อุทยานประวัติศาสตร์พุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 11 หน้า 60
หน้าที่ 60 / 113

สรุปเนื้อหา

อุทยานประวัติศาสตร์พุทธศาสนา ในประเทศไทยยุคต้น...จะเห็นเจดีย์ ทรงที่รู้จักกันว่า พุ่มข้าวบิณฑ์เด่นชัด เช่น วัดมหาธาตุ วัดสระสีตระพัง ที่มีในแผ่นดินโดยรอบสุโขทัย ไม่ว่า ตระกวน ที่ปัจจุบันนี้เราใช้เป็นที่เผา จะเป็นที่ดงแม่นางเมือง เมืองศรีเทพ- เทียนเล่นไฟในฤดูแห่งการลอยประทีป ศรีสัชนาลัย ตลอดจนสิ่งก่อสร้างบาง และกระทง ในวันเพ็ญเดือนสิบสอง แห่งในสุโขทัยเองก็ดี น้ำนองตลิ่ง หรือคืนวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ประจำเดือนพฤศจิกายน เป็นต้น ดังนั้น จึงเป็นไปได้หรือไม่ว่า คติหรือวิธีคิดในการสร้างเจดีย์อาจถูก ในคืนวันนั้น พวกเราคงยอม ถ่ายเท ถ่ายทอดมาด้วยก็ได้ ประกอบ รับกันแล้วว่า “วิเศษสุด” ไม่ว่าจะเป็น กับแผ่นดินสุโขทัยในขณะนั้น มีปัญหา บรรยากาศ หรือความสวยสง่างาม เรื่องน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค การนำ ขององค์เจดีย์ ซึ่

