ข้อความต้นฉบับในหน้า
ด่านอรัญประเทศ (ฝั่งไทย)
มือกับทั้งผู้นำระดับสูงของรัฐบาลและชาวบ้านผู้ยากไร้แล้ว
ก็ตาม แต่ถึงกระนั้น ก็ยังรู้สึกว่าการไปเมืองเขมรคราวก่อน
ยังขาดอะไรบางอย่างอยู่ อะไรบางอย่างที่ว่านั้นก็คือยังไม่
ได้เห็นนครวัด นครธมนั้นเอง
ดังนั้น คราวนี้ พอมีคนมาชวนไปทอดผ้าป่าที่
เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา อันเป็นที่ตั้งของนครวัด
นครธม ผมจึงได้ตอบตกลงทันทีเพราะมั่นใจว่าเที่ยวนี้จะได้
ไปถึงกัมพูชาอย่างแน่นอน
ผ้าป่าที่จะจัดไปทอดที่เมืองเสียมเรียบในวันที่ ๑๗
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้น เป็นผ้าป่าขององค์การยุวพุทธ
ศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก(ย.พ.ส.ล.) ซึ่งทางคุณหมอพรชัย
พิญญพงษ์ เหรัญญิกขององค์การ ย.พ.ส.ล. ได้เสนอโอกาส
ให้ผมเลือกไปได้ถึง ๒ ทาง คือ ทางอากาศกับทางบก
ถ้าไปทางอากาศก็นั่งเครื่องบินจากดอนเมืองไปลง
ที่สนามบินเมืองเสียมเรียบ วิธีนี้ค่อนข้างสะดวกสบาย ใช้เวลา
น้อย แต่ใช้เงินมากหน่อย ซึ่งคณะผู้เดินทางส่วนใหญ่เลือก
ไปกันแบบนี้
ถ้าไปทางบก ต้องนั่งรถยนต์ไปจนสุดชายแดนไทย
ที่อรัญประเทศแล้วเช้าสู่กัมพูชาทางด่านปอยเปต ผ่านเมือง
ศรีโสภณและเสียมเรียบตามลำดับ เส้นทางถนนระหว่าง
ปอยเปต-เสียมเรียบ แม้จะมีระยะทางเพียงแค่ ๑๕๔ กิโลเมตร
แต่สภาพถนนไม่ค่อยดี จึงต้องใช้เวลาเดินทางถึง ๕-๖ ชั่วโมง
วิธีนี้ใช้เงินน้อยแต่ลำบากมากหน่อย ซึ่งคณะที่เดินทางส่วนนี้
ด่านปอยเปต (ฝั่งกัมพูชา)
ต้องออกเดินทางล่วงหน้าคณะชุดใหญ่ถึง ๒ วัน คือต้องไป
ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เพื่อไปเตรียมงาน
และสถานที่ไว้ให้พร้อมก่อนที่คณะชุดใหญ่จะไปถึง
ดูเหมือนว่าคุณหมอพรชัยแกคงจะมีความปรารถนา
ดีต่อผมอยู่ไม่น้อย จึงได้แนะนำให้ผมไปทางบกเพราะเป็น
การเดินทางแบบประหยัด และได้สัมผัสกับเมืองเขมรอย่าง
เต็มที่เหมาะกับคนที่จะกลับมาเขียนหนังสือ ซึ่งผมก็คิดว่าดี
เหมือนกัน เพราะคราวก่อนเคยไปเมืองเขมรทางอากาศมา
แล้ว ระหว่างทางไม่เห็นอะไรนอกจากก้อนเมฆ ถ้าไปแบบ
ติดดินอย่างนี้น่าจะได้อะไรมากกว่า ส่วนคุณหมอพรชัยเมื่อ
ละที่นั่งทางรถยนต์ให้ผมแล้ว แกจำใจต้องนั่งเครื่องบินไป
แทน(แกบอกกับผมว่าอย่างนั้น) ได้แต่นึกสรรเสริญและสงสาร
แกอยู่ในใจ เพิ่งจะเลิกสรรเสริญแกและหันมาสงสารตัวเอง
ก็อีตอนที่มานั่งอยู่ในรถยนต์ระหว่างการเดินทางจาก
ปอยเปตสู่เสียมเรียบนี่แหละ
ผมขอยืนยันไว้ตรงนี้เลยว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของ
ผมซึ่งเคยเดินทางท่องโลกมาแล้วไม่น้อย ทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศ ก็เห็นจะมีเส้นทางนี้แหละที่แย่ที่สุดตั้งแต่เคย
พบพานมา เพราะตลอดระยะทางกว่าร้อยห้าสิบกิโลเมตรนี้ มี
ถนนดีๆ เพียงไม่กี่กิโลเมตร นอกนั้นเป็นหลุมเล็กหลุมใหญ่
และสะพานที่ชำรุดทรุดโทรมอีกหลายแห่งให้ลุ้นระทึกตลอด
เส้นทาง พาหนะที่จะเดินทางผ่านเส้นทางนี้ได้ก็เห็นมีแต่
พวกรถปิกอัพ หรือโฟร์วีลไดรว์ อะไรทำนองนี้ พวกรถเก๋ง
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕®* ๕๙