การตัดสินในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 7 หน้า 61
หน้าที่ 61 / 132

สรุปเนื้อหา

แมในพระพุทธศาสนาก็มีประเพณี ในการจัดล้นตับที่นั่งกันตามอาวุโส ใครบวชก่อนก็นั่งหัวแถว ใครมาซท์หลังก็นั่งท้ายแถว ถึงแม้ยูที่บวชทีหลังจะบรรลุธรรม เป็นพระอรทันต์แล้ว แต่เวลานั่ง ก็ต้องต่อท้ายแถว รองลงมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือ พระสารีบุตร รอง ลงมาก็พระโมคคัลลานะ แต่ว่าเมื่อถึงเวลาประกอบพิธีกรรม ในพระพุทธศาสนา หรือในเรื่องของการเป็นอยู่ร่วมกัน ผู้ที่ ทำหน้าที่ในด้านนี้รองลงมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็คือ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และ พระอัสสชิ ไล่กันไปตามอายุพรรษาอย่างนี้ การตัดสินถูกผิดตามความเหมาะสมของขนบธรรม เนียมประเพณี เป็นเรื่องที่ไม่เป็นบุญไม่เป็นบาป แต่เป็น เรื่องของความเหมาะสมที่ขึ้นอยู่กับลักษณะของดินฟ้าอากาศ ลักษณะของขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศของท้องถิ่น นั้น"! ว่า จะ

หัวข้อประเด็น

- การตัดสินในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แมในพระพุทธศาสนาก็มีประเพณี ในการจัดล้นตับที่นั่งกันตามอาวุโส ใครบวชก่อนก็นั่งหัวแถว ใครมาซท์หลังก็นั่งท้ายแถว ถึงแม้ยูที่บวชทีหลังจะบรรลุธรรม เป็นพระอรทันต์แล้ว แต่เวลานั่ง ก็ต้องต่อท้ายแถว รองลงมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือ พระสารีบุตร รอง ลงมาก็พระโมคคัลลานะ แต่ว่าเมื่อถึงเวลาประกอบพิธีกรรม ในพระพุทธศาสนา หรือในเรื่องของการเป็นอยู่ร่วมกัน ผู้ที่ ทำหน้าที่ในด้านนี้รองลงมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็คือ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และ พระอัสสชิ ไล่กันไปตามอายุพรรษาอย่างนี้ การตัดสินถูกผิดตามความเหมาะสมของขนบธรรม เนียมประเพณี เป็นเรื่องที่ไม่เป็นบุญไม่เป็นบาป แต่เป็น เรื่องของความเหมาะสมที่ขึ้นอยู่กับลักษณะของดินฟ้าอากาศ ลักษณะของขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศของท้องถิ่น นั้น"! ว่า จะยึดเอาเรื่องอะไรเป็นหลัก และแม้ใครจะทำผิด ไปจากที่ประเพณีกำหนดก็ไม่ถือว่าเป็นบาป การดัดสินด้วยระเบียบวินัย การตัดสินด้วยระเบียบวินัยนี้ เป็นการตัดสินโดยเอา กฎเอาระเบียบของหมู่คณะเป็นเกณฑ์ แต่ว่ากฎนั้นระเบียบ นั้นจะต้องไม่มีบาปเกิดขึ้น อาจจะเป็นกลาง*! หรือเป็นบุญก็ แล้วแต่ เป็นการตัดสินกันตามสภาพที่ควรจะเป็นของกลุ่ม บุคคลที่อยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก*! การตัดสินด้วยกฎหมาย เกณฑ์การตัดสินประการสุดท้าย เป็นการตัดสินกัน ด้วยกฎหมาย ถือว่าเป็นการตัดสินที่หยาบที่สุด จะใช้ก็ต่อ เมื่อพูดกันดี ไม่รู้เรื่องแล้วจึงต้องเอากฎหมายขึ้นมาใช้ ตรง นี้เราจะไม่พูดกันว่ามันเป็นบุญหรือเป็นบาป แต่จะเป็นเรื่อง ของการเอาหลักฐานเอาพยานมายืนยันกัน บางคนไปฆ่าคนตายมาตั้งร้อยคน แต่ไม่มีหลักฐาน ไม่มีพยานก็เลยยังไม่ผิดกฎหมาย ยังไม่ติดคุกติดตะราง แต่ ถึงจะรอดคุกรอดตะรางมาได้ก็ไม่มีทางรอดนรกได้เลย เพราะ ว่าอกุศลกรรมที่ก่อเอาไว้ จะทำให้ใจของเขาทั้งขึ้นทั้งมัว จนถึงวันตายและมีนรกเป็นที่ไปแน่! ท้ายที่สุดนี้ หลวงพ่อขอย้ำข้อคิดที่ฝากเอาไว้ให้กับ พวกเราในครั้งนี้คือ ขอให้มั่นใจว่าพวกเราทุกคนมีศักยภาพ ในการที่จะเป็นบุคคลตัวอย่าง เป็นต้นแบบผู้ทรงคุณธรรม ได้แน่นอน และในการที่จะไปช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือการทำหน้าที่ของเรานั้น เราต้องยึดหลักของการรักษา ความสะอาด ความมีระเบียบวินัย และความเหมาะสม ถ้า ใครทำได้อย่างนี้ สิ่งนั้นจะเป็นฤทธิ์อยู่ในตัวของพวกเรา ทำ ให้ไม่ว่าเราจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับอะไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นอุปกรณ์สอนธรรมะไปหมด แล้วก็ลง ตัวเป็นระบบระเบียบได้อย่างง่ายดาย ถ้าเราสามารถ สิ่งสุดท้ายก็คือ เราจะต้องมีเกณฑ์ในการตัดสิน และ สามารถแยกออกว่า อะไรเป็นความถูกต้อง อะไรเป็นความ เหมาะสม และอะไรเป็นความชอบธรรม ตัดสินได้อย่างถูกต้องแล้ว นอกจากจะช่วยแก้ไขปรับปรุง ความประพฤติของเราแล้ว ยังจะเป็นผลดีต่อหมู่คณะต่อ ส่วนรวม และมีผลไปถึงความมั่นคงของพระพุทธศาสนาต่อ ไปในอนาคต ขอให้พวกเราทุกคนได้มีความมั่นใจ มีความตั้งใจที่ จะทำหน้าที่อาสาสมัครและพัฒนาตนเองให้ยิ่งๆ ขึ้นไป - เพ็ญตนให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง หมู่คณะ และมหา ชนตลอดไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานเทอญ กัลยาณมิตร ๕๙ กรกฎาคม ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More