การปรินิพพานของพระพุทธองค์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 5 หน้า 23
หน้าที่ 23 / 116

สรุปเนื้อหา

พระอานนท์ทราบถึงสาเหตุของแผ่นดินไหวแล้ว จึงทูลอ้อนวอนขอให้พระพุทธองค์ทรงดำรงพระชนม์ชีพต่อไป พระองค์ตรัสว่า “บัดนี้ตถาคตปลงอายุสังขารแล้ว จักกลับคืน วาจาด้วยเหตุแห่งชีวิตอีกนั้น ไม่อยู่ในฐานะที่ตถาคตจัก กระทำได้” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจากสวนมะม่วงของ นายจุนทะ หลังจากเสวยภัตตาหารที่นายจุนทะจัดถวาย คือ สูกรมัทวะแล้ว มีอาการประชวรมากขึ้น จนถึงขนาดถ่าย พระบังคนออกมาเป็นเลือด ถึงอย่างนั้นด้วยพระทัยที่ตั้งมั่น พระองค์ยังคงเสด็จพระดำเนินต่อไปจนถึงเมืองกุสินารา เป็นระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ระหว่างทางพระพุทธ องค์ทรงพักหลายครั้งกว่าจะเสด็จมาถึง เมื่อเสด็จมาริมส่งแม่น้ำหิรัญวดี เสด็จข้ามแม่น้ำ มาถึงเมืองกุสินารา ทรงโปรดให้พระอานนท์ปูลาดพระแท่น บรรทมที่ใต้ต้นสาละคู่ พระองค์บรรทมหันพระเศียรไปทาง ทิศเหน

หัวข้อประเด็น

- การปรินิพพานของพระพุทธองค์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

GIGA WA KI STEFERIA NOT ALLOWMED พระอานนท์ทราบถึงสาเหตุของแผ่นดินไหวแล้ว จึงทูลอ้อนวอนขอให้พระพุทธองค์ทรงดำรงพระชนม์ชีพต่อไป พระองค์ตรัสว่า “บัดนี้ตถาคตปลงอายุสังขารแล้ว จักกลับคืน วาจาด้วยเหตุแห่งชีวิตอีกนั้น ไม่อยู่ในฐานะที่ตถาคตจัก กระทำได้” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจากสวนมะม่วงของ นายจุนทะ หลังจากเสวยภัตตาหารที่นายจุนทะจัดถวาย คือ สูกรมัทวะแล้ว มีอาการประชวรมากขึ้น จนถึงขนาดถ่าย พระบังคนออกมาเป็นเลือด ถึงอย่างนั้นด้วยพระทัยที่ตั้งมั่น พระองค์ยังคงเสด็จพระดำเนินต่อไปจนถึงเมืองกุสินารา เป็นระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ระหว่างทางพระพุทธ องค์ทรงพักหลายครั้งกว่าจะเสด็จมาถึง เมื่อเสด็จมาริมส่งแม่น้ำหิรัญวดี เสด็จข้ามแม่น้ำ มาถึงเมืองกุสินารา ทรงโปรดให้พระอานนท์ปูลาดพระแท่น บรรทมที่ใต้ต้นสาละคู่ พระองค์บรรทมหันพระเศียรไปทาง ทิศเหนือ การบรรทมครั้งนั้นเรียกว่า “อนุฏฐานไสยา” คือ บรรทมแล้วไม่ลุกขึ้นอีก แล้วทรงรับสั่งเรื่องราวต่างๆ กับ พระอานนท์ ทรงตอบคำถามต่างๆ ที่พระอานนท์ทูลถาม จากนั้นสุภัททปริพาชก ชาวเมืองกุสินารา เข้าไป ขอเช้าเสาพระพุทธองค์จากพระอานนท์ เพื่อทูลถามปัญหาที่ ค้างคาใจอยู่ แต่ถูกพระอานนท์ปฏิเสธถึง ๓ ครั้ง พระพุทธ ภายในวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปรินิหทาน องค์ทรงสดับเรื่องราวที่สุภัททะสนทนากับพระอานนท์ จึงมี รับสั่งให้สุภัททะเช้าเสา แล้วทรงแสดงธรรมโปรด สุภัททะ ฟังธรรมแล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ขออุปสมบทและ บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในคืนนั้นเอง นับเป็นพระ อรหันต์องค์สุดท้าย ขณะที่พระพุทธองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ได้ฟังเรื่องนี้แล้ว ให้รู้สึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ พระพุทธองค์ทรงมีต่อสัตวโลกอย่างที่สุด แม้ในขณะนั้น พระวรกายของพระองค์ทรงบอบช้ำเหลือเกินแล้วก็ตาม ทรงสงเคราะห์สัตวโลกจนแม้นาทีสุดท้ายก่อนสังขารของ พระองค์จะแตกดับ ในที่สุดพระพุทธองค์ก็ตรัสปัจฉิมพุทธพจน์ว่า "ภิกษุทั้งหลาย เราขอเตือนเธอเป็นครั้งสุดท้ายว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลาย จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด” เมื่อเวลาเคลื่อนคล้อยไปถึงยามสุดท้ายแห่งคืน เพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ พระพุทธองค์ทรงเจริญฌานจาก ปฐมฌานถึงอรูปฌาน ย้อนกลับไปกลับมานับแสนโกฏิครั้ง จนกระทั้งรุ่งสางพระพุทธองค์ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน ในยามนั้นโลกสะท้านหวั่นไหว กลองทิพย์บันลือ สั่นในอากาศ ดอกไม้นอกฤดูกาล ออกดอกบานสะพรั่งตาม กัลยาณมิตร พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ๒๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More