ข้อความต้นฉบับในหน้า
๗ วัน ก็ ๗ วัน แต่คนอย่างเรา ก็มีสติปัญญาพอควร ไม่ต้องรอ ๗ วันหรอก
คืนเดียวก็คิดออกแล้ว โธ่เอ๊ย! ที่จะแต่งงานนี้ไม่ได้คิดเลยว่าจะมาไกวเปลเลี้ยงลูก ที่จะแต่งงานนะ
เพราะเห็นว่าเขาสวยถูกใจหรอกนะ พอมาคิดว่า ต้องมาไกวเปลเลี้ยงลูกเท่านั้นแหละ รุ่งขึ้น
ก็ตอบพ่อได้ว่า ยังไม่แต่งหรอก เอาไว้ก่อน ไม่รู้จะเอาธรรมะข้อไหนไปสอนเขา ตอนนั้นยัง
กินเหล้าอยู่ สอนตัวเองยังไม่ค่อยจะได้เลย จะไปสอนลูกยังไง ก็ทิ้งเอาไว้ก่อน เริ่มเข้าวัด
ศึกษาธรรมะ เตรียมจะไว้สอนลูกสอนเมีย
ศึกษาไปศึกษามา พบว่าไอ้ที่ดื้อที่สุดในโลก น่าสร้างอนุสาวรีย์ให้ ใครรู้มั้ย ตัวเราเอง
นั่นแหละดื้อใจขาดเลย รู้แสนรู้ว่าไม่ดีก็ยังฝืนทำ รู้ว่าตื่นนอนสายไม่ดีหรอก อุตส่าห์ตั้งนาฬิกา
ปลุก พอมันปลุกกลิ้งขึ้นมาก็กด แต่แทนที่จะลุกขึ้น กลับนอนต่อ มันเป็นอย่างนี้แหละ ดื้อ
ไม่เอาไหน
อยู่มาวันหนึ่ง เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ตอนนั้นยังไม่ได้บวช คุณยายอาจารย์
ท่านพูดว่า คุณคิดให้ดีนะ ถ้าอยู่ตัวคนเดียวมีเงินอยู่ ๑๐๐ บาท สามารถทำบุญได้ถึง ๕๐
บาท ถ้าแต่งงานไปแล้วถึงมีเงิน ๑๐๐ บาท ทำบุญได้อย่างมากแค่ ๕ บาท เท่านั้น ถ้ามีลูก
มาคนหนึ่งทำได้อย่างมาก สลึงเดียว ถ้ามีลูก ๓-๔ คน ใครมาบอกบุญไล่ตะเพิดเลย แล้วท่าน
ก็สรุปสั้น ๆ แบบผู้เฒ่าว่า ไปคิดดูให้ดี เกิดมาชาตินี้จะมาสร้างบุญหรือว่าจะมาเสียเวลา
เลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย ถ้าคิดว่าจะสร้างบุญละก็ อยู่คนเดียวไปเถอะ ท่านยังไม่ได้บอกให้บวช
บอกอยู่คนเดียวไปเถอะ สร้างบุญได้ดี ถ้าคิดว่าเกิดมาสนุกละก็รีบแต่งงานเข้าไปเถอะ แล้วก็รู้เอง
ท่านพูดอย่างนี้จึงได้คิดในที่สุดก็เลยตัดสินใจว่า ถ้ามีโอกาสเมื่อไรเราจะบวช
ทั้ง ๆ ที่คิดได้อย่างนี้แล้ว วันหนึ่งเกิดไปเจอไอ้หน้าตาสวย ๆ เข้า โอ้โฮ! มันสวยจังเลย
ยังไง ๆ มีเมียซะก่อนดีกว่า แล้วค่อยมาบวช มันชักจะเป็นอย่างนั้นเสียอีกแล้ว แต่ก็มีนิสัยอยู่ว่า
ชอบนั่งสมาธิทุกคืน ไม่ว่าจะไปเจอสาวที่ไหนสวยยังไง ใจจะฟังอย่างไรก็ตาม ก่อนนอน
นั่งสมาธิทุกคืนไป นี่เป็นนิสัยที่ฝึกมาตั้งแต่อยู่มัธยมแล้ว จะเผลอไปกินเหล้าเมายามาหรือ
จะไปชอบสาวที่ไหนมา ก็ยังฝึกสมาธิไม่ขาด ฉะนั้นใจมันก็ฟังไปพักหนึ่ง เสร็จแล้วใจกลับมา
สงบอีกหลังจากนั่งสมาธิ ก็สร้างอุบายง่าย ๆ อย่างนี้เลยได้มาบวช
Kalyanamitra.org