การบรรลุธรรมและมรรคมีองค์ 8 วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 7 หน้า 52
หน้าที่ 52 / 128

สรุปเนื้อหา

การมีดวงตาเห็นธรรมหรือบังเกิดธรรมจักษุนี้ หมาย ถึงการเห็นพระอริยสัจ ธ: ด้วยดวงตาแห่งธรรมกายกายใน (มิใช่เห็นด้วยมังสจักษุ (ตาเนื้อ) แห่งเบญจขันธ์) บรรลุโส ดาปัตติผล เป็นพระโสดาบัน อริยบุคคลอันดับแรกในพระ และการที่มีผู้บรรลุธรรมทันทีหลังจากที่ได้ สดับพระธรรมเทศนาจบลงนี้ ย่อมเป็นสักขีพยานยืนยันว่า พุทธศาสนา พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ทรงคุณวิเศษประเสริฐ สุด และไม่เกินวิสัยที่มนุษย์ทั้งหลายจะประพฤติปฏิบัติให้ บรรลุผลตามไต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธัมมจักกัปปวัตตนสูตรที่พระบรม ศาสดาได้ทรงนำมาแสดงเป็นปฐมเทศนาประกาศพระพุทธ ศาสนานั้น คือสาระสำคัญยันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ซึ่งมีใจความว่า วิธีการค้นหาทาง แก้ทุกข์ด้วยการหมกมุ่นอยู่ในกามา รมณ์ (กามสุขัลลิกานุโยค) ก็ดีและ วิธีทรมานตัวให้ลำบากแบบทุกรกิริยา

