ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชิต 14ใช้ลูกทฬแม่มหาที่สุดใ
“ใหญ่โตแค่ไหน ตอนสุดท้ายก็ต้องอยู่ในโลงทั้งนั้น
โลงศพขนาดเท่าตัวนั่นแหละ ดูสิว่าใหญ่โตจริงรึเปล่า”
นุ่นคิดตามแล้วก็เห็นว่า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ความจริง
แล้วคนเราก็ไม่ได้ใหญ่โตเลย ยังถูกพญามารบังคับบัญชา
เหมือนทาสเลยนะคะ จะให้เราเป็นอย่างไรท่าอะไร
อยู
ก็ได้ ยังไม่เป็นไทแก่ตัว หลวงพ่อท่านถึงอยากไปให้ถึง
ที่สุดแห่งธรรม ท่านบอกว่า เมื่อไปถึงตรงนั้นแล้วมารมัน
บังคับไม่ได้ ทุกนาทีท่านคงคิดถึงแต่เรื่องจะไปที่สุดแห่งธรรม
มีอยู่วันหนึ่งท่านพูดว่า “ล้าเราเห็นใบไม้ ลองนึกดูสิว่าใบ
ไม้จะทําให้ไปนิพพานได้อย่างไร” โอ้โห! ตอบยากจัง
ตอนสุดท้ายท่านก็บอกว่า
“พอใบไม้หล่นจากต้นลงมาบนพื้นดิน ม่านไปนาน
เข้าก็กลายเป็นดิน แล้วน่าเดินมาปั้นเป็นพระปฏิมา ให้คน
นึกน้อมเข้าก็กลายเป็นนิมิต เข้าถึงธรรมภายในแล้วก็ไป
นิพพาน” และท่านได้เมตตาแต่งเป็นโคลงให้ด้วย คุณแม่
อ่านดูนะคะ
ใบไม้ร่วงสู่พื้น
ปฏิมากรปั่นปั่น
หลอมหล่อพานพระชิน
อ้อนพ่านทุกค่าเข้า
เป็นดิน
พุทธเจ้า
ศรีฮย
โลกเข้าถึงธรรม
นั่นได้ฟังแล้วก็รู้สึกทึ่งมาก นึกเลยว่า เราโชคดีที่มี
ครูบาอาจารย์อย่างท่าน ปัญญานุ่นยังน้อยอยู่ ตามความ
คิดท่านไม่ทัน แต่เชื่อมั่นว่า สักวันหนึ่งก็จะมีปัญญาพอ
ตามความคิดท่านไปได้บ้าง
โคลงสี่สุภาพที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อแต่ง ที่ฉบับ
ทีแล้วคุณแม่ได้เขียนมาให้นุ่นอ่าน นุ่นอ่านแล้วนะคะ
ความหมายลึกซึ้งดีจริงๆ ต้อง
ต้องนั่งท่าความเข้าใจสักพักเลย
คะ หลวงพ่อท่านเก่งมาก แต่ถึงอย่างนั้น ท่านก็ยังถ่อม
ตนออกตัวว่า ท่านยังต้องนึกต่อไปอีก นั่นฟังแล้วรู้สึกอึ้ง
เลยค่ะ นุ่นว่าดีอยู่แล้ว เลยพูดไม่ออกเลย ท่าไมท่านถึง
ถ่อมตนได้ขนาดนี้ ทุกครั้งที่หลวงพ่อสอนอะไรก็ตาม
ท่านจะบอกว่า ให้เอาหลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นแบบ ดูคุณ
ยายอาจารย์เป็นต้นแบบ แต่ไม่เคยได้ยินว่า เอาตัวท่าน
เป็นต้นแบบเลย หรือค่า พูดประเภท “ดูหลวงพ่อเป็นแบบลิ
กัลยาณมิตร/
หรือขนาดหลวงพ่อนะ...” ไม่เคยหลุดมาจากปากท่านเลย
มีแต่ให้ บุคคลอื่นเป็นแบบอย่าง นุ่นทิ้งในคุณธรรมของ
ท่านมากเลยค่ะ ประทับใจเพราะสังเกตเห็นด้วยตนเอง
ไม่ใช่เพราะจากการได้ยินคนอื่นพูดต่อๆ กันมา
พูดถึงเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตนแล้วนึกขึ้นมาได้ค่ะ
ระยะนี้ที่หมู่บ้านปฏิบัติธรรม เวลารับประทานอาหารจะ
เปิดเทปธรรมะควบคู่ไปด้วยค่ะ วันนี้เป็นเทปธรรมะของ
หลวงพ่อทัตตะค่ะ เทศน์เรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตนพอดี
ท่านเทศน์ว่า อย่าไปมีมานะว่าเราดีกว่าเขา เรื่องนั้นเรื่องนี้
เพราะเหตุการณ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เราก็ยังไม่รู้ ให้
อ่อนน้อมถ่อมตนเข้าไว้ นั่นฟังเทปธรรมะอยู่ทุกวัน ก็
พยายามไม่ให้เป็นคนฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา กำลัง
ท่าความเข้าใจสรุปไว้ว่าจะเอามาใช้ได้อย่างไร สงสัยต้อง
พยายามบันทึกให้ได้ทุกวัน ต้องไม่ยอมแพ้เจ้าความขี้เกียจ
ที่เข้ามาครอบง่า เสียแล้ว
ระยะนี้ นุ่นพกดวงแก้วบรมจักรติดตัวเกือบตลอด
เลยนะคะ เอาคอกมะลิมาบูชาเกือบทุกวันค่ะ มีต้นมะลิ
ปลูกที่หมู่บ้านปฏิบัติธรรมนะคะ วันดีคืนดีนั่นก็ไปเก็บ
ดอกมะลิมาบูชาควงแก้ว ยังเลือกชื่อให้ควงแก้วไม่ได้เสียที
จริงๆ ก็เลือกได้แล้วค่ะ คงจะเอาชื่อ “กาญจน์มณี” ใจ
เอนเอียงไปชื่อนี้นะคะ เดี๋ยวถ้ามีโอกาสคงต้องกราบเรียน
พระเดชพระคุณหลวงพ่อว่า เลือกชื่อได้แล้วค่ะจะได้คืน
ชื่อที่เหลือไป ท่านเมตตาแต่งโคลงมาให้อีกเช่นกันค่ะ
ชื่อรีแล้วดวงนี้
พราวพร่างร้งงษี
เป็นแล้วลู่บารมี
จักรพรรดิภายในกล้า
กาญจน์ณี
แจ่มจ้า
สุภัชขาเฮย
จรัลห้าเรืองโพยม
ตอนนี้เริ่มคุ้นกับดวงแก้วแล้วค่ะ จะทําให้คุ้นกว่านี้
ให้ภาพดวงแก้วอยู่ในใจตลอดเวลาค่ะ เป็นสิ่งที่จะทําให้ได้
คุณแม่คงเริ่มอยากไปดูดวงแก้วในห้องพระแล้วสินะคะ
ล้าอย่างนั้นฉบับนี้น่นก็ขอเขียนแค่นี้แล้วกันค่ะ
cb //กรกฎาคม ๒๕๕๐
ด้วยความเคารพรัก
ลูกนุ่น