ประเพณีการทอดกฐิน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 10 หน้า 88
หน้าที่ 88 / 124

สรุปเนื้อหา

๔. เก็บจีวรที่ไม่ต้องการใช้ไว้ได้ ๕. ลาภที่เกิดขึ้นเป็นของเฉพาะภิกษุผู้ จำพรรษาในวัดนั้น ประเพณีการทอดกฐินนี้ ถ้าเป็นพระอา รามหลวง พระมหากษัตริย์ก็เสด็จพระราช ดำเนินไปพระราชทานเองบ้าง พระราชทาน ให้พระบรมวงศานุวงศ์ หรือข้าราชการไป ทอดบ้าง พระราชทานกระทรวงทบวงกรม ต่าง ๆ ไปทอดบ้าง เรียกว่า "กฐินหลวง ถ้าเป็นวัดราษฎร์ ก็อาจมีเจ้าภาพคนใดคน หนึ่งเป็นผู้นำผ้ากฐินไปทอดเอง หรือบางที ชาวบ้านก็จัดทอดกันเอง บางทีก็รวม ทรัพย์คนละเล็กคนละน้อย จัดเป็น "กฐิน- สามัคคี การทอดกฐินนี้บางทีต้องจองล่วง หน้าเป็นเดือน ๆ ปี ๆ เลยก็มี อนึ่ง ในการทอดกฐินนี้ ยังมีประเพณีอีก อย่างหนึ่ง มักจะปรากฏในชนบท ตามวัดที่ อยู่ริมแม่น้ำ คือ มักมีธงรูปจระเข้เถรขวาด หรือนางมัจฉา ปักไว้ที่หน้าวัด เพื่อแสดง ให้ทราบว่า ที่วัดนี้ได้มีการ

หัวข้อประเด็น

- ประเพณีการทอดกฐิน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

9. ด้วยกัน เข้าบ้านได้โดยไม่ต้องบอกลาภิกษุ ๒. เดินทางไปไหน ๆ ได้โดยไม่ต้องเอา ไตรจีวรไปครบสำรับ ๓. ฉันอาหารล้อมวงกันได้ ๔. เก็บจีวรที่ไม่ต้องการใช้ไว้ได้ ๕. ลาภที่เกิดขึ้นเป็นของเฉพาะภิกษุผู้ จำพรรษาในวัดนั้น ประเพณีการทอดกฐินนี้ ถ้าเป็นพระอา รามหลวง พระมหากษัตริย์ก็เสด็จพระราช ดำเนินไปพระราชทานเองบ้าง พระราชทาน ให้พระบรมวงศานุวงศ์ หรือข้าราชการไป ทอดบ้าง พระราชทานกระทรวงทบวงกรม ต่าง ๆ ไปทอดบ้าง เรียกว่า "กฐินหลวง ถ้าเป็นวัดราษฎร์ ก็อาจมีเจ้าภาพคนใดคน หนึ่งเป็นผู้นำผ้ากฐินไปทอดเอง หรือบางที ชาวบ้านก็จัดทอดกันเอง บางทีก็รวม ทรัพย์คนละเล็กคนละน้อย จัดเป็น "กฐิน- สามัคคี การทอดกฐินนี้บางทีต้องจองล่วง หน้าเป็นเดือน ๆ ปี ๆ เลยก็มี อนึ่ง ในการทอดกฐินนี้ ยังมีประเพณีอีก อย่างหนึ่ง มักจะปรากฏในชนบท ตามวัดที่ อยู่ริมแม่น้ำ คือ มักมีธงรูปจระเข้เถรขวาด หรือนางมัจฉา ปักไว้ที่หน้าวัด เพื่อแสดง ให้ทราบว่า ที่วัดนี้ได้มีการทอดกฐินกันแล้ว ผู้ที่ผ่านไปมาจะได้พลอยอนุโมทนาการบุญ การกุศลไปด้วย ในเรื่อง "ธงจระเข้” นี้ อาจารย์แปลก สนธิรักษ์ ได้อธิบายไว้ในหนังสือ พิธีกรรม ว่า "การใช้ธงจระเข้ยังไม่พบหลักฐาน เป็น แต่ได้รับคำบอกเล่าจากผู้หลักผู้ใหญ่เล่าให้ ฟังเป็น ๒ อย่างคือ อย่างที่หนึ่งว่า เนื่องจาก ถือกันว่า ดาวจระเข้เป็นดาวสำคัญ การ เคลื่อนขบวนทัพไปในสมัยโบราณ ต้องคอย ดูดาวจระเข้ ซึ่งขึ้นเป็นเวลาจวนสว่างแล้ว แล้วแห่ไปวัดในเวลาดาวจระเข้ขึ้น เป็นการ เอาที่วัด นานมาก็เลยถือว่า ดาวจระเข้เป็น ดาวบอกเวลาเคลื่อนองค์กฐิน ต่อมาเห็นจะ มีผู้คิดทำธงติดไว้เพื่อในการทอดกฐินโดย เฉพาะ แต่เพราะมีธงหลายชนิด เมื่อคิดได้ แล้วไม่รู้ว่ามีงานอะไร จึงคิดทำรูปธงจำนวน ขึ้นโดยที่เคยถือกันว่า ดาวจระเข้เป็นดาวเรือง เวลาเคลื่อนกฐิน อย่างที่สองมีเรื่องเล่าว่า มี อุบาสกคนหนึ่ง นำองค์กฐินแห่ไปทางเรือ มีจระเข้ตัวหนึ่งอยากได้บุญในการทอดกฐิน จึงว่ายน้ำตามเรืออุบาสกนั้นไปด้วย แต่ไป ได้พักหนึ่ง จึงบอกแก่อุบาสกนั้นว่าตนตาม ไปด้วยไม่ได้แล้ว เพราะเหนื่อยอ่อนเต็มที่ ขอให้อุบาสกจ้างช่างเขียนภาพของตนที่ธง แล้วยกขึ้นไว้ในวัดที่ไปทอดด้วย อุบาสกรับ คำของจระเข้ แล้วก็ทำตามที่จระเข้สั่ง ตั้ง การทอดกฐิน เป็นพิธีทำบุญที่ถือว่ามี แต่นั้นมาธงรูปจระเข้จึงปรากฏตามวัดต่างๆ อานิสงส์ไพศาล เพราะทำในเวลาจำกัด ในเวลาที่มีการทอดกฐิน มีความสำคัญเท่ากับการเคลื่อนขบวนทัพ สำหรับเรื่องธงจระเข้านี้ น.อ.น้าว นาค ในชั้นเดิม ผู้จะไปทอดกฐินต้องเตรียมเครื่อง สีรุ้ง (ในสมัยที่ยังเป็น ร.ท.) ได้แสดง บริขาร และผ้าองค์กฐินไว้อย่างพร้อมเพรียง ๘๖ กัลยา ณ มิตร ความคิดเห็นไว้ในเรื่องธงจระเข้ ในหนังสือ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More