ข้อความต้นฉบับในหน้า
วิเคราะห์การเจริญสมถวิปัสสนากรรมฐานตามแนววิชชาธรรมกาย
บริสุทธิ์ของจิต เป็นสุขเวทนาจนถึงเป็นตัวความสุข ไม่ใช่สุขเวทนา
ในทางพระพุทธศาสนาบัญญัติความสุขไว้ ๑๐ ระดับ ซึ่งรวมเป็น ๓ คือ
๑. กามสุข เป็นสุขเวทนาจากกามคุณ ๕
๓.
๒. ฌานสุข รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ เป็นสุขเวทนาจากสมาบัติ ๘
สุขในนิโรธสมาบัติ วิมุตติสุข สุขในระดับนี้ไม่ใช่ สุขเวทนา
นิพพานสุข นิพพานเป็นบรมสุข นิพพาน ปรม สุข
๓
ผู้ปฏิบัติธรรม ต้องมองนิพพานว่าเป็นสุข จึงจะเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง ดั่ง
พุทธพจน์ที่ยกมานี้
"ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ภิกษุผู้มองเห็นนิพพานโดยความเป็นสุข จักเป็นผู้ประกอบด้วย
ข้อพินิจที่เกื้อแก่การบรรลุสัจจะ ย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ข้อที่ภิกษุผู้ประกอบด้วยข้อพินิจที่
เกื้อแก่การบรรลุสัจจะ จักก้าวลงสู่สัมปัตตนิยาม ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ข้อที่ว่าภิกษุผู้ก้าวลงสู่
สัมมัตตนิยาม จักบรรลุโสดาปัตติผล หรือสกทาคามิผลหรือ อนาคามิผล หรืออรหัตตผลก็
เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ (๑๕)
อย่างไร
พระอุทายีถามพระสารีบุตรว่า
"ที่ว่าพระนิพพานมีสุข แต่ในพระนิพพานไม่มีเวทนา ความรู้สึก อารมณ์จะสุขได้
(๑๖)
พระสารีบุตรตอบแสดงความสุขเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่สุขในกามคุณ ๕ สุขในรูปฌาน สุข
ในอรูปฌาน สุขในสัญญาเวทยิตนิโรธ (สมาบัติอันดับสัญญาและเวทนา) ความสุขในชั้นที่
ต่ำกว่าย่อมเป็นเครื่องเบียดเบียน (อาพาธ) ย่อมเป็นทุกข์
ตรัสว่าภิกษุผู้ไม่ฉลาดย่อมไม่สามารถเข้ารูปฌาน อรูปฌานและสัญญาเวทยิตนิโรธได้
ส่วนภิกษุผู้ฉลาดย่อมเข้าได้ เปรียบเหมือนแม่โคที่ไม่ฉลาดเที่ยวไปบนเขาที่ไม่สม่ำเสมอไม่ได้
แต่ที่ฉลาดเที่ยวไปได้ และตรัสในที่สุดว่า ภิกษุผู้เข้าออกสมาบัติข้างต้นได้ อบรมสมาธิอันไม่
มีประมาณดีแล้ว ย่อมน้อมจิตไปเพื่อทำให้แจ้งอภิญญา ๖
ตรัสว่าความสิ้นไปแห่งอาสวะย่อมมีได้ เพราะอาศัยรูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๓ (เว้น
ข้อ ๔) แต่ละข้อโดยตรัสอธิบายว่า เมื่อเข้าฌานแต่ละข้อแล้วพิจารณาขันธ์ ๕ โดยความเป็น
ของไม่เที่ยงเป็นทุกข์ จนถึงมิใช่ตัวตน แล้วน้อมจิตไปเพื่ออมตธาตุ ก็จะสิ้นอาสวะได้ หรือถ้า
ไม่สิ้นอาสวะก็จะได้เป็นพระอนาคามี
ตรัสสรุปในที่สุดว่าสัญญาสมาบัติ (การเข้าฌานที่มีความกำหนดหมายเป็นอารมณ์)
(๔) พระมงคลเทพมุนี : หลักการสอน
สมถวิปัสสนากรรมฐาน พิมพ์ครั้งที่ ๑๕
หน้า ๗ :- พอใจหยุดเรียกว่าเข้าสิบแล้ว
เห็นดวงใสเท่าดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ผุดขึ้น
ที่ใจหยุดนั้น นั่นตกศูนย์แล้ว พอเห็นศูนย์ใจ
ก็หยุดอยู่กลางศูนย์ กลางดวงใจเท่าดวง
จันทร์ ดวงอาทิตย์นั้น ดวงนั้นแหละเรียกว่า
ดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน หรืออีกนัย
หนึ่ง ดวงนั้นเรียกดวงปฐมมรรค หนทาง
เบื้องต้น มรรคผลนิพพาน ถ้าจะไปสู่มรรค
ผลนิพพาน ต้องเข้ากลางดวงนั้น คือ
เอกายนมรรค แปลว่าหนทางเอก เป็นทาง
ไปของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย
ไปแนวเดียวทางเดียวกันหมด แต่การไปนั้น
บางท่านเร็ว บางท่านช้า ไม่เหมือนกัน แล้ว
แต่นิสัยวาสนาของตนที่สั่งสมอบรมไว้
(๕) ธัมมชโย ภิกขุ พระธรรมเทศนาเรื่อง
ปฐมมรรค หน้า ๘๙-๙๐
(หมายเหตุ ปฐมมรรคในกายมนุษย์ ยังไม่ใช่
โสดาปัตติมรรค ปฐมมรรคในกายธรรม
โคตรภู เป็นต้น ทรงเข้าถึงโสดาปัตติมรรค
หมายเอาที่ระดับต่างกันเท่านั้น แต่เป็น
เอกายนมรรค เป็นมรรคเดียวกัน ตั้งแต่
โลกียมรรค กายมนุษย์หยาบถึงกายอรูป
พรหม ต่อไปถึงโลกุตตรมรรค ตั้งแต่กาย
ธรรมโคตรภู ต้นทางของโสดาปัตติมรรค
ซึ่งนับเป็นปฐมมรรคของโลกุตตรมรรค)
กัลยา ณ ม ต ร ๑๐