ข้อความต้นฉบับในหน้า
หากไม่มีคุณยาย ก็ไม่มีหลวงพ่อ ไม่มีวัดพระ
ธรรมกาย ไม่มีพวกเราที่สร้างความดีอย่างมีความสุขจน
ทุกวันนี้ นี่คือถ้อยคำที่กล่าวยกย่องคุณยายอุบาสิกาจันทร์
ขนนกยูง ของหลวงพ่อธัมมชโย พระราชภาวนาวิสุทธิ์ของ
พวกเรา ชงทา
ซึ่งท่านกล่าวแทนความรู้สึกในความเคารพบูชา
จากใจลูกศิษย์ทุกๆ คนที่มีต่อคุณยาย เมื่อนึกถึงคุณยาย
แล้วก็ให้นึกถึงภาพแห่งการสร้างบารมีที่งดงามของท่าน
อาตมาได้ยินได้ฟังคุณธรรมความดีของยายมาตั้งแต่เข้าวัด
จนกระทั่งทุกวันนี้ก็รู้สกทิ้ง และอัศจรรย์ใจในคุณความดี
ของคุณยายเป็นอย่างยิ่ง
ครั้งแรกที่เจอคุณยาย ตอนนั้นอาตมายังเป็น
สามเณรตัวเล็กๆ เช้าวัดมาเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๒๘ วันที่
เจอคุณยายวันนั้นกำลังไปเรียนหนังสืออยู่ที่ ๒ ชั้น คือ
อาคารปุโรหิตา รู้สึกมีสายตาคู่หนึ่งมองมา อาตมาหันหน้าไป
ดูเจอคุณยายท่านมองจ้องอยู่ ตอนนั้นยังไม่รู้ว่า คุณยาย
เป็นใคร ยังไม่รู้จัก แต่คุณยายไม่ว่าอะไร มองจ้องสักพักแล้ว
คุณยายก็นั่งสามล้อผ่านไปคือพี่อารีพันธุ์เป็นคนปั่นสามล้อให้
หลังจากนั้นพอเริ่มเรียน ก็มาถามพระอาจารย์ใหญ่
พระมหาสุวิทย์ วิชเชสโก ซึ่งเป็นอาจารย์สอน ท่านเล่าให้ฟังว่า
นั่นคือคุณยาย และก็เล่าคุณธรรมให้ฟัง แต่เนื่องจากเป็นเด็ก
ก็จำอะไรไม่ได้ จำได้อย่างเดียว ติดใจอย่างเดียวคือ คุณยาย
ปัดลูกระเบิดได้และก็ช่วยพ่อจากนรกได้ อันนี้จำได้แม่น
ตอนนั้นเป็นเณรตัวเล็ก ก็ใฝ่ฝันอยากจะได้นั่งสมาธิ อยากจะ
๒๖ กัลยาณมิตร พฤษภาคม พ.ศ. ๒**®
ปัดลูกระเบิดได้อย่างคุณยายบ้าง
พอพระอาจารย์ใหญ่
เล่าคุณธรรมและประวัติคุณยาย
ให้ฟัง ทุกเย็นที่มาเรียนหนังสือก็
สังเกตดู ไม่กล้าลงไปข้างล่าง
เพราะว่ากำลังชนอยู่ พระ
อาจารย์ใหญ่บอกว่า คุณยายท่าน
ไม่ชอบสกปรก ไม่ชอบคนที่ไม่มี
ระเบียบวินัย เพราะฉะนั้นก็กลัวว่า
จะไป ทํา ง ไม่ให้คุณยายเห็น
เลยแอบดูอยู่ข้างบนสองชั้น(อาคาร
ปโรหิตา)
ตอนเย็นๆ ประมาณ ๕
โมงเย็นของทุกวัน คุณยายจะนั่งสามล้อซึ่งมีโยมพี่อารีพันธุ์
ปันมา พอมาถึงบริเวณประตู ๓ ทางสี่แยก ก็ลงรถ คุณยาย
จะเอาข้าวสารมาเลี้ยงนกยูงบ้าง มาให้ไก่บ้าง ไก่ก็จะวิ่งตาม
คุณยายเป็นพรวน คุณยายจะนั่งรถ แล้วมองดูวัดตรวจวัด
ทุกวัน ไปที่ไหนก็มีไก่วิ่งตาม คุณยายเบิกบาน มีความสุข
ตรวจวัดทุกวัน สิ่งนี้ภาพแรกที่ได้เจอคุณยาย แล้วได้เห็น
ความบริสุทธิ์ความเมตตาปรารถนาดีของคุณยายต่อตัวเอง
และต่อลูกศิษย์ทุกๆ คน
ต่อมาเมื่อได้เรียนบาลีมากขึ้นและได้อยู่วัดนาน
มากขึ้น จนกระทั่งได้ไปอยู่ที่คอธ. ศูนย์ปีกอบรมธรรมทายาท)
คือเนื่องจากพระเณรมากขึ้นที่ของเราก็ซื้อสองพันไร่เสร็จแล้ว
ก็เลยไปสร้างศาลาเป็นอาคารกุฏิจากอยู่ที่ตรงนั้น ก็ได้ยิน
ได้ฟังคุณธรรมของคุณยายผ่านจากพระอาจารย์บ้าง จาก
พระพี่เลี้ยงอยู่เสมอ ๆ คุณธรรมคุณยายที่หล่อหลอมมานั้น
ได้กลายมาเป็นกฎเป็นวัฒนธรรมที่หล่อหลอมให้เกิด
พระภิกษุสามเณรขึ้นมา
สมัยที่เป็นสามเณรอยู่ หลวงพ่อหัตตะ พระอาจารย์
ของพวกเราทุกคน ท่านให้นโยบายว่า สามเณรที่มาอยู่ที่วัด
มาจากต่างที่ต่างๆ กัน ท่านอยากจะให้สามเณร ไม่ใช่เรียน
หนังสืออย่างเดียว ปีกให้ทำงานด้วย ท่านบอกว่ากลัวจะ
เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ท่านว่าอย่างนั้น เลยมีโครงการให้
สามเณรนั้นทำงานร่วมกัน หางานให้ทำ คืออย่างไร คือ
หลังจากเลิกเรียนเสร็จแล้ว ที่ของเราจะเป็นที่ทุ่งนาโล่ง