หัวข้อประเด็น

- การบรรลุธรรมและมรรคมีองค์ 8

ข้อความต้นฉบับในหน้า

การมีดวงตาเห็นธรรมหรือบังเกิดธรรมจักษุนี้ หมาย ถึงการเห็นพระอริยสัจ ธ: ด้วยดวงตาแห่งธรรมกายกายใน (มิใช่เห็นด้วยมังสจักษุ (ตาเนื้อ) แห่งเบญจขันธ์) บรรลุโส ดาปัตติผล เป็นพระโสดาบัน อริยบุคคลอันดับแรกในพระ และการที่มีผู้บรรลุธรรมทันทีหลังจากที่ได้ สดับพระธรรมเทศนาจบลงนี้ ย่อมเป็นสักขีพยานยืนยันว่า พุทธศาสนา พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ทรงคุณวิเศษประเสริฐ สุด และไม่เกินวิสัยที่มนุษย์ทั้งหลายจะประพฤติปฏิบัติให้ บรรลุผลตามไต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธัมมจักกัปปวัตตนสูตรที่พระบรม ศาสดาได้ทรงนำมาแสดงเป็นปฐมเทศนาประกาศพระพุทธ ศาสนานั้น คือสาระสำคัญยันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ซึ่งมีใจความว่า วิธีการค้นหาทาง แก้ทุกข์ด้วยการหมกมุ่นอยู่ในกามา รมณ์ (กามสุขัลลิกานุโยค) ก็ดีและ วิธีทรมานตัวให้ลำบากแบบทุกรกิริยา (อัตตกิลมถานุโยค) ก็ดี ใช้ไม่ได้ทั้ง ๒ วิธี ด้วยวิธีแรกหย่อนเกินไป ส่วน วิธีหลังก็ตึงเกินไป สําหรับวิธีที่ถูกที่ควร าเนิน คือ “มัชฌิมาปฏิปทา” ได้แก่ การ ดำาเนินชีวิตจิตใจไปในเส้นทางสาย กลาง ให้เป็นไปอย่างพอเหมาะพอดี เป็นข้อปฏิบัติอันเป็น ไปเพื่อความสงบรำงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อ ความดับตัณหา เพื่อพ้นไปจากข้าศึกคือกิเลส เป็นทางของ พระอริยเจ้าทั้งหลายที่ดำเนินตามมรรคมีองค์ ๘ คือ ๑. สัมมาทิฏฐิ มีปัญญาเห็นขอบ ๒. สัมมาสังกัปปะ มีความดำริขอบ ๓. สัมมาวาจา มีวาจาขอบ ๔. สัมมากัมมันตะ มีการงานขอบ ๕. สัมมาอาชีวะ มีความเลี้ยงชีวิตชอบ ๖. สัมมาวายามะ มีความเพียรขอบ ๗. สัมมาสติ มีความระลึกขอบ ๘. สัมมาสมาธิ มีความตั้งจิตมั่นชอบ ข้อปฏิบัติอันเป็นทางสายกลาง 03 ประการนี้ โดย สรุปก็คือให้อาศัยกีล-สมาธิ-ปัญญา ทำหน้าที่ร่วมกันในการ ชาระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อความหลุดพ้นนั้นเอง นอกจากนั้น ยังได้ทรงแสดงถึงอริยสัจ ธ: คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ที่พระองค์ได้ทรงมองเห็น ได้ตรัสรู้ แล้วว่าเป็นสัจธรรม โดยได้ทรงอธิบายขยายความอย่าง ละเอียดพิสดาร อันเป็นสัจธรรมที่ไม่เคยมีผู้ใดสามารถแสดง ได้ นอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมบทนี้จึงมีชื่อ ว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นความหมายว่า ทรงประกาศ ธรรมยันเสมือนล้อรถให้หมุนไปตลอดโลก เพื่อความสุข สวัสดีของหมู่ขนทั้งหลาย เป็นธรรมราชรถที่พระสัมมาสัม พุทธเจ้าทรงใช้ในการรื้อบนเวไนยสัตว์ออกจากห้วงวัฏฏสงสาร ไปสู่พระนิพพานแดนเกษม สารถี โดยมีพระพุทธองค์ทรงเป็น ค่าว่า “จักร” โดยทั่วไปหมายถึง ล้ออันเป็นส่วน ประกอบสำคัญ ที่จะทำ ให้รถหรือ เกวียนแล่นไปสู่ที่หมาย จักรหรือ ล้อนี้มีส่วนสำคัญอยู่ ๓ ส่วนคือ กง ก่า และ คุม กง หมายถึง ส่วนที่เป็นวงล้อ ก่า หมายถึง ส่วนที่เป็นซี่ล้อซึ่ง เชื่อมระหว่างกงกับดุม ดุม คือส่วนกลางของล้อ เป็นที่ รวมของกา และเป็นที่สอดเพลา สำหรับปฐมเทศนาหรือธัมมจัก กัปปวัตตนสูตร ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงน่า มาแสดงแก่ ปัญจวัคคีย์ ก็ประกอบด้วยองค์ ๓ เช่นกันคือ โพธิปักขิยธรรม อุปมาเสมือนเป็น....ดุม ปฏิจจสมุปบาทธรรม อุปมาเสมือนเป็น.... และอริยสัจ ๔ อุปมาเสมือนเป็น...กง ๑.โพธิปักขิยธรรม ธรรมที่เกื้อหนุนแก่อริยมรรค มี ๓๔ ประการคือ สติปัฏฐาน ธ: สัมมัปปธาน ธ: อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๓ มรรคมีองค์ ๑ ๒.ปฏิจจสมุปบาทการเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลาย เพราะอาศัยกัน มีองค์ ๑๒ คือ เพราะมีอวิชชา เป็นปัจจัยจึงมี สังขาร เพราะมีสังขาร เป็นปัจจัยจึงมี วิญญาณ เพราะมีวิญญาณ เป็นปัจจัยจึงมี นามรูป เพราะมีนามรูป เป็นปัจจัยจึงมิ สฬายตนะ เพราะมีสฬายตนะ เป็นปัจจัยจึงมี ผัสสะ กัลยาณมิตร ๕๐ กรกฎาคม ๒๕๓๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More