ข้อความต้นฉบับในหน้า
จึงเป็นผู้ที่หาได้ยากในโลก สมควรแก่การเทิดทูน และเคารพ
สักการะอย่างสูงสุด
พระพรหมโมลี ปูชนียาจารย์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ
ตลอดชีวิตของท่านมีแต่ความสะอาดบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ
เป็นพระแท้พระดี ที่สาธุชนสามารถกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ
ท่านเริ่มต้นชีวิตในเพศสมณะด้วยการบรรพชา
เป็นสามเณรที่บ้านเกิด จังหวัดกาญจนบุรี เมื่ออายุได้ ๑๓ ปี
ครั้นอายุครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดดอน แขวง
ยานนาวา กรุงเทพฯ ตลอดระยะเวลาของการบรรพชา
อุปสมบทท่านได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนทั้งทางด้านปริยัติและ
ปฏิบัติอย่างแตกฉานลึกซึ้ง
ในด้านปริยัติท่านสามารถสอบเปรียญธรรมประโยค
๙ ได้ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ส่วนในด้านปฏิบัติ ท่านได้เรียน
กรรมฐานเป็นครั้งแรกจากพระอาจารย์เข่ง อตฺตรกฺโข
ภายหลังได้ศึกษาเพิ่มเติมจากพระอาจารย์ภัททันตะ อาสภ
เถระ จนเป็นที่กล่าวขานกันว่า ท่านเป็นพระมหาเถระที่มี
ความเชี่ยวชาญแตกฉานในหลักการเจริญวิปัสสนา จนได้รับ
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย
พระพรหมโมลีได้สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์อย่าง
มากมายต่อพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานเขียน
ด้านศาสนาหลายต่อหลายเล่ม ได้แก่ ภูมิวิลาสินี (ได้รับรางวัล
ชนะเลิศจากการประกวดวรรณกรรมไทย สาขาศาสนา
ของธนาคารกรุงเทพ | ครั้งที่ ๑) วิมุตติรัตนมาลี (ได้รับรางวัล
ชนะเลิศจากการประกวดวรรณกรรมไทย สาขาศาสนา
ของธนาคารกรุงเทพ ครั้งที่ ๒) กรรมทีปนี (ได้รับรางวัลชนะ
เลิศจากการประกวดวรรณกรรมไทย สาขาศาสนา ของ
ธนาคารกรุงเทพ ครั้งที่ ๓) โลกทิปนี้ มุนีนาถทีปนี และ
ภาวนาทีปนี เป็นต้น
ท่านเป็นพระภิกษุรูปเดียวของดังฆมณฑล ที่ได้รับ
รางวัลชนะเลิศจากการประกวดวรรณกรรมไทย สาขาศาสนา
ของธนาคารกรุงเทพ ถึง ๓ ครั้งด้วยกัน ด้วยเกียรติคุณนี้
ทำให้ท่านได้รับการยกย่องเชิดชูว่าเป็น “เพชรนาเอกในวง
วรรณกรรม" ซึ่งรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเป็น
พหูสูตคือ ความรอบรู้ในข้ออรรถและธรรมของท่าน
อีกทั้งท่านยังมีศิลปะในการประพันธ์ขั้นสูง ด้วยการ
ใช้สำนวนภาษาที่สละสลวย และมีลีลาในการน่า เสนอ
ทำให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสในการอ่านอย่างเต็มเปี่ยม ขณะ
เดียวกันยังสามารถซึมซาบแก่นแห่งธรรมะที่ท่านได้บรรจง
แม่เป้น: พฤษภาคม พ.ศ. ๒*®® ๑