ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรม
พลอดุลยเดช
ราชชนนี และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้า
ฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทั้ง ๓ พระองค์ทรงเป็นที่
รักยิ่งของประชาชน
๒
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติในวันที่
มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๗ และได้มีการสถาปนา
พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอานันทมหิดล
ขึ้นเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 4 แห่งพระบรม
ราชจักรีวงศ์ สมเด็จพระบรมราชชนนี ซึ่ง
ขณะนั้นดำรงพระยศเป็น "หม่อมสังวาลย์
มหิดล ณ อยุธยา” ก็ทรงอยู่ในฐานะพระ
ราชชนนีของพระมหากษัตริย์นับตั้งแต่วันที่
๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๗ เป็น
ต้นมา และนับวันพระราช
กรณียกิจของพระองค์ก็ยิ่งมาก
ทับทวี เพราะสมเด็จพระบรม
ราชชนนีต้องทรงปฏิบัติพระ
ราชกรณียกิจทั้งในฐานะ "สม
เด็จแม่" ของพระมหากษัตริย์ และ
"สมเด็จย่า" ของประชาชนชาวไทย
สมเด็จพระบรมราชชนนี
ทรงเลี้ยงดูพระราชโอรส พระ
ราชธิดาครั้งยังทรงพระเยาว์
อย่างทะนุถนอม ทรงเอาใจใส่
เรื่องการศึกษาเล่าเรียน ตลอดจน
เรื่องสุขภาพอนามัยเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความ
ตั้งพระทัยอย่างเต็มเปี่ยมว่า เพื่อให้พระราช
โอรสพระราชธิดาได้ทรงเจริญวัยขึ้นอย่างมี
สติปัญญาเต็มเปี่ยม มีความรู้ความสามารถ
ครบทุกด้าน มีพลานามัยสมบูรณ์ เพียบ
พร้อมด้วยคุณธรรม เพื่อจะได้กลับมา
ช่วยประเทศชาติและราษฎรผู้ยากไร้ได้อย่าง
เต็มที่ ดังความบางตอนในพระนิพนธ์
ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เรื่อง เจ้า
นายเล็ก ๆ ยุวกษัตริย์” ว่า
...แม่จะอธิบายพุทธประวัติใน
ถ้อยคำง่าย ๆ ที่เราสามารถจะเข้าใจได้และ
ก่อนนอนจะให้สวดมนต์สั้น ๆ ในภาษา
ธรรมดาว่า "ขอให้พระพุทธเจ้าบันดาลใจให้
(ซ้ายบน) หม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา
พระวรวงศ์เธอพระองค์เธอพระองค์เจ้า
อานันทมหิดล พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า
ภูมิพลอดุลยเดช พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า
กัลยาณิวัฒนา ทรงฉายพระรูปที่เมืองโลซานน์
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อกันยายน
พ.ศ.๒๔๗๑
(ชื่อของเรา) เป็นเด็กดี มีใจเมตตากรุณา
ภายหลังอาจมีต่อเติมอะไรอื่นอีกแล้วแต่
แต่ละคน"
"เมื่ออยู่เมืองไทยสักปีหนึ่ง คือเมื่อ
พระองค์ชาย(รัชกาลที่ 4) ประมาณ 4 ขวบ
และพระองค์เล็ก (รัชกาลที่ ๔) ประมาณ ๓
ขวบ เป็นบิดกันทั้งสองพระองค์ พระองค์
ชายนั้นเป็นก่อน โดยมากถ้าเจ็บกันด้วย
การติดเชื้ออะไรมา พระองค์ชายจะเป็นผู้
เป็นก่อนทุกครั้ง การรักษานั้นต้องฉีดยา
"เอมมิติน" (Emetine) และสวนด้วย ยา
เทรน” (Yatren) ๒-๓ ครั้งจึงหาย ก่อนจะ
ถูกฉีดยาแม่ได้อธิบายว่าจะเจ็บหน่อย พระ
องค์เล็กถามว่า "ร้องไห้ได้ไหม" "
และจากความบางตอน
ในพระราชหัตถเลขาของสมเด็จ
พระบรมราชชนนีทรงมีไปถึง
สมเด็จพระพันวัสสาฯ ว่า
"วันนี้เป็นวันอาทิตย์ หม่อมฉัน
ขออนุญาตผู้ดูแลที่บ้านหมอพิเศษ
ขอรับลูกมาอยู่ด้วยในตอนบ่าย
เขาก็อนุญาตให้เปลี่ยนเวรกัน
มาทีละองค์ ปีและนันทมาแล้ว
มาเหวยน้ำชาด้วย แล้วไปเดิน
0
(ซ้ายล่าง) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อานันทมหิดล สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์
สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช
และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิ
วัฒนา ประทับอยู่บนเรือพระที่นั่งเรือหลวง
ศรีอยุธยา แล่นตามลำน้ำเจ้าพระยาถึงฝั่ง
พระนคร เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.
๒๕๔๑
(บน) ฉายพระรูปที่เมือง Davos
เที่ยวกันสนุกและชอบกันมาก
ทั้งเล็กและนันทดีมาก ไม่ยุ่ง
ยากมาด้วยทันที เมื่อปีได้มาก่อน
เล็กบอกว่าใครออกก่อน ก็ไปก่อน เล็ก
ออกทีหลังก็ต้องไปทีหลัง น่าเอ็นดูมากที่ไม่
ยุ่ง คอยให้ถึงเวลาขององค์เองอย่างดี
หม่อมฉันรู้สึกดีใจมากที่ลูก ๆ ถ้าอธิบายกัน
เข้าใจแล้วเชื่อเสมอ แต่มีบางเวลาหม่อม
ฉันรู้สึกกลุ้มใจเหมือนกันเวลาที่ลูก ๆ ยุ่ง
แล้วหาวิธีแก้ยังไม่ได้ เป็นของยากมากใน
การอบรมเด็กโดยวิธีอธิบายและชี้แจงเหตุ
ผลให้เด็กเห็นความถูกความผิด เคราะห์ดีที่
หม่อมฉันได้อ่านหนังสือมากในการอบรม
เด็ก หนังสือเหล่านี้ช่วยแนะนำวิธีต่าง ๆ
ได้มาก แต่เด็กทุกคนนิสสัยไม่เหมือนกัน ก็
ต้องใช้ความคิดของตัวเองบ้าง ให้ถูก
นิสสัยของเด็ก..."
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๕