กัลยาณีกุมารีและการบวช วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 10 หน้า 60
หน้าที่ 60 / 124

สรุปเนื้อหา

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นที่พึ่งแห่งสัตวโลกทั้งหลาย การแสนทุเรศปรากฏแก่คลองจักษุ ก็ถามย้ำซ้ำอีกว่า นั่น... ในอดีตชาติล่วงแล้วแต่หนหลัง ครั้งศาสนาพระพุทธรังสี ท่านเป็นใคร? และเหตุใด จึงมาร้องไห้ครวญครางอยู่ใกล้กุฏิ สัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ผู้ทรงเป็นพระโพธิสัตว์เสวยพระ ของเราอยู่อย่างนี้ เปรตเพศหญิงเมื่อได้ยินพระอัญญาโกณ ชาติเป็นมาณพหนุ่ม เห็นโทษในฆราวาสวิสัย และปรารถนา ฑัญญะภิกษุถามดังนั้น ก็หยุดร้องไห้ฉับพลันด้วยความดีอกดีใจ จักประพฤติพรหมจรรย์ บำเพ็ญเนกขัมมบารมี จึง กล่าวคำขออนุญาตภรรยา ซึ่งชื่อว่า กัลยาณี กุมารี ออกบวชเป็นพระภิกษุ สงฆ์สาวกในพระศาสนา แห่งองค์สมเด็จพระ พุทธรังสีสัมมาสัมพุทธ เจ้านั้น มีนาม ปรากฏว่า พระอัญญาโกณฑัญญะ ภิกขุ ส่วนว่าพิมพา ข้าพระบาทที่เกิดเป็น หญิงนามว่า กัลยาณีกุมาร

หัวข้อประเด็น

- กัลยาณีกุมารีและการบวช

ข้อความต้นฉบับในหน้า

โดย พระเทพมุนี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.๙) กัลยาณีกุมารี ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นที่พึ่งแห่งสัตวโลกทั้งหลาย การแสนทุเรศปรากฏแก่คลองจักษุ ก็ถามย้ำซ้ำอีกว่า นั่น... ในอดีตชาติล่วงแล้วแต่หนหลัง ครั้งศาสนาพระพุทธรังสี ท่านเป็นใคร? และเหตุใด จึงมาร้องไห้ครวญครางอยู่ใกล้กุฏิ สัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ผู้ทรงเป็นพระโพธิสัตว์เสวยพระ ของเราอยู่อย่างนี้ เปรตเพศหญิงเมื่อได้ยินพระอัญญาโกณ ชาติเป็นมาณพหนุ่ม เห็นโทษในฆราวาสวิสัย และปรารถนา ฑัญญะภิกษุถามดังนั้น ก็หยุดร้องไห้ฉับพลันด้วยความดีอกดีใจ จักประพฤติพรหมจรรย์ บำเพ็ญเนกขัมมบารมี จึง กล่าวคำขออนุญาตภรรยา ซึ่งชื่อว่า กัลยาณี กุมารี ออกบวชเป็นพระภิกษุ สงฆ์สาวกในพระศาสนา แห่งองค์สมเด็จพระ พุทธรังสีสัมมาสัมพุทธ เจ้านั้น มีนาม ปรากฏว่า พระอัญญาโกณฑัญญะ ภิกขุ ส่วนว่าพิมพา ข้าพระบาทที่เกิดเป็น หญิงนามว่า กัลยาณีกุมารี เมื่ออนุญาตให้สามีบวช ด้วยความจำเป็นจำใจอนุ ญาตแล้ว ก็ให้นึกโทมนัส ขัดเคืองระคนน้อยใจใน สามีนั้นหนักหนา โดย คิดว่าสามีเป็นคนเห็น แก่ความสบาย ไม่นึกถึง ความรักความใคร่ ปล่อย แล้วกราบเรียนขึ้นในความมืด แห่งราตรีนั้นว่า 'ข้าแต่ท่านผู้ทรงศีล อันว่าตัวดิฉันนี้ หาใช่คนอื่น ไกลที่ใดไม่ โดยที่แท้ก็คือนาง กัลยาณีกุมารีรูปสวยโสภา ซึ่ง เคยเป็นภรรยาของพระผู้เป็น เจ้านั่นเอง เหตุที่มาอุบัติบังเกิด เป็นเปรตแสนทุเรศเช่นนี้ ก็คือว่า เมื่อพระผู้เป็นเจ้าออกบวชใน ศาสนา ข้าพเจ้านี้ถึงแม้จะ แสดงความชื่นชมยินดีต่อหน้า คนทั้งหลาย แต่ภายในใจนั่นสิ เต็มไปด้วยความโทมนัสขัด เคืองคิดน้อยอกน้อยใจอยู่ตลอด เวลาว่า สามีของข้าเป็นคนด้อย ปัญญา ไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่า แห่งความรักที่ภรรยามีต่อตน และเป็นคนเห็นแก่ตัวปลีก มาหาความสบายในศาสนา ทอดทิ้งให้ภรรยาว้าเหว่เอกาอยู่ ในโลกฆราวาสแต่ลำพังทั้งเป็นคนมีใจดำเหี้ยมเกรียมหนักหนา ไม่เห็นอกเห็นใจภรรยาเลยว่าจะเป็นเช่นใด เฝ้านึกน้อยใจอยู่ อย่างนี้ จนถึงแก่ชีพิตักษัยด้วยอารมณ์ตรอมตรมไม่ผ่องใส จึง ได้ไปเกิดในกำเนิดแห่งเปรตมีแต่ความทุกข์ทรมาน และ อุตส่าห์เดินโซซังมายังสถานที่อยู่แห่งพระผู้เป็นเจ้าที่เคยเป็น สามี ด้วยอานุภาพแห่งใจรักชักพาให้มา ในกาลบัดนี้ ให้ภรรยาว้าเหว่เอกาอยู่ในโลกฆราวาส นึกโทมนัสน้อยใจอยู่ อย่างนี้จนถึงแก่ชีพิตักษัย ขาดใจตายด้วยอารมณ์ไม่ผ่องใสนั้น กาลวันหนึ่ง เป็นยามราตรีมีฝนพรำเงียบสงัดกำดัด ดึก ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะภิกษุหนุ่ม สาวกแห่งองค์พระ พุทธรังสีสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้สดับเสียงร้องครวญคราง แปลกประหลาด ประดุจคนได้ทุกขเวทนาแทบจะขาดใจตาย ในที่ใกล้กุฏิ ก็ให้มีความอัศจรรย์ใจยิ่งหนักหนา ด้วยว่าแต่ อัญญาโกณฑัญญะภิกษุหนุ่มได้สดับวาจาแห่งนาง ก่อนร่อนชะไรจะเคยได้ยินเสียร้องไห้ครวญครางดั่งนี้ก็หามิได้ เปรตกัลยาณีกุมารีฉะนี้ ก็มีความสงสารนางที่เคยเป็นภรรยา พระผู้เป็นเจ้าจึงร้องถามไปว่า ใครมาร้องไห้ครวญครางอยู่ที่นี่ จับใจ ปรารถนาที่จะช่วยสงเคราะห์ให้นางพ้นจากความเป็น แล้วก็เปิดกุฎีออกมาดูเพื่อให้รู้แน่ ก็ได้แลเห็นเปรตมีลักษณา เปรต จึงบอกให้นางคุกเข่าและก้มศีรษะเข้ามาใกล้ ๆ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More