ข้อความต้นฉบับในหน้า
กลิ่น รส สัมผัส นั่นเป็นตัวกิเลสกาม
ก็อาสวะของกามนะ อะไรละ ได้รูป
ที่เราแลเห็นนะ มันมีวิสนา มันมีรส
ทีเดียวแหละ ถ้าตามไปเห็นถูกส่วน
มันเข้าละก็ โอ้! เอาละ กินไม่ลง
นอนไม่ลงหละ กระสับกระส่ายที
เดียว รสมันขึ้นแล้ว รสได้เห็นมัน
ขึ้นแล้ว มันดึงดูดแล้ว ไอ้ดึงดูดเป็น
รส นั่นแหละเป็นตัวอาสวะทีเดียว
ได้เสียงละ ถ้าฟังๆ พอดีพอร้ายละ
ไม่ถนัดถนี่ ไปฟังเข้าช่องเข้ากระแส
เข้าคูมันละก็ติดมับทีเดียว ลืมไม่ได้
ทีเดียว นั่งคิดนอนคิดทีเดียว ไอ้
เสียงนั่นแหละมันเป็นอาสวะ เป็น
รสของเสียง ซองกลิ่น รสของรส
ไอ้รสของกลิ่นนะ ไอ้พวกที่ไปถูก
กลิ่นพอดีพอร้ายเข้าก็พอดีพอร้ายอยู่
ไอ้เมื่อไปถูกกลิ่นไปถูกตัวกามมันเข้า
ไปถูกอาสวะมันเข้า เอาหละตานไป
ดีดไอ้กลิ่นนั่นเข้าอีกแล้ว ไอ้รสก็
เหมือนกัน ลิ้มรสไปเถอะ ถ้าว่าไป
ถูกอาสวะของกามเช้า เอาหละ
เข้าไปฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จะเป็นจะตาย
หละเพราะไอ้อาสวะนั่นมันบังคับอยู่
ดีดในรสอยู่ สัมผัส สัมผัสละ อย่างไร
ก็สัมผัสไปเถิด ถ้าไปถูกอาสวะของ
กามเช้าละก็ เข้าละถอนจากเรือน
ไม่ออกทีเดียว อยากจะให้ถึงเวลา
สัมผัสอยู่ร่ำไป ว่าไอ้นี่ร้ายนักๆ
ทีเดียว นี่สัมผัสนี่สำคัญนัก นี่อาสวะ
มันบังคับเราอย่างนี้นะ ทำไมจึงจะ
แก้มันได้
ไม่ใช่อาสวะอย่างเดียว อวิช
ชาเข้าช่วยสนับสนุนด้วย อวิชชา
เป็นอย่างไร ศึกษาไปเถอะ ในรูป
เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั่น รู้ไม่จริง
ทั้งสิ้น ยังสงสัยอยู่ร่ำไป สงสัยใน รูป
เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั่นแหละ ไอ้
รูปดีๆ แค่นี้ก็ยังสงสัย จะให้ดีต่อไป
อีก ไอ้เสียงติแค่นี้ก็ยังสงสัย อยาก
จะให้ดีต่อไป กลิ่นดีแค่นี้ก็ยังสงสัย
อยากจะให้ดีขึ้นไปอีก ไอ้รสดีแค่นี้ก็
ยังสงสัยให้ดีต่อไปอีก ไอ้สัมผัสดีแค่
นี้ก็ยังสงสัยให้ดีต่อไปอีก มันจะให้
เกินนั้นต่อไปอีกนั่นแหละ ไอ้นั่น
แหละสำคัญ ถ้ารู้ไม่จริง ไม่สิ้นสุด
สงสัย เป็นอวิชชาทีเดียว
นี่ให้รู้จักอย่างนี้ แต่ว่าพูดถึง
