การให้ธรรมทาน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 7 หน้า 126
หน้าที่ 126 / 132

สรุปเนื้อหา

การให้ธรรมทาน ชนะการให้ทั้งปวง ฯ (พุทธพจน์) คำสอนเป็นภาษาบาลีบทนี้ แปลตามตัวอักษรว่า “การให้ธรรมทาน ชนะการให้ทั้งปวง" แต่ถ้าแปลเป็นเนื้อความเข้าใจง่ายๆ ป้าเห็นว่าน่าจะแปล การให้ทานด้วยสิ่งใดๆ ก็ตาม ให้ทานด้วยธรรมะไม่ได้ ป่าได้อ่านพบค่า สอนนี้ครั้งแรกเมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้ว เช้าใจเอาเองว่าล้าสอนใครให้ทำ ความดีอะไรได้ เรียกการสอน นั้นว่าธรรมทาน ที่เข้าใจแคบเกินไป เพราะเวลานั้นป่าไม่มี ความรู้ทางธรรมทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติเอาเลย แต่ว่าแม้ ไม่ทราบความหมายลึกซึ้ง รู้ว่าท่า แล้วดี ป้าก็เต็มใจท่า ขยัน พูดขยันเขียน ชักชวนให้คนเล็กท่า ชั่ว ให้ตั้งใจการะทำ ความดี ในรูปแบบต่างๆ ตามสติและปัญญาของตนเองเรื่อยมา จน กระทั้งปลายปี ๒๕๑๐ ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์คุณยายอาจารย์ จันทร์ ขนนกยูงและพระเดชพระคุณเจ้า

หัวข้อประเด็น

- การให้ธรรมทาน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

โดย อุบาสิกาถวิล (บุญทรง) วัติรางกูล ใครงการรนทาน สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาดิ การให้ธรรมทาน ชนะการให้ทั้งปวง ฯ (พุทธพจน์) คำสอนเป็นภาษาบาลีบทนี้ แปลตามตัวอักษรว่า “การให้ธรรมทาน ชนะการให้ทั้งปวง" แต่ถ้าแปลเป็นเนื้อความเข้าใจง่ายๆ ป้าเห็นว่าน่าจะแปล การให้ทานด้วยสิ่งใดๆ ก็ตาม ให้ทานด้วยธรรมะไม่ได้ ป่าได้อ่านพบค่า สอนนี้ครั้งแรกเมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้ว เช้าใจเอาเองว่าล้าสอนใครให้ทำ ความดีอะไรได้ เรียกการสอน นั้นว่าธรรมทาน ที่เข้าใจแคบเกินไป เพราะเวลานั้นป่าไม่มี ความรู้ทางธรรมทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติเอาเลย แต่ว่าแม้ ไม่ทราบความหมายลึกซึ้ง รู้ว่าท่า แล้วดี ป้าก็เต็มใจท่า ขยัน พูดขยันเขียน ชักชวนให้คนเล็กท่า ชั่ว ให้ตั้งใจการะทำ ความดี ในรูปแบบต่างๆ ตามสติและปัญญาของตนเองเรื่อยมา จน กระทั้งปลายปี ๒๕๑๐ ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์คุณยายอาจารย์ จันทร์ ขนนกยูงและพระเดชพระคุณเจ้าคุณหลวงพ่อทั้งสอง ของวัดพระธรรมกาย ได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้เพิ่มขึ้น จึงยิ่งซาบซึ้งในการทำ ทานด้วยธรรมะเป็นอย่างยิ่ง การได้รับธรรมทานเท่ากับเป็นการปรับความคิดเห็นของ ตนเองให้เป็นสัมมาทภูริยิ่งๆ ขึ้น มีสติปัญญาที่ถูกต้อง มีความ รู้แจ่มแจ้งว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรเว้น เมื่อตนเองประพฤติ ปฏิบัติได้แล้ว ย่อมไม่เพิกเฉยมีกำลังใจที่จะชักชวนผู้อื่นให้ กระทำ ตามยิ่งๆ ขึ้นตามตนเองไปด้วย ตัวอย่างเช่น ครั้งสมัยก่อนพระพุทธศักราช ด ปี เทวดาได้เนรมิต เทวทูต ช: คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตายและสมณะเป็นธรรมทาน ถวายให้เจ้าชายสิทธัตถะทอดพระเนตร ทรงได้คิด สลดพระทัย ทำ ให้เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์กระทั้งทรงบรรลุเป็นพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ประทานประโยชน์สูงสุดต่อเหล่าเวไนยสัตว์ สุดจะ นับจะประมาณพระคุณได้ การรับธรรมทาน กระทำ ได้ทั้งห้าทวาร คือทางประสาท ตา หู จมูก ลิ้น และกาย เมื่อประสาทเหล่านี้รับสัมผัสแล้ว จะ เกิดเป็นสติและปัญญาขึ้นที่ใจ ใจจะเป็นผู้สร้าง มโนกรรม อัน ก่อให้เกิดกายกรรม วจีกรรม เรื่องตา เรื่องหู สองอย่างนี้รับธรรมทานได้มากกว่า ประสาทอื่นๆ อย่างที่เราพบเห็นกัน คือ ดูสื่อต่างๆ ภาพยนตร์ วิดีโอ โทรทัศน์ หนังสือ เป็นต้น ส่วนหูก็เช่น ฟังวิทยุ เทป และฟังเสียงจากสื่อที่ตาเห็นด้วย เรื่องจมูก สามารถรับธรรมทานได้เหมือนกัน เช่นให้พบ ของที่มีกลิ่นน่ารังเกียจเช่น ซากศพ อุจจาระ ปัสสาวะ ฯลฯ คนมีปัญญาย่อมสลดใจ ได้คิดว่า ร่างกายนั้นในที่สุดก็เป็นเพียง สิ่งที่ไม่มีอะไรดีควรเมื่อหน่าย อสุภะ เรื่องลิ้น ถ้าได้รับรสที่ไม่พึงปรารถนา เช่นรสยาที่ขมจัด รสขื่น หรือฝาดจัดๆ แม้จะเป็นยาล้ารู้จักคิดก็คิดได้ คิดให้เห็น ว่าชีวิตนี้เป็นทุกข์ ต้องเจ็บต้องได้ ไม่น่ายึดถือ สำหรับเรื่องทางกาย ให้ข้อคิดได้มากมายเกี่ยวกับความ ไม่สะอาด และความทุกข์จากความไม่สบายความเจ็บปวดต่างๆ ถือเป็นธรรมทานที่ตนเองให้แก่ตนเองได้เต็มที่ เว้นไว้แต่ไม่ยอม คิดเท่านั้น แม้สามารถรับรู้ธรรมทานได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าก็จริง ที่นิยมกันมากมักเป็นเพียง ๒ ทางคือทางหูและทางตา โดย เฉพาะยุคปัจจุบันทางหูใช้เรื่องวิทยุ เรื่องเทปโทรทัศน์ ทางตา กัลยาณมิตร ๑๒๔. กรกฎาคม ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More