หัวข้อประเด็น

- อุทยานประวัติศาสตร์พุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อุทยานประวัติศาสตร์พุทธศาสนา ในประเทศไทยยุคต้น...จะเห็นเจดีย์ ทรงที่รู้จักกันว่า พุ่มข้าวบิณฑ์เด่นชัด เช่น วัดมหาธาตุ วัดสระสีตระพัง ที่มีในแผ่นดินโดยรอบสุโขทัย ไม่ว่า ตระกวน ที่ปัจจุบันนี้เราใช้เป็นที่เผา จะเป็นที่ดงแม่นางเมือง เมืองศรีเทพ- เทียนเล่นไฟในฤดูแห่งการลอยประทีป ศรีสัชนาลัย ตลอดจนสิ่งก่อสร้างบาง และกระทง ในวันเพ็ญเดือนสิบสอง แห่งในสุโขทัยเองก็ดี น้ำนองตลิ่ง หรือคืนวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ประจำเดือนพฤศจิกายน เป็นต้น ดังนั้น จึงเป็นไปได้หรือไม่ว่า คติหรือวิธีคิดในการสร้างเจดีย์อาจถูก ในคืนวันนั้น พวกเราคงยอม ถ่ายเท ถ่ายทอดมาด้วยก็ได้ ประกอบ รับกันแล้วว่า “วิเศษสุด” ไม่ว่าจะเป็น กับแผ่นดินสุโขทัยในขณะนั้น มีปัญหา บรรยากาศ หรือความสวยสง่างาม เรื่องน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค การนำ ขององค์เจดีย์ ซึ่งความงามเช่นนี้ ยัง เอาแนวคิดในการสร้างเจดีย์กลางน้ำ คงมีได้อย่างไม่แพ้กันในเวลากลางวัน หรือยื่นลงไปในน้ำจึงเกิดขึ้น ณ สุโขทัย ของวันธรรมดา หรือว่าวันเพ็ญของ แห่งนี้ ด้วยจุดประสงค์ที่อาจซ่อนไว้ถึง เดือนใด ๆ “ด้วยเงายิ่งใหญ่ตระการของ องค์เจดีย์ที่สะท้อนทอดลงไปไหวระริก ๓ ประการ คือ ๑. เพื่อถ่ายทอดคติในการ สร้างเจดีย์ ดังที่เคยปรากฏมีในพง อยู่บนผิวน้ำ” แม้จะถูกศาลาหรือว่าเงา ศาวดารแห่งการสร้างพุทธมหาเจดีย์ ของต้นไม้บดบังบ้าง แต่ความบรรเจิด ลุวันเวฟิชาย่า โดยกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ สล้างยังคงทอแสงให้พอนึกได้ถึงวัน “ทุฏฐกัมนีอภัย” ของประเทศศรีลังกา ในที่ที่มีน้ำล้อมรอบ เช่นเดียวกับการ คาดคะเนจากหลักฐานต่าง ๆ ที่แวด ล้อมว่า แม้พุทธมหาสถูปสาญจิที่สร้าง โดยพระเจ้าอโศกมหาราชเอง ก็สร้าง อยู่กลางน้ำเช่นกัน ๒. เพื่อเก็บกักน้ำไว้สำหรับใช้ ในกรณีต่าง ๆ สำหรับผู้คนในเมือง สุโขทัย ดังจะเห็นได้จากร่องรอยของ การวางท่อ ที่ทำด้วยดินเผาแบบแกร่ง ส่งต่อไปยังจุดต่าง ๆ ของเมือง ต. เพื่อทำให้แหล่งน้ำนั้น ดู ศักดิ์สิทธิ์ มิให้ชาวเมืองนำสัตว์เข้าไป เลี้ยงใกล้ ๆ หรือว่าทิ้งเทสิ่งที่ไม่สะอาด ลงไป คือต้องการรักษาให้น้ำในแหล่ง เก็บกักนั้น สะอาดนั่นเอง เพียงแต่รูปทรงเท่านั้น ที่ไม่ ถึงกับเหมือนรูปทรงที่เรียกว่า ดากาบ้า ของลังกาเท่านั้น กระนั้น (Dagaba) เวลาที่ถอยอดีตไป ในวันที่สุโขทัย ที่มีจารึกไว้ว่า สถาปนิกผู้ออกแบบ นักวิชาการหลายท่านก็ยังระบุไว้ว่า อัครฐานโอฬารกว่าแดนพุทธศาสนาใดๆ (วิศณุกรรม เทวะแปลงกายลงมา) ได้ ได้พบร่องรอยว่ารูปทรงแต่เดิมก่อนมี แสดงให้พระเจ้าทุฏฐกัมนีอภัยเห็นถึง การซ่อมบำรุงคลุมทับลงไปในยุคต่อ ๆ ในสุวรรณภูมิ เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า ใน ฟองน้ำที่เกิดขึ้นจากการวัดน้ำในขัน มา (ปลายสุโขทัย-อยุธยา) นั้น เป็น ช่วงเวลานั้น ไทย-สุโขทัย ได้รับเอา ทองคำขึ้นมาไว้ในมือ แล้วค่อยหยด ลักษณะของทรงเจดีย์ที่เป็นของลังกา พุทธศาสนาแบบเถรวาทจากประเทศ ลงไป ว่ามีรูปทรงเป็นทรงกลม ครึ่ง ลังกา มาแทนที่พุทธศาสนาในแนว หนึ่งอยู่เหนือผิวน้ำ อีกครึ่งหนึ่งอยู่ใต้ คือมีส่วนสถูปเป็นทรงกลม ทั้งหมดนี้ คือแรงบันดาลใจ มหายานที่มีร่องรอยว่าน่าจะเคยรุ่งเรือง ผิวน้ำ ตามตำนานจึงว่า ในชั้นแรก ที่เกิดจากการได้เห็นประเพณีเผาเทียน มาแล้ว ณ ดินแดนแถบนี้ ดังหลักฐาน คแรกพุทธมหาเจดีย์องค์นี้ สร้างไว้ เล่นไฟที่สุโขทัย ประกอบกับผู้เขียน แถมนี้ ดังหลักฐาน ยุคมหาพุทธมหาเจดีย์องค์นี้ สร้างไว้ ๕๘ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๓๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More