ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชิากดวงใช้ เา รักแม่มากที่สุดในไธโ
ง่วงเหงาหาวนอน ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ความลังเลสงสัย
๕ อย่างนี้จะกั้นจิตของเราไม่ให้หยุดนิ่ง ไม่หยุดก็ไม่บรรลุ
ธรรม จะเข้าถึงธรรมได้ต้องให้หยุดนิ่ง ไม่หยุดก็ไม่บรรลุธรรม
จะเข้าถึงธรรมได้ต้องไม่มีนิวรณ์ ๕ แล้วนั่นจะทำอย่างไรดี
ช่วงนี้ง่วงนอนได้น่าเกลียดจริงๆ แต่นั่นง่วงไม่ได้หมายถึง
ว่านุ่นไปนั่งหลับเวลานั่งสมาธิทุกรอบนะคะในขณะนั่งธรรมะ
เวลาง่วงก็กำหนดนิมิต ถ้านิมิตหายไปเมื่อไหร่ก็ค่อยๆ
กำหนดใหม่ จะได้ไม่หลับนะคะ แต่มีเผลอหลับบ้าง
เหมือนกัน
นุ่นสังเกตว่า ถ้าตัวนั้นมีอะไรให้กำหนดไว้ในใจจะไม่
ค่อยหลับ สังเกตดูง่ายๆ อย่างน้อย ตอนที่นั่นนั่งคิดฟุ้ง
อะไรตอนนั้นจะไม่หลับ แต่ว่า ๒ อย่างนี้ คือการฟังกับ
การหลับนี่แย่พอๆ กัน นั่นจึงต้องค่อยๆ เปลี่ยนให้การฟัง
นั้นเป็นการนึกนิมิตแทน เวลานึกนิมิตนั้นยังปรับใจไม่ค่อย
พอดี บางทีก็ตึงเกินไปหรือบางครั้งก็หย่อนไป คุณแม่
แนะนำ หน่อยสิคะว่าทำอย่างไรจึงจะพอดี และทำอย่างไร
จึงจะมีฉันทะอย่างคุณแม่ นั่นได้ยินที่คุณแม่พูดกับนุ่นว่า
"แม่ตรึกถึงองค์พระได้เรื่อยๆ เห็นท่านได้ตลอด นึก
อยากให้ท่านลืมตา ท่านก็ลืมตา ตรึกไว้เรื่อยๆ แม่ท่าได้
เพราะแม่รักองค์พระ
นุ่นฟังแล้วรู้สึกว่านั่นต้องรักองค์พระน้อยกว่าที่แม่รัก
องค์พระแน่ๆ เลย ที่แม่ถามว่า นึกองค์พระได้รึเปล่า นั่น
นึกได้ค่ะ แต่รู้สึกว่าท่านแข็งๆ ดูไม่มีชีวิตจิตใจ ไม่เหมือน
กับที่เวลาคุณแม่เห็นน่ะค่ะ นั่นจึงไม่ค่อยอยากนึก ไม่
คอยจะรู้สึกว่ารักท่าน เมื่อได้ยินวันนั้นที่แม่พูดว่า แม่รัก
องค์พระ รู้สึกว่าสะดุดใจ ทั้งๆ ที่นั่นก็เคยได้ยินคนพูด
อย่างนี้มาตั้งหลายคนแล้วอาจเป็นเพราะได้ยินคนพูดอย่างนี้
เวลาที่หลวงพ่อท่านถามมังคะ แต่ไม่เคยมีใครมาพูดกับ
นุ่นก่อนเลยว่า รู้สึกรักองค์พระ ทำ ให้ฟังแล้วสะดุดใจ
เหมือนกับเมื่อปีก่อนนั้น ไม่รู้ว่าปีไหนกันแน่ ๆ ได้แต่ว่า
นานแล้ว คุณแม่บอกว่า แม่ชอบนั่งสมาธิ ตอนนั้นนุ่นฟัง
แล้วรู้สึกสะดุดใจเหมือนกับครั้งนี้เลย คุณแม่บอกหน่อยสิ
คะว่าท่า อย่างไรจึงจะมีฉันทะมากๆ นั่นจะได้ทำ บ้าง เวลา
ที่นั่นตรีกองค์พระหรือดวงแล้ว รู้สึกว่าแข็งๆ ไม่มีชีวิตจิต
กัลยาณมิตร
๙๔
กรกฎาคม ๒๕๔๐