ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อเองเมื่ออ่านเนื้อหาโดยตลอดแล้ว ก็ต้อง
ยอมรับว่า คนที่เป็น "บ่าว" ตามนัยยะของหนังสือเล่มนี้ต้อง
ฝีมือเยี่ยม และทำงานด้วยชีวิตจิตใจที่ผูกพันจริง ๆ จึงจะได้
ความไว้วางใจให้เข้ารับใช้ใกล้ชิดในหน้าที่บ่าว ไม่ใช่ว่าใคร ๆ
ก็เป็นได้ ถ้าจะว่ากันตามตรงแล้วคนที่ประสบความสำเร็จใน
ชีวิตทั้งหลาย แทบจะไม่มีใครเลยที่ไม่เคยผ่านงานบ่าวมา
ก่อน ต่างกันแต่ว่าไม่ใช่บ่าวจริง ๆ แต่ทำงานให้เจ้านายอย่าง
ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ ทำอย่างบ่าวแท้ ๆ คนที่ไม่เคยทำตัว
เป็นอย่างบ่าวเสียอีก ที่ไม่ค่อยมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต
และหน้าที่การงานเท่าใดนัก เพราะฉะนั้น หนังสือเล่มนี้จึง
น่าจะมีประโยชน์ทั่วไปทั้งบ่าว และคนที่ต้องการไต่เต้าขึ้น
ไปเป็นเจ้าคนนายคน
คำว่า "บ่าว" ที่ใช้กันมาแต่สมัยโบราณ หรือที่นำ
มาใช้ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงข้าทาสในระบบศักดินาแต่อย่างใด
แต่หมายถึงคนรับใช้ใกล้ชิดที่เจ้านายไว้วางใจให้ติดตามรับใช้
ทั้งในเรื่องการงานของนาย และเรื่องส่วนตัว ถ้าอยู่ในวง
การทหารนิยมเรียกว่า ท.ส.ย่อมาจากคำว่า "ทหารคนสนิท
ถ้าเป็นลูกศิษย์พระก็เรียก "ลูกศิษย์ก้นกุฏิ ถ้าอยู่ในวงการ
นักเลงก็เรียก “สมุนคู่ใจ แต่สมัยนี้ที่เห็นใช้กันแพร่หลาย มีอยู่
คำหนึ่งคือ "เลขาฯ คำเต็มว่า "เลขานุการ" แต่เรียก เลขาฯ
เฉย ๆ ดูจะสนิทเป็นส่วนตัวมากหน่อย ตรงตามคุณสมบัติที่
ท่านผู้นี้เขียนไว้
พูดถึงประโยชน์ทั่วไป หนังสือเล่มนี้เหมาะกับทุกคน
เพราะไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็มีหัวหน้ากันทั้งนั้น อ่านแล้วจะได้
ทราบว่าต้องทำตัวอย่างไร จึงจะถูกอกถูกใจหัวหน้า ทำงาน
ไปด้วยกันได้ แล้วจะได้รู้ชัดขึ้นอีกว่า จริง ๆ แล้ว การทำ
งานรับใช้เจ้านายนั้น ไม่ใช่แต่ถูกใจอย่างเดียว ต้องถูกต้อง
๗๒ กัลยา ณ มิตร
และถูกกาลเทศะด้วย ส่วนคนที่อับเฉาอยู่ในหน้าที่การงาน
อยู่นาน เมื่ออ่านเรื่องนี้แล้ว ก็จะได้พิจารณาเทียบเคียง
ความประพฤติของตัวเองว่า มีข้อบกพร่องในสิ่งใดบ้าง ถ้ามี
ก็จะได้ปรับปรุงตัวเองเสียก่อนที่จะไปเพ่งโทษคนอื่น
หรือคิดน้อยอกน้อยใจว่าอย่างโน้นอย่างนี้
ส่วนผู้เป็นนายที่อยากได้ลูกน้องที่มองตาก็รู้ใจ ใช้
งานคล่อง ก็จะได้เอาหลักเกณฑ์เหล่านี้ไปฝึกอบรมคนใน
หน่วยงานให้เห็นเป็นแนวทาง ส่วนใครที่มีแววเข้าท่าเข้าทาง
ก็จะได้คัดเลือกเอามาฝึกให้รับใช้ใกล้ชิด จะหวังให้รู้กันเองน่ะ
สมัยนี้ดูจะยาก
สำหรับชื่อเรื่อง หลวงพ่อขอตั้งชื่อให้ใหม่ จะได้ไม่
บาดตาบาดใจคนอ่านคนฟังมากนัก ให้ชื่อว่า "ตำรับยอด
เลขาฯ” ก็แล้วกันนะ เพราะดู ๆ เนื้อหาแล้วเอาไปเป็นตำรา
ฝึกคนได้เข้าท่าดีมาก
ฝ่ายวิชาการมูลนิธิธรรมกาย มาขอต้นฉบับเอาไป
พิมพ์เผยแพร่ บอกว่าดี ถูกใจตั้งแต่ฟังเทศน์ครั้งแรก เอ้าดี
เป็นดีกัน ก็ขอให้เอาไปใช้ให้ได้ประโยชน์ทั้งทางโลกทางธรรม
หลวงพ่อลำดับเนื้อความตามต้นฉบับเดิม คัดลอกของเก่าไว้
ให้ดูด้วย เพื่อรักษาศัพท์แสงบางคำไว้ และเพื่อเป็นเกียรติแก่
ผู้เขียนด้วย ส่วนที่ขยายความออกมาก็เพื่อให้เหมาะกับ
ยุคสมัย และเหมาะกับงาน คนรุ่นใหม่จะได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
ขอกุศลผลบุญที่เกิดจากการที่หลวงพ่อนำเรื่อง
"จรรยาบ่าว" มาอธิบายขยายความเป็น "ตำรับยอดเลขาฯ
และจากการที่ท่านทั้งหลายนำไปปฏิบัติ จนเกิดความเจริญ
รุ่งเรืองในหน้าที่การงานทั้งทางโลกและทางธรรม จงถึงแก่
ผู้เขียนหนังสือ "จรรยาบ่าว ทุกภพทุกชาติตราบเท่าเข้าสู่
พระนิพพานเทอญ
Kalyanamitra.org