ข้อความต้นฉบับในหน้า
วัดตาโคก อ.ปวก จ.เสียมเรียบ
วัดตาโตกหรือวัดโฆสิตารามซึ่งเป็นสถานที่ในการ
จัดพิธีทอดผ้าป่านั้น ตั้งอยู่ที่อำเภอปวก จังหวัดเสียมเรียบ
เป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่าร้อยปีขึ้นไป แต่โบสถ์เพิ่งมีการสร้าง
ขึ้นใหม่แทนหลังเก่าที่ถูกทุบทำลายไปในช่วงที่เขมรแดง
เรืองอำนาจ มีพระภิกษุที่นี่บางรูปพูดภาษาไทยได้ ท่านพา
ไปดูที่หนังสือในกุฏิ ซึ่งมีทั้งพระไตรปิฎกภาษาไทยและ
หนังสือของวัดพระธรรมกาย ท่านบอกว่ามีพระภิกษุที่วัดนี้
หลายรูปได้อาศัยพระไตรปิฎกภาษาไทยเป็นคู่มือค้นคว้าทั้งๆ
ที่ยังพูดไทยไม่ได้ ส่วนหนังสือของวัดพระธรรมกายนั้น
ญาติโยมที่เคยไปเมืองไทยได้นำมาถวายซึ่งน่าสนใจมาก
สำหรับบริเวณมณฑลพิธีที่จะทอดผ้าป่านั้น ทาง
วัดได้สร้างปะรำ ขึ้นกลางลานวัดซึ่งสำเร็จลงได้ โดยอาศัย
ปีมือและแรงงานของบรรดาพ่อเฒ่าแม่เฒ่าที่มาถือศีล
๖๔ | กัลยาณมิตร พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕
ปฏิบัติธรรมที่วัดนั้นเอง เห็นผู้เฒ่าบางคนแล้วอดทิ้งไม่ได้ ทั้งๆ
ที่เท้าพิการข้างหนึ่งแท้ๆ แต่แกคล่องแคล่วเหลือหลาย
เห็นขุดดินปักเสาอยู่ดีๆ เผลอแผล็บเดียว แกปีนขึ้นไปมุง
หลังคาอีกแล้ว ฝ่ายแม่เฒ่าก็มาช่วยกันติดธงทิวบ้าง เอา
ใบไม้มาผูกติดปะร่าบ้าง
พอออกจากวัด พวกเราก็ได้แวะไปที่สนามบิน
เสียมเรียบเพื่อทดสอบเส้นทางและระยะเวลา เพื่อจะได้วาง
กำหนดการได้ถูกต้อง อีกทั้งยังได้ไปประสานงานกับฝ่ายต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องทั้งทางฝ่ายราชการ ฝ่ายต้อนรับ และโรงแรม
ที่พักของคณะที่มาทอดผ้าป่าคือโรงแรมมิตรเพียบ(มิตรภาพ)
ในเมืองเสียมเรียบ หลังจากนั้นจึงได้ไปสมทบกับทีมงาน
ขุดแรกตามนัดหมายที่ปากทางเช้านครวัด ซึ่งพวกเขาก็เพิ่ง
จะมาถึงหลังจากที่ได้ตระเวนถ่ายภาพและวีดิโอตามปราสาท
ที่สำคัญๆ มาแล้วหลายแห่ง ถือว่าคุ้มค่าค่าธรรมเนียมเข้าชม
หัวละ ๒๐ ดอลลาร์ (ประมาณ ๗๐๐ บาท) ส่วนพวกเราที่
ตามมาสมทบทีหลัง ไม่ต้องเสียสตางค์เพราะหลังห้าโมงเย็น
แล้วเขาไม่เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม
ในที่สุด ผมก็ได้มาเห็นนครวัด นครธม สมความ
ปรารถนาและยอมรับว่ายิ่งใหญ่สมคำราลือจริงๆ สำหรับ
วันนี้พวกเรามีเวลาเที่ยวชมที่นครวัดแค่ชั่วโมงเศษๆ แม้จะ
ดูได้เพียงผ่านๆ แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่น้อย และ
หลังวันทอดผ้าป่า พวกเราก็จะมีเวลามาเที่ยวชมที่นี่กันทั้ง
วัน ซึ่งผมจะได้กล่าวถึงรายละเอียดและความเป็นมาของ
ปราสาทหินต่างๆ ในตอนต่อไป
แต่ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ผมสามารถกล่าวได้เต็มที่
เต็มปากเต็มคำว่า ผมได้มาถึงกัมพูชาแล้ว “ซัวสเดย กัมปูเจีย”
สวัสดีกัมพูชา I
(อ่านต่อฉบับหน้า)