ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรื่อง : กิv1กร กงเพษร
ภาพ : เสริมสวย สุริโยธ
ตามชื่อของนาง ต้นดุลสินี้ก็คือต้นกระเพราบ้านเรานี้เองค่ะ และที่ชาวฮินดูนับถือต้นกระเพราก็
เพราะถือกันว่า ต้นตุลสีเป็นมเหสีของพระนารายณ์ตามค่า อ้อนวอนแล้วนั่นเอง และต้นกระเพรา
หรือต้นตุลสีเข้าไปมีส่วนสัมพันธ์กับชีวิตของชาวฮินดูอย่างมากมาย แม้ในขณะที่กำลังจะตาย
ญาติที่น้องจะเอาไม้ตุลสีมาลักการบูชา แล้วเด็ดเอาใบใส่ปากคนเจ็บ น่า มาวางไว้ที่หน้า ตา หู
และอก เอากิ่งจุ่มน้ำพรมคนเจ็บตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าพร้อมกับร้องว่าคุลสิ ตุล (ถ้าเป็นเมืองไทย
TS:TWST
คงร้องว่ากระเพรา กระเพราทั้ง) ท่าอย่างนี้ถ้าผู้ป่วยตายก็ตายอย่างสงบได้ขึ้นสวรรค์ค่ะ นี่คือ
ความเชื่อของชาวฮินดู อ่านแล้วน่าเห็นใจนะคะ เราต้องรีบทำาหน้าที่กัลยาณมิตรนะคะ ยังมีชาว
โลกอีกมากที่ยังไม่รู้ในสิ่งที่ควรรู้
อ่านนิยายเรื่องเล่าขานกันมาแล้วก็หันมาดูเรื่องของกระเพรากันต่อนะคะ
กระเพราหรือต้นตุลสิ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ๑๓.๓ โกลบ๓, มอก.
วงศ์ ABTAXI NI ชื่อสามัญว่า ฉฉโป ธฉร, แฉเท ธารแ
ชื่ออื่นๆ มีเยอะเช่น ภาคกลางเรียก กระเพราแดง กระเพราขาว (เพราะมีหลายพันธุ์นั่นเอง)
เชียงใหม่และภาคเหนือจะเรียก ก้อขาว ก้อว่า กอมก้อขาว กอมก้อว่า ส่วนภาคอีสานจะ
เรียก ผักอีกไทย (ถ้าแมงลักจะเรียกผักอีดูเฉยๆ เพราะแมงลักและกระเพราจะมีส่วนคล้ายกัน)
ส่วนชาวฮินดูเรียกต้นตุลสีและกะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอนเรียก ห่อตูปลู ห่อกวอ
G-A
ลักษณะโดยทั่วไป กระเพราเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก สูงประมาณ
ฟุต โคนของล่า ต้นเนื้อ
ไม้แข็งมีขน และมีกลิ่นหอม ใบสีเขียวออกขาวนวล เรียกกระเพราขาว ใบสีแดงอมม่วงเรียกกระ
กรกฎาคม ๒๕๔๐
0 กัลยาณมิตร
เพราแดง ใบจะมีขน เฉพาะส่วนยอด
จะมีขนมากกว่าส่วนอื่น และใบจะมี
กลิ่นหอมดอกจะเป็นขอตั้งขึ้นเป็นชั้นๆ
คล้ายรูปฉัตร กลีบดอกกระเพราขาว
มีสีขาว แต่ถ้าเป็นกระเพราแดง ดอก
จะมีสีชมพูอมม่วง ส่วนเมล็ดก็จะเป็น
เมล็ดเล็กๆ สีดำ ซึ่งห่อหุ้มด้วยกลีบ
เลี้ยง ลักษณะเดียวกับแมงลัก โหระ
พานั่นเอง การปลูกขยายพันธุ์ก็เหมือน
กันเลยค่ะ
การนำไปปรุงอาหาร หลายท่าน