การเปรียบเทียบพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 10 หน้า 115
หน้าที่ 115 / 124

สรุปเนื้อหา

ชายคนที่หนึ่ง เดินมาถึงก่อน อ่านดูป้ายแล้วก็ เพียงประกอบพิธีกรรมเหล่านี้ตามกาลสมัย ผู้นั้น หยิบมะพร้าวมาลูกหนึ่ง แต่เพราะเขาไม่รู้จักมะพร้าว ก็ได้แต่เพียงเปลือกศาสนา ผู้ใดเห็นว่าพระศาสนา มาก่อนและไม่รู้วิธีกินมะพร้าว จึงเอาปลายมีดแหลม มีเพียงเท่านี้แล้วก็เมินเฉยต่อพระศาสนา ผู้นั้นก็ จิ้มลงไปบนเปลือกมะพร้าวด้วยหวังว่าน้ำจะไหลพุ่ง เหมือนชายที่เห็นแต่เปลือกนอกของมะพร้าวแล้วก็ ออกมา แต่จิ้มดูทั่วทุกแห่งแล้วก็ไม่เห็นมีน้ำพุ่งออกมา โยนมะพร้าวทิ้งไป เขาจึงกล่าวออกอย่างหัวเสียว่า “ในที่สุดมะพร้าวก็ ไม่มีอะไร นอกจากเปลือกเป็นเยื่อ ๆ ใย ๆ ที่ไร้ ประโยชน์” เขาโยนมะพร้าวคืนไปที่กองแล้วก็ออก และหน้าที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เป็นเพียงกะลา เดินทางต่อไป จริยธรรมต่าง ๆ เช่น ความดีความชั่ว, ความสุข ความทุกข

หัวข้อประเด็น

- การเปรียบเทียบพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ชายคนที่หนึ่ง เดินมาถึงก่อน อ่านดูป้ายแล้วก็ เพียงประกอบพิธีกรรมเหล่านี้ตามกาลสมัย ผู้นั้น หยิบมะพร้าวมาลูกหนึ่ง แต่เพราะเขาไม่รู้จักมะพร้าว ก็ได้แต่เพียงเปลือกศาสนา ผู้ใดเห็นว่าพระศาสนา มาก่อนและไม่รู้วิธีกินมะพร้าว จึงเอาปลายมีดแหลม มีเพียงเท่านี้แล้วก็เมินเฉยต่อพระศาสนา ผู้นั้นก็ จิ้มลงไปบนเปลือกมะพร้าวด้วยหวังว่าน้ำจะไหลพุ่ง เหมือนชายที่เห็นแต่เปลือกนอกของมะพร้าวแล้วก็ ออกมา แต่จิ้มดูทั่วทุกแห่งแล้วก็ไม่เห็นมีน้ำพุ่งออกมา โยนมะพร้าวทิ้งไป เขาจึงกล่าวออกอย่างหัวเสียว่า “ในที่สุดมะพร้าวก็ ไม่มีอะไร นอกจากเปลือกเป็นเยื่อ ๆ ใย ๆ ที่ไร้ ประโยชน์” เขาโยนมะพร้าวคืนไปที่กองแล้วก็ออก และหน้าที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เป็นเพียงกะลา เดินทางต่อไป จริยธรรมต่าง ๆ เช่น ความดีความชั่ว, ความสุข ความทุกข์, ประโยชน์ หายนะ, คุณ โทษ, เจริญ-เสื่อม ชายคนที่สอง เดินทางมาถึงกองมะพร้าว อ่านดู ของพระพุทธศาสนา ผู้ใดนับถือพระศาสนาเพียงเว้น ความชั่วทำความดี ผู้นั้นก็ได้เพียงกะลา ผู้ใดเห็นว่า ป้ายแล้วหยิบเอามะพร้าวมาผลหนึ่ง ถอดมีดพกออกจาก พระพุทธศาสนามีแต่จริยธรรมแล้วก็เมินเฉยต่อพระ ฝักเอาจิ้มดูที่เปลือกอย่างคนแรกแต่ไม่หยุดเพียงแค่นั้น ศาสนา ผู้นั้นก็เหมือนชายที่เห็นกะลามะพร้าวแล้วก็โยน เขาเชื่อว่าจะต้องมีอะไรอยู่ข้างในแน่ ๆ จึงปอกเปลือก มะพร้าวออกจนหมดเหลือแต่กะลา เขาเอามีดจิ้มดูกะลา มะพร้าวทิ้ง อริยสัจธรรมทั้ง ๔ คือ ทุกข์เหตุแห่งทุกข์ ความดับ ก็รู้สึกว่ามันแข็งประดุจหิน เขากล่าวอย่างหมดหวังว่า ทุกข์ ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ คือ เนื้อและน้ำของ “ในที่สุดมะพร้าวก็ไม่มีอะไรนอกจากเนื้อในที่แข็ง พระพุทธศาสนา ผู้ใดเข้าถึงอริยสัจจ์ ผู้นั้นเข้าถึง ดุจหินกินไม่ได้” เขาโยนมะพร้าวทิ้งแล้วก็เดินทาง ต่อไป ชายคนที่สาม หยิบมะพร้าวขึ้นมาปอกเปลือกออก จนถึงกะลาแล้วจับสั่นดู เมื่อได้ยินเสียงอะไรดังอยู่ข้างใน เขาจึงค่อย ๆ แกะกะลามะพร้าวออกจนพบเนื้อในที่หวาน มัน และน้ำมะพร้าวที่หวานเย็นชื่นใจ เขากินเนื้อมะพร้าว และดื่มน้ำมะพร้าวจนอิ่มหนำสำราญ แล้วก็ออกเดินทาง ต่อไป “โยมเอ๋ย ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ เหมือนมะพร้าวนั้นแล คือมีทั้งเปลือกมีทั้งกะลามีทั้ง เนื้อในและน้ำ” พิธีกรรมต่าง ๆ เช่น การไหว้พระสวดมนต์ การทำบุญใส่บาตร การเวียนเทียน การทอดกฐิน ทอดผ้าป่า การแห่ครัวทานอย่างสนุกสนาน การ ทำพิธีเข้าพรรษาออกพรรษา เหล่านี้เป็นเพียงเปลือก นอกของพระพุทธศาสนา ผู้ใดนับถือพระศาสนา แก่นแท้ของพระศาสนา จะได้รับผลคือ ญาณ วิชชา วิมุติ นิพพาน เช่นเดียวกับชายคนที่สาม ที่ได้บริโภค น้ำและเนื้อมะพร้าวอิ่มหนำสำราญ อ่านต่อฉบับหน้า กัลยา ณ ม ต ร ๑๑๓ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More