ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชายคนที่หนึ่ง เดินมาถึงก่อน อ่านดูป้ายแล้วก็ เพียงประกอบพิธีกรรมเหล่านี้ตามกาลสมัย ผู้นั้น
หยิบมะพร้าวมาลูกหนึ่ง แต่เพราะเขาไม่รู้จักมะพร้าว ก็ได้แต่เพียงเปลือกศาสนา ผู้ใดเห็นว่าพระศาสนา
มาก่อนและไม่รู้วิธีกินมะพร้าว จึงเอาปลายมีดแหลม มีเพียงเท่านี้แล้วก็เมินเฉยต่อพระศาสนา ผู้นั้นก็
จิ้มลงไปบนเปลือกมะพร้าวด้วยหวังว่าน้ำจะไหลพุ่ง เหมือนชายที่เห็นแต่เปลือกนอกของมะพร้าวแล้วก็
ออกมา แต่จิ้มดูทั่วทุกแห่งแล้วก็ไม่เห็นมีน้ำพุ่งออกมา โยนมะพร้าวทิ้งไป
เขาจึงกล่าวออกอย่างหัวเสียว่า “ในที่สุดมะพร้าวก็
ไม่มีอะไร นอกจากเปลือกเป็นเยื่อ ๆ ใย ๆ ที่ไร้
ประโยชน์” เขาโยนมะพร้าวคืนไปที่กองแล้วก็ออก และหน้าที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เป็นเพียงกะลา
เดินทางต่อไป
จริยธรรมต่าง ๆ เช่น ความดีความชั่ว, ความสุข
ความทุกข์, ประโยชน์ หายนะ, คุณ โทษ, เจริญ-เสื่อม
ชายคนที่สอง เดินทางมาถึงกองมะพร้าว อ่านดู
ของพระพุทธศาสนา ผู้ใดนับถือพระศาสนาเพียงเว้น
ความชั่วทำความดี ผู้นั้นก็ได้เพียงกะลา ผู้ใดเห็นว่า
ป้ายแล้วหยิบเอามะพร้าวมาผลหนึ่ง ถอดมีดพกออกจาก
พระพุทธศาสนามีแต่จริยธรรมแล้วก็เมินเฉยต่อพระ
ฝักเอาจิ้มดูที่เปลือกอย่างคนแรกแต่ไม่หยุดเพียงแค่นั้น ศาสนา ผู้นั้นก็เหมือนชายที่เห็นกะลามะพร้าวแล้วก็โยน
เขาเชื่อว่าจะต้องมีอะไรอยู่ข้างในแน่ ๆ จึงปอกเปลือก
มะพร้าวออกจนหมดเหลือแต่กะลา เขาเอามีดจิ้มดูกะลา
มะพร้าวทิ้ง
อริยสัจธรรมทั้ง ๔ คือ ทุกข์เหตุแห่งทุกข์ ความดับ
ก็รู้สึกว่ามันแข็งประดุจหิน เขากล่าวอย่างหมดหวังว่า ทุกข์ ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ คือ เนื้อและน้ำของ
“ในที่สุดมะพร้าวก็ไม่มีอะไรนอกจากเนื้อในที่แข็ง พระพุทธศาสนา ผู้ใดเข้าถึงอริยสัจจ์ ผู้นั้นเข้าถึง
ดุจหินกินไม่ได้” เขาโยนมะพร้าวทิ้งแล้วก็เดินทาง
ต่อไป
ชายคนที่สาม หยิบมะพร้าวขึ้นมาปอกเปลือกออก
จนถึงกะลาแล้วจับสั่นดู เมื่อได้ยินเสียงอะไรดังอยู่ข้างใน
เขาจึงค่อย ๆ แกะกะลามะพร้าวออกจนพบเนื้อในที่หวาน
มัน และน้ำมะพร้าวที่หวานเย็นชื่นใจ เขากินเนื้อมะพร้าว
และดื่มน้ำมะพร้าวจนอิ่มหนำสำราญ แล้วก็ออกเดินทาง
ต่อไป
“โยมเอ๋ย ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็
เหมือนมะพร้าวนั้นแล คือมีทั้งเปลือกมีทั้งกะลามีทั้ง
เนื้อในและน้ำ”
พิธีกรรมต่าง ๆ เช่น การไหว้พระสวดมนต์
การทำบุญใส่บาตร การเวียนเทียน การทอดกฐิน
ทอดผ้าป่า การแห่ครัวทานอย่างสนุกสนาน การ
ทำพิธีเข้าพรรษาออกพรรษา เหล่านี้เป็นเพียงเปลือก
นอกของพระพุทธศาสนา ผู้ใดนับถือพระศาสนา
แก่นแท้ของพระศาสนา จะได้รับผลคือ ญาณ วิชชา
วิมุติ นิพพาน เช่นเดียวกับชายคนที่สาม ที่ได้บริโภค
น้ำและเนื้อมะพร้าวอิ่มหนำสำราญ
อ่านต่อฉบับหน้า
กัลยา ณ ม ต ร ๑๑๓
Kalyanamitra.org