ข้อความต้นฉบับในหน้า
“โถ..แกเลยต้องขโมย งั้นเหรอ”
“ครับ ไม่ขโมยก็ไม่มีเงินให้หมอ ไม่มีเงินซื้อยา
ขับเลือด”
ช่วยขโขย
คุณยายทองสุกนั่งงง กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี
กับเหตุการณ์นี้ พอดีก็มีเสียงคนเดินมา คุณยายจึง
ชะโงกหน้าไปนอกหน้าต่าง จึงเห็นตำรวจคนเมื่อวาน
กำลังเดินมา แต่วันนี้เขาแต่งชุดตำรวจมา คุณยายทอง
คุกรับบอกขโมยว่า “พี่ชายแกมา แกนั่งเฉยๆ นะ” พอ
พูดเสร็จ ตำรวจนั้นก็เข้ามาพอดี เขาถอดหมวกออก
แล้วยกมือไหว้คุณยาย เมื่อเห็นน้องชายนั่งอยู่ จึงถาม
น้องชายว่า “แกมาทำไม”
น้องขายก็ยังอยู่ คุณยายทองลุกจึงรีบคอบแทนว่า
“เขากำลังเล่าให้ฟังว่าเมียออกลูก” คุณยายตอบเลี่ยงๆ
พอคุณยายตอบเสร็จ คนร้าย หน้าตาค่อยมีเลือดขึ้นมา
หน่อย แล้วสักครู่ เจ้าขโมยจึงลากลับไป
ตามเรื่อง
ไงครับ”
ตำรวจก็ถามเรื่องที่ฝากไว้เมื่อวาน
“คุณยายนั่งสมาธิแล้วเห็นคนร้ายหน้าตาเป็นยัง
“ฉันบอกไม่ได้หรอก เดี๋ยวเขาถูกจับไปดีดคุก
ฉันจะพลอยบาปไปด้วย” คุณยายทองสุกตอบท่าทาง
จริงจัง
“คนใกล้หรือคนไกลครับ” คุณยายนิ่งไม่ตอบ
“คนต่าหรือคนขาวครับ” คุณยายนิ่งเช่นเคย
“รถจักรยานนี้ ผมจะได้คืนไหมครับ” เขาถามอีก
“ล้าอโหสิกรรม ก็อาจจะได้คืน”
“เมื่อไหร่ครับ”
“เห็นจะราวๆ ๓ เดือน แต่ต้องอโหสิกรรมก่อน”
“อโหสิกรรม ต้องทำยังไงบ้างครับ”
คุณยายทองลุก มีอไปที่โต๊ะหมู่บูชา "ก็จุดรูป
เทียนไหว้พระ แล้วกล่าวดังๆ ว่า ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม
กัลยาณมิตร (28
ให้แก่ผู้ขโมยรถจักรยานของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายกโทษให้
แล้ว ขอให้หลวงพ่อ (วัดปากน้ำ) ช่วยให้ข้าพเจ้าได้รถ
คืนเร็วๆ ด้วย”
เจ้าของรถท่าตามทุกอย่าง คุณยายทองลุกจึง
บอกว่า “เอออย่างนี้ได้คืนแน่ คงได้ราวเดือนเดียวแหละ
อ้อ ช่วงนี้ถ้ามีญาติพี่น้องมาขอยืมเงินบ้าง ก็เอื้อเฟื้อบ้าง
นะ จะได้บุญ”
โรงพัก
ตำรวจท่านนั้นรับค่าอย่างว่าง่าย สักครู่ก็ลาไป
พอพี่ชายไปสักครู่ น้องขายก็เข้ามากราบคุณยาย
ทองลุก แล้วพูดว่า “ขอบคุณคุณยายเหลือเกิน ผมจะ
พยายามเอารถไปคืน หมู่ในเร็วๆ นี้
ได้จักรยานคืน
ประมาณ 90วันต่อมา เจ้าของรถก็มาหาคุณ
ยายทองลุก มีดอกไม้ธูปเทียนและลูกเงาะอีก ๑ ถุง ติด
มือมาด้วย “คุณยายครับ ผมได้รถคืนแล้ว จริงอย่าง
คุณยายว่าเชียวครับ พอเงินเดือนผมออก ไอ้น้องชายผม
คนที่เมียออกลูกนั่นแหละครับ ก็มาอ้อนวอนขอยืมเงิน
๑๕๐ บาท ผมว่าจะไม่ให้แล้วเชียว พอดีนึกได้ว่าคุณ
ยายสอนให้เอื้อเฟื้อต่อญาติบ้าง ผมก็เลยให้มันยืมไป
รุ่งขึ้นอีก ๒ วัน รถจักรยานของผมก็มาตั้งอยู่ที่เก่า
แปลกจริงๆครับ ขอบพระคุณ คุณยายมากครับ”
คุณยายทองลุกท่าท่าเขิน ไม่รู้จะพูดอะไรดี
กรกฎาคม ๒๕๔๐