ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพุทธรูปในพิพิธ/โณท์พาล เมืองหลวง ขยงยีโฟดานิสถาน
พระพุทธรูปจากไชใดรค สูง ๘๓.๕ เซนติเมตร
เป็นภาพเมฆะกำลังถวายดอกบัวแต่
พระพุทธเจ้าผู้ทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปจะมี
พระพุทธเจ้าพระนามว่าสมณโคดมมาไปรด
(พิพิธภัณฑ์คาบูล)
ศาสนาในอัฟกานิสถานจึงไปอยู่ในร้านขายของเก่าในปากีสถานมากมาย โดย
เฉพาะพรมแดนจังหวัดเปศวาร์ ทั้งๆ ที่รัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถานออก
คำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายวัตถุโบราณออกนอกประเทศ แต่การลักลอบขุดและ
ลักลอบขายยังมีอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยสงครามจากอัฟกานิสถานขนเอาไป
ขายราคาถูกๆ เศียรพระพุทธรูปจึงมีให้เห็นวางใกล้ๆ กับเทวรูปฮินดูตามร้าน
ขายของเก่าในเปศวาร์หลายร้าน
นักโบราณคดีชาวรัสเซียคนหนึ่ง ที่เคยร่วมขุดทองบักเตรียร่วมกับ
นักโบราณคดีอัฟกานิสถานเคยกล่าวไว้ว่า
“ทองคำจากอาณาจักรบักเตรียไปกระจาย อยู่ตามร้านทองหลายแห่งทั้ง
ในคามูลและต่างประเทศ ทรัพย์สมบัติเหล่านี้ เป็นของมวลมนุษยชาติที่ควร
เก็บรักษาไว้อย่างดีเพื่อให้ชาวโลกได้รู้จักความลี้ลับของชีวิต ไม่สมควรที่ชาติใด
ชาติหนึ่งหรือใครคนใดคนหนึ่งเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว”
แสงทองคำอันสุกปลั่งของพระพุทธศาสนาย่อมอยู่ในดวงใจมนุษย์เสมอมา
คอยส่องแสงทอประกายให้โลกสว่างไสว เมื่อใด ที่ชาวโลกเห็นคุณค่าของพระ
พุทธศาสนา
เมื่อนั้น ก็จะไม่มีการทำลายล้างและพลัดพรากจากกันอย่างแน่นอน
โรงแรมคาบูล
เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบและความต้องการของนักสะสมของเก่ายัง
ไม่น่าไว้วางใจ พิพิธภัณฑ์คามูลจึงได้เคลื่อนย้ายของมีค่าไปไว้ที่โรงแรมคามูล
กลางใจเมืองคามูลหลังจากที่ลังเลใจเป็นปี องค์การยูเนสโก รวมทั้งกระทรวง
วัฒนธรรมและข้อมูลข่าวสารของอัฟกานิสถาน และองค์การพิทักษ์วัตถุโบราณ
ในอัฟกานิสถานและเอเชียกลางของแนนซี ลูปรี ชื่อว่า 8^011 ดำเนินการ
ร่วมกันเริ่มในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยประธานาธิบดีรับบาน อนุมัติเงินช่วยเหลือ
๕๐ล้านเหรียญอัฟกัน
โรงแรมคามูลให้เนื้อที่ชั้นใต้ดินเป็นที่เก็บรักษาของมีค่าที่เหลืออยู่ใน
พิพิธภัณฑ์เป็นการชั่วคราว สร้างห้องเก็บของนิรภัย หน้าต่างทุกบานปิดตาย
ด้วยอิฐ ปล่อยให้แสงเข้าทางเพดานบ้าง ชั้นนี้มีห้องรับประทานอาหารด้วย
ทางโรงแรมได้สร้างกำแพงอิฐ
กั้นระหว่างประตูโค้งกว้างแต่ละ
บานเพื่อกั้นเป็นห้องๆ แล้วก่ออิฐ
ปิดช่องโค้งด้วยบานประตูเหล็กกล้า
เอามาจากพระราชวังดารูลามาน
มีห้องเก็บของขนาดใหญ่ ๓ ห้อง
และห้องโถงว่างอีก ๒ หอง
คัสชา มห! พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๔๕