ข้อความต้นฉบับในหน้า
กิ่งก้าน แล้วปลิดขั้วร่วง
หล่นลงบูชาพระบรมศพ
ดนตรีทิพย์ ก็บรรเลง
างโปรยปรายดอก
เทวดาตาง
มณฑารพ ดอกไม้สวรรค์
เพื่อบูชาพระบรมศพของ
พระพุทธองค์ แม้แผ่นดิน
ยังหวั่นไหวสั่นสะเทือน
เลื่อนสั่น แล้วใจของปุถุชน
ผู้ยังไม่บรรลุมรรคผลใดๆ จะทนทานได้อย่างไร เมื่อทราบข่าว
การปรินิพพานของพระพุทธองค์ผู้เป็นแสงสว่างแห่งโลก
“สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจักต้องทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลก
แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ยังเสด็จปรินิพพาน”
“สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ
มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา
ความเข้าไปสงบสังขารเหล่านั้นได้ เป็นสุข”
ท้าวสหัมบดีพรหมและท้าวสักกเทวราช กล่าวไว้เมื่อ
พระพุทธองค์ปรินิพพาน พระอนุรุทธะก็กล่าวเตือนพระภิกษุ-
สาวกที่ยังไม่บรรลุธรรมว่า อย่าโศกเศร้าไปเลย พระผู้มี
พระภาคเจ้าได้ตรัสบอกเอาไว้ก่อนแล้วว่า ความพลัดพราก
จากสิ่งที่รัก สิ่งที่ชอบใจนั้นต้องมีอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่
ย่อมมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ความปรารถนาขอให้สิ่ง
นั้นอย่าแตกดับเลย เป็นไปไม่ได้
พวกเราได้ฟังการบรรยายพุทธประวัติตอน
ปรินิพพานของท่านวิทยากรทั้งสอง คือ พระอาจารย์มหา
เฉลิม วชิรญาโณ และท่านอาจารย์บรรจบ บรรณรุจิ ที่ใต้
ต้นสาละใกล้พระสถูปที่ปรินิพพานทั้งเรื่อ
งเรื่องราวและบรรยากาศ
ชวนให้รู้สึกใจหายอย่างไรชอบกล ราวกับว่าเหตุการณ์
ทั้งหลายเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
พระสถูปที่ปรินิพพานนั้น มีชื่อเรียกว่า มหาปริ
นิพพานสถูป เชื่อกันว่าเป็นที่ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ปรินิพพาน พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างสถูปเล็กๆ ขึ้น
ต่อมามีบูรณะต่อเต็มกันเรื่อยมาคณะของเราก็พร้อมใจกันเดิน
๒๒ | ฝาณมิตร พฤษภาคม พ.ศ. ๒^®-
เวียนประทักษิณรอบพระ
สถูป พร้อมกับสวดมนต์
บทอิติปิโสไปด้วย อาการ
ใจหายเมื่อสักครู่นี้เริ่มดีขึ้น
ด้วยพุทธมนต์ เมื่อเดิน
เวียนครบสามรอบแล้ว
พวกเราก็จัดแจงที่นั่ง โดย
ใช้พื้นที่ว่างระหว่างพระ
วิหารที่ประดิษฐาน
พระพุทธรูปปางไสยาสน์และพระสถูป พระอาจารย์นำสวดมนต์
บูชาพระรัตนตรัยและตามด้วยบทสวดมนต์บูชาพระสถูปเป็น
ภาษาบาลี ซึ่งแปลความได้ว่า ข้าพเจ้าขอกราบไหว้สถูป เป็น
ที่ปรินิพพานนี้ ณ สาลวโนทยาน ที่เมืองกุสินารา อันเป็น
สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ขอการกราบไหว้นี้จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข
ความเจริญ ของข้าพเจ้าทั้งหลายเทอญ
สวดมนต์แล้ว พวกเราก็นั่งสมาธิร่วมกัน อากาศ
ยามเช้าสดชื่นเย็นสบาย ลมพัดมาเบาๆ รู้สึกเบากาย สบายใจ
ด้วยเวลาเพียงเล็กน้อยใจสงบได้อย่างไม่น่าเชื่อ ปล่อยวาง
จนใจว่าง นิ่ง คล้ายอยู่คนเดียวในโลก ยามที่ร่างกายแบกหาม
ข้าวของที่หนักอึ้งมาถึงที่ แล้วปลดสัมภาระเหล่านั้นลงจาก
หลังวางลงกับพื้น ยามนี้ใจก็เป็นเช่นนั้น ปลดวางภาระของ
ใจลงได้ แม้จะเพียงชั่วขณะเดียว ก็เป็นสุขแล้ว
คงจะด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของมนต์ที่สวดบูชาพระสถูป
และดวงใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความศรัทธา ในขณะที่นั่งสมาธิ
ร่วมกันอยู่นั้น คุณวิคเตอร์ ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ชาวสิงคโปร์
ที่ร่วมเดินทางมากับคณะของเรา เกิดความปีติตื้นตันใจ จน
ไม่อาจกั้นน้ำตาแห่งความปิติไว้ได้ น้ำตาเย็นไหลอาบแก้ม
ลูกผู้ชายร่างใหญ่คนนี้ แถมด้วยเสียงสะอึกสะอื้น อย่างที่
เจ้าตัวบอกว่าไม่อายใครเลย ในขณะที่บรรยากาศรอบข้าง
กำลังสงบเงียบ ใครสักคนในคณะของเรายื่นทิชชูให้คุณ
วิคเตอร์ซับน้ำตา จนแล้วจนรอดคุณวิคเตอร์ก็ยังตามหาไม่
พบว่าใครที่เป็นคนยื่นทิชชูให้ เพราะในเวลานั้นต่างคนต่าง
กำลังหลับตาทำสมาธิอยู่
ภายหลังมีโอกาสได้คุยกับคุณวิคเตอร์จึงถามเขาว่า
“ร้องไห้ทำไมคะ?” คุณวิคเตอร์ตอบด้วยภาษาไทยซึ่ง