ข้อความต้นฉบับในหน้า
อย่างละเอียด ยังติดอยู่ รูปราคะ อ
รูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา
สังโยชน์เบื้องบนอีก & รูปราคะ
กำหนัดยินดีในรูปฌาน อรูปราคะ
กำหนัดยินดีในอรูปฌาน มานะ ยก
เนื้อยอตัวยังมีอยู่ อุทธัจจะ ความฟุ้ง
พอเป็นพระโสดาเท่านั้นแหละ เป็น
อริยทีเดียว อริโย สงฆ์โก ทีเดียว
เป็น พระอริยบุคคล นี่แหละเป็น
พระอริยบุคคลในสาวกพระพุทธ
ศาสนา
ใจธรรมกายพระโสดาละเอียด
พระองค์ นี่ยกเป็นวาระพระบาลีว่า
อาจปุริสปุคฺคลา จัดเป็นปุริสบุคคล
๘ จัดเป็นบุคคล ๘ หรือจัดเป็น ๔
พระโสดาปัตติมรรค พระโสดาปัตติ
ผล พระสกทาคามีมรรค พระสกทา
คามิผล หยาบนั้นเป็นมรรค ส่วน
หยุดนิ่งอยู่กลางดวงธรรมที่ทำให้ ละเอียดนั้นเป็นผล พระอนาคามิ
เป็นกายพระโสดาละเอียด ถูกส่วน
เข้าก็เห็นดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏ
ฐาน ดวงคีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา
ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ
หยุดนิ่งตรงกลางนั่นก็ถึง ธรรมกาย
พระสกทาคา หน้าตัก 00 วา สูง 00
วา เกตุดอกบัวตูมใสหนักขึ้นไป นี่
ธรรมกายพระสกทาคา
ดำเนินไปในแบบเดิมอีก ก็จะ
ถึง ธรรมกายพระสกทาคาละเอียด
ธรรมกายพระอนาคา ธรรมกาย-
พระอนาคาละเอียด ธรรมกายพระ
อรหัต ธรรมกายพระอรหัตละเอียด
นี่ต่อจากธรรมกายโคตรภูขึ้น
มาอีก ๔ คู่ รวมเป็นพระอริยบุคคล
มรรค พระอนาคามิผล พระอรหัต
มรรค พระอรหัตผล รวมเป็นพระ
อริยบุคคล ๔ จำพวก หยาบเป็นมรรค
ละเอียด เป็นผล พระอริยบุคคล ๘ นี้
เรียกว่า ภควโต สาวก สังโฆ เป็น
สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วย
ประการฉะนี้
ท่านเหล่านี้ที่มาเป็นได้เช่นนี้
เพราะหลุดจากอาสวะได้ต้องไปสูง
ส่วนโสดา โสดาละเอียดยังไม่หลุด
จากอาสวะ หลุดแต่เพียงดักกายทิฏฐิ
วิจิกิจฉา สีลพตปรามาส เท่านั้น
ส่วนพระสกทาคา พอหลุดจากกาม
ราคะหยาบ อย่างหยาบเท่านั้น
ส่วนพระอนาคาหลุดจากกามราคะ
ซ่านรำคาญยังมีอยู่ แต่พยายามให้
ไปถึงพระอรหัต ตัดกิเลสเป็นสมุจ
เฉทปหาน ยังมีกิเลสหมกมุ่นอยู่ใน
สันดานเรียกว่า สังโยชน์เบื้องบน
รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ
อวิชชา แล้วก็เข้าไปถึงพระอรหัต
พระอรหัตละเอียด เป็นลำดับไป
พอถึงพระอรหัตต์เท่านั้น วิราโคเตส
อคฺคมกฺขายติ เป็นผู้ประเสริฐ หลุด
จากสราคธาตุสราคธรรม หลุดจาก
สราคธาตุสราคธรรม ทีเดียว เข้าถึง
วิราคธาตุวิราคธรรมทีเดียว เป็น
พระอรหัต หน้าตัก ๒๐วา สูง ๒๐วา
เกตุดอกบัวตูม ดวง-ธรรมที่ทำให้
เป็นกายพระอรหัต วัดเส้นผ่าศูนย์
กลาง ๒๐วา กลมรอบตัว เมื่อเข้า
ถึงดังนี้แล้ว ก็จะได้ชื่อว่า พ้นจาก
อาสวะแล้ว กามาสวะ กวา- สวะ
อวิชชาสวะ ถ้าพูดอาสวะก็มี ๓
วันนี้ตั้งใจจะแสดงพระธรรม
เทศนาถึงเรื่องอาสวะเหล่านี้ ที่
แสดงมานี้เป็นเนื้อความท้าวเรื่องนะ
ก็เปลืองเวลาอยู่เหมือนกัน จะแสดง
ถึงเรื่องอาสวะ อวิชชาสวะ ตั้งใจ
จะแสดงอย่างนี้ กามาสวะ กามก็มี
อาสวะเหมือนกัน ตัดออกเป็นสอง
บท กามอย่างหนึ่ง อาสวะอย่างหนึ่ง
กัลยาณมิตร
๒๑
กรกฎาคม ๒๕๔๐