ข้อความต้นฉบับในหน้า
10/24/38
RAP
Jum
เน
t, 200
คลองท่าด
930
แม่น้ำท่าจีน
เราได้เดินต่อไปยังท่าน้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา มอง
ไปยังฝั่งตรงข้ามก็เห็นพระปรางค์วัดอรุณราชาราราม
หลวงพ่อวัดปากนาดองข้ามฟากไปเรียนหนังสือ
ที่ท่านาแห่งนี้ เราระลึกถึงความวิริยะ อุตสาหะ
บากบั่น ความตั้งใจ และมุ่งมั่นในการศึกษาเล่าเรียนนี้
เป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านในแถบนี้ จนมีแม่ค้าชื่อ นวม
บ้านอยู่ท่าเตียน ปวารณาถวายอาหารปิ่นโตแด่หลวงพ่อ
เป็นประจ้า เมื่อแม่ค้านวมทุพพลภาพ
หลวงพ่อก็ยังรับแม่ค้านวมนี้มาดูแล ตอบแทนคุณที่เคย
ถวายอาหาร ดูแลท่าน เมื่อครั้งท่านอยู่ที่วัดพระเชตุพนฯ
จนกระทั่งแม่ค้านวมลิ้นชีวิตลง
เพราะชราลง
ในพรรษาที่ ๑๒ คือ พ.ศ. ๒๕๖๐ ท่านได้จากวัด
พระเชตุพนฯ ไปจ้าพรรษาอยู่ที่วัดโบสถ์บน ค.บางคูเวียง
อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เรื่องนี้มีกล่าวมาไว้ในประวัติชีวิต
ซึ่งเขียนโดยตัวท่านเองว่า
“จึงใต้กราบลาเจ้าคุณพุฒาจารย์ (1) เจ้าลาวาล
วัดพระเชคพนา ไป? พรรษาที่วัดบางคูเวียง ในพรรษา
แมนฟังบริเวณวัดบางปลา ภาพโดย ลือพงศ์ ลีลพนัง
ที่ ๕๒ แต่พอได้กิ่งพรรษา,, ที่โบสถ์วัดโบสถ์บนแห่งนี้
ท่านได้บรรลุธรรมที่นั่น ซึ่งเราจะได้เดินทางต่อไป
เราโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาจากท่าน้ำหน้าวัดพระ
เขตุพนฯขึ้นมาตามเส้นทางที่หลวงพ่อวัดปากน้าเคยใช้ส่อง
เรือไปยังท่านเมืองนนท์ แล้วต่อเรือหางยาวเข้าไปตาม
คลอง ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง จากท่านที่วัดพระเชตุ
พนฯ เราก็มาถึงวัดบางปลา
ตามคลองที่แยกไปจากแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนที่จะ
ถึงวัดบางปลานั้น ชีวิตสองฟากฝั่งคลอง ยังเป็นบ้านที่มี
วิถีชีวิตอยู่กับน้ำในคลองนี้เป็นหลัก ยังคงซักผ้าที่ท่าน้ำหน้า
บ้านตัวเอง บ้านแทบทุกหลังจะมีท่านไว้คอยขึ้นโบกมือ
เรียกเรือหางยาวเข้าไปจอดรับ
เราผ่านไปเห็นเรือส์ ใหญ่จอดอยู่หลายสี ที่เขาไว้
ใช้บรรทุกสินค้า ดูแล้วทำ ให้นึกถึงเรือที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ
ใช้เป็นเรือบรรทุกข้าวสารไปขายที่กรุงเทพฯ สมัยเมื่อท่าน
ยังเป็นเราวาส
จนกระทั่ง ๕ ปีผ่านไป อายุท่านได้ ๑๙ ปี ครั้ง
กัลยาณมิตร
กุมภาพน® ๒๕๓๗