ข้อความต้นฉบับในหน้า
สามารถทำให้จิตใจของท่านหวั่นไหวได้
พระพรหมโมลียืนหยัดท่าหน้าที่ในการปกป้อง
พระธรรมวินัย และลีบทอดพระศาสนา ตราบจนกระทั่งลม
หายใจสุดท้ายของชีวิต ท่านมรณภาพด้วยอาการหัวใจ
ล้มเหลวอย่างเฉียบพลัน ขณะพำนักอยู่ที่ ที่เมืองทวาย
ประเทศพม่า อันเป็นเมืองชนบทห่างไกล แต่ท่านก็เดินทาง
ไปเพื่อตั้งใจที่จะไปทำบุญกับชาวทวาย สืบเนื่องจาก
พระเดชพระคุณท่านได้ระลึกถึงข้าวทุกทัพพี จตุปัจจัยทุก
เรียงร้อยอย่างวิจิตรพิสดารควบคู่กันไปด้วย
คุณสมบัติเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นอัจฉริยภาพของ
ท่านโดยแท้
ในด้านงานของการคณะสงฆ์ พระ
พรหมโมลีก็มีตำแหน่งหน้าที่และความ
รับผิดชอบในการคณะสงฆ์มากมาย ได้แก่
ตาแหน่ง เจ้าคณะภาค ๑ กรรมการมหาเถร-
สมาคม กรรมการร่างกฎมหาเถรสมาคม
กรรมการสำนักปีกอบรมพระธรรมทูต
ประธานกรรมการแปลพระไตรปิฎกภาษาบาลีเป็นไทย
ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กรรมการศูนย์ควบคุม
การไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร(ค.ต.ภ.) และ
ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย
จากผลงานและเกียรติคุณของท่านที่ได้กล่าวมา
แล้วทั้งหมด คงจะมิอาจปฏิเสธได้ว่า พระพรหมโมลี คือ
ปูชนียาจารย์ที่ควรค่าแก่การยกย่องสักการะอย่างแท้จริง
ตลอดเส้นทางการสร้างบารมีในเพศบรรพชิตของท่านมีแต่
ความสะอาดบริสุทธิ์ และงามสง่าสมภูมิของพระมหาเถระผู้
เป็นหลักชัยแห่งสังฆมณฑล เวลาในทุกๆ อณุวินาทีของ
ท่านล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์อันสูงสุดต่อพระพุทธศาสนา
แม้ในบางช่วงเวลา ท่านจะต้องพบพานกับอุปสรรค
จากกระแสแห่งความไม่เป็นธรรม ที่โหมกระหน่ำกดดัน
ท่านอย่างหนักหนาสาหัส ซึ่งหากเป็นบุคคลธรรมดาๆ คง
ยากจะทานทน แต่ด้วยหัวใจอันเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว ท่าน
จึงเลือกที่จะยึดมั่นในพระธรรมวินัย และกฎมหาเถรสมาคม
โดยไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามกระแสกดดันของสื่ออัน
อยุติธรรมแม้แต่น้อย และเชื่อแน่ว่าแม้แต่ความตายก็ไม่
๗๒ | กัลยาณมิตร พฤษภาคม พ.ศ. 10๕๔
อย่างที่ชาวทยายได้ถวายท่านและเคยอุปัฏถากท่าน
โดยในการเดินทางดังกล่าว ท่านมีความปรารถนา
อย่างยิ่งที่จะไปยังเมืองสะเทิม ซึ่งเป็นเมืองแรกตาม
ประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนา ที่พระโสณะและพระอุตตร
เถระได้เดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในราวปี พ.ศ. ๒๓๐
ทั้งนี้เพื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมสำหรับใช้ในการ
ประพันธ์หนังสือทางด้านพระพุทธศาสนา ซึ่งท่านเล็งเห็นว่า
จะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแผ่ และสืบทอดพระพุทธศาสนา
ต่อไปในอนาคต แสดงให้เห็นว่าทุกลมหายใจเข้าออกของ
ท่านนั้นล้วนเกาะเกี่ยวอยู่กับงานของพระศาสนาอย่างแนบแน่น
ณ วันนี้ แม้ว่าวงการคณะสงฆ์ไทยจะต้องสูญเพชร
น้ำเอกแห่งพระพุทธศาสนาไปแล้วก็ตาม แต่การจากไปของ
ท่านก็เป็นการจากเพียงแค่กาย ส่วนคุณงามความดี และ
คุณูปการที่มีต่อพระศาสนานั้น จะยังคงอยู่ในหัวใจของคณะ
สงฆ์ทั่วทั้งดังฆมณฑล และพุทธศาสนิกชนทุกคนตลอดไป
ตราบนานเทานาน...