองติๆ นั้นเอง แต่คราวนี้พลอยให้เกิดกระหายอยาก กินดินสอจนตัวสั่น พอนึกถึงก็น้ำลายไหล อดรนทนไม่ได้... พลอยทั้งกินดินสอทั้งกลางวัน กลางคืนอย่างเอร็ดอร่อย จนคุณเปรมนึกฉงน ต้องขอลองกินบ้าง แต่พอใส่ปากเคี้ยวได้ถูก สองที่ คุณเปรมก็เบะหน้า คายทิ้งร้องว่า “กิน เข้าไปได้ไงแม่พลอย! " ดินสอที่กล่าวข้างต้นนี้ ปัจจุบันใน กรุงเทพฯ ไม่ค่อยมี แต่ผู้เขียนเคยเห็นมีขายที่ จังหวัดอุบลราชธานี เขาปั้นเป็นก้อนกลมเล็กๆ และกดให้แบน ๆ คนแก่,ขอบรับประทานกับ หมากพลู เคยลองขิมดูรสเพื่อนๆ พิกล อาจารย์อุทัยวรรณ คิริสาคร อดีต อาจารย์วิทยาลัยครูอุบลราชธานี เล่าให้ผู้เขียน กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More