ข้อความต้นฉบับในหน้า
๖๐
รถบัสเห็นจะหมดสิทธิ์ชิดซ้ายไปได้เลย รถ 6 คัน ที่คณะของ
เราจ้างเหมาไปเป็นรถปิกอัพซึ่งตกแต่งดัดแปลงช่วงล่าง
เป็นพิเศษ ประกอบกับคนขับคุ้นเส้นทางเป็นอย่างดีจึงขับ
แบบไม่ปรานีปราศรัย วิ่งตะบึงผ่านหลุมบ่อไปตลอดทาง
เหมือนม้ากระโดด ในรถปิกอัพก็ต้อง
นั่งอัดกันไป ทำให้ผมรู้สึกระบมไปทั้ง
ตัวเลยทีเดียว
จากปอยเปตถึงเมืองศรีโสภณ
(จังหวัดบันเดียเมียนเจยในปัจจุบัน) มี
ระยะทาง ๔๘ กิโลเมตร คณะของเรา
แวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่
ร้านอาหารชื่อ “อัปสรา” ซึ่งอยู่บริเวณ
สามแยกไปพระตะบอง เสียมเรียบและ
ปอยเปต ใกล้ๆ ทางแยกมีรูปปั้นนาง
อัปสราในท่าร่ายรำงดงาม ที่แท่นฐาน
มีคำภาษาไทยจารึกไว้ว่าสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่
เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ อดีตเจ้าเมืองพระตะบอง เจ้าพระยา
อภัยภูเบศร์นั้น แม้ท่านเป็นคนไทยที่มาปกครองคนเขมร
รูปปั้นนางอัปสราที่เมืองศรีโสภณ
เมื่อครั้งดินแดนย่านนี้ยังเป็นของไทยอยู่ แต่ท่านก็ได้รับ
ความเคารพรักจากชาวเขมรเป็นอย่างมาก นี้เป็นเครื่องชี้ให้
เห็นว่าคนเราขอให้ดีจริงเสียอย่าง ก็ย่อมได้รับความเคารพ
รักจากผู้คนทั้งหลายอย่างจริงใจแม้ว่าจะมิใช่คนชาติเดียว
กันก็ตาม เหมือนดังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา
ที่ทรงได้รับการเคารพสักการะจากมหาชนทั้งโลกตลอด
80 ณ นร พฤษภาคม พ.ศ. ๒®®
สองพันห้าร้อยกว่าปีที่ผ่านมา
หลังจากได้พักให้น้ำให้ท่าจนกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา
บ้างแล้ว พวกเราก็พยายามประคองสังขารขึ้นไปรับการ
ทรมานบนรถต่อ เพราะยังเหลือเส้นทางระหว่างศรีโสภณถึง
เสียมเรียบอีกร้อยกว่ากิโลเมตร ซึ่งก็
ยังคงมีสภาพถนนไม่ต่างจากที่ผ่านมา
เท่าใดนัก เรียกว่าเป็นการเดินทางแบบ
“ทุรยาตรา” ที่ได้มาสัมผัสเมืองเขมร
แบบติดดิน กินฝุ่น คลุกโคลนกันเลย
ทีเดียว กว่าจะถึงเมืองเสียมเรียบได้ก็
ทำเอาสะบักสะบอมไปตามๆ กัน แต่
ตอนนี้ถ้ามีใครมาถามว่าเข็ดไหม ก็จะ
ขอยืนยันว่ายังไม่เข็ด เพราะสิ่งที่ผม
ได้รับจากการเดินทางครั้งนี้มันคุ้มเกิน
คุ้มจริงๆ ส่วนว่าคุ้มอย่างไร คุ้มแค่ไหน
ขอให้อดใจรอไว้รู้กันในตอนต่อๆ ไป
เสยมเรียบ เมืองแห่งโบราณสกาชอันสอชื่อ
เสียมเรียบ เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของกัมพูชา ซึ่ง
มีตำนานเล่าขานกันว่า ครั้งหนึ่งกองทัพของสยาม(เสียม)
เคยมาถูกทำลายราบเรียบที่นี่ ดินแดนแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า
เสียมเรียบ หรือเสียมราบ แต่ในช่วงที่ดินแดนแห่งนี้ตกเป็น
ของไทยก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เสียมราฐ" ครั้นต่อมาเมื่อพ้น
จากการครอบครองของไทยก็ได้เปลี่ยนกลับไปเรียกว่า