อวิชชาก็มันเลยไปๆ จะว่าอาสวะ
ของกามก่อน อาสวะของภพต่อไป
อาสวะของภพเป็นอย่างไร อาสวะ
ของภพนะ มีรสมีชาติแบบเดียวกัน
ที่เราอาศัยอยู่นี้ สิ่งที่มี ที่เป็นแก่เรา
นี้เรียกว่า ภพ รูปมามีมาเป็นแก่เรา
ก็มีเป็นภพอันหนึ่ง ไม่ว่าอะไรหละ
ถ้ามันมามีแก่เรา ก็เป็นภพอันหนึ่ง
ไม่ว่าสิ่งอะไร ผ้านุ่งผ้าห่มมามีแก่
เรา ก็เป็นภพ เรียกว่า ภพ ภพ แปล
ว่ามีเป็นมันมีปรากฏว่าเป็นภพขึ้น
สิ่งที่มามีมาเป็น สิ่งนั้นที่มาปรากฏ
ขึ้นแล้ว อยากได้บ้านเรือน บ้าน
เรือนมาปรากฏเป็นภพขึ้นแล้ว
อยากได้ไร่ได้นา ไร่นามาปรากฏขึ้น
เป็นภพขึ้นแล้ว อยากได้อะไรสิ่งนั้น
มาปรากฏเป็นภพขึ้น ที่มีเป็นเห็น
ปรากฏ ที่เรากำหนดว่าเป็นเรา เป็น
กรกฎาคม ๒๕๔๐
(C) กัลยาณมิตร
ของเรา ก็นั่นแหละเป็นตัวภพ
ทั้งนั้น กามภพ รูปภพ กามภพ ไอ้
นั่นเป็นกามภพ รูปภพ ปรากฏ รูป
ภพ อรูปภพ สองประการนี้ กาม
ภพติดอยู่ในกาม ดีดอยู่กามนี้ รูปภพ
ละ เอาพวกเทวดา พวกที่ได้รูปฌาน
อรูปฌาน ไปดีดอยู่แกะไม่ออกอีก
เหมือนกัน อรูปภพไปติดอยู่ในอรูป
ฌาน แกะไม่ออก ติดอยู่เหมือนกัน
ต้องกลับมาเกิดเวียนว่ายตายเกิด
อยู่ไม่จบไม่แล้ว เพราะไอ้ที่ไปยินดี
ติดอยู่ในรูปภพ อรูปภพนะ นั่นอาจ
สาะมันตรึงเข้าไว้ ชาติมันมีอยู่ ถอน
ไม่ออก ถอนเสียดายมัน จะทิ้งก็
เสียดายมัน ถ้าจะถอนจริงๆ ก็เสีย
ดายมัน มันไม่กล้าถอน เสียดายมัน
ไอ้เสียดายนั่นตัวสำคัญนัก ถึงได้ติด
อยู่ในภพ รูปภพ ก็ยิ่งติดอยู่ในรูปภพ
อรูปภพ ติดแบบเดียวกันนั่น เพราะ
อาสวะมันดึงเข้าไว้ มันเป็นเครื่อง
เหนี่ยวเครื่องรั้งดึงดูดไร้ ผักเสี้ยน
แท้ๆ ยังไม่ได้ดอง รสชาติไม่ดี เหม็น
เขียว แต่เมื่อดองเข้าเปรี้ยวเข้าเต็มๆ
ดีเท่านั้นแหละ มีรสอร่อยเกินผัก
เลี้ยน ผักเสี้ยนอร่อยเหลือเกิน น้ำ
พริกขี้หนูจิ้มให้ดีๆ หาแกล้มให้ดีๆ
เช้าว่า ลืมอื่นหมดทีเดียว นั่นแหละ
รสของผักดองหละ ไม่ใช่เล่นๆ ตัว
สำคัญ รสเหมือนกันหมด แบบเดียว
กัน กามภพก็ดี รูปภพก็ดี ที่ติดอยู่
ในภพนะ ติดอยู่ในรสชาติของภพ
นั่นเอง ในกามภพที่มีรสชาติของภพ
นั่นเอง ในกามภพที่มีรสชาติสำคัญ