การเขียนภาพสีฝุ่น วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 11 หน้า 90
หน้าที่ 90 / 113

สรุปเนื้อหา

“น้าคะ ภาพเหล่านี้เขียนสมัยพระองค์ ท่านหรือคะ” “ไม่ใช่หรอกลักษณ์ รัชกาลที่ ๕ โปรดให้ ช่างเขียนด้วยสีฝุ่นนะจ้ะ” หน้าฉันคงมีเครื่องหมายปรัศนีเป็นแน่แท้ น้าน้อยจึงบอกยิ้ม ๆ ว่า “ภาพที่หลานเคยเห็น ตามวัดต่าง ๆ ที่เราเคยไปดูมาแล้ว ก็ล้วน เป็นภาพเขียนด้วยสีฝุ่นทั้งนั้นแหละจ้ะ ฝรั่ง เรียกภาพเขียนด้วยสีฝุ่นว่า TEMPERA น่ะ” “เขาทำยังไง” “แหม...น้าก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการ เขียนภาพเสียด้วย ขออธิบายตาม น. ณ ปากน้ำ ก็แล้วกันนะจ๊ะ ท่านว่า การเขียนภาพสีฝุ่น คือเอาสีฝนมาบดผสมกาว แล้วเขียนบนผ้าก็ได้ บนกระดาษก็ได้ บนกระดานก็ได้ หรือบนฝา ผนังปูนก็ได้ แต่ถ้าเขียนบนผนัง เขาจะ เขียนขณะปูนผนังยังเปียก ๆ อยู่นะจ๊ะ” 1 “เขียนลงไปเลยทันทีหรือคะ” (ขวา) ปราสาท ยอดปรางค์ด้าน “ไม่ใช่จ้ะ น้าอาจพูดรวบรัดเกินไป เอา ใหม่นะ

หัวข้อประเด็น

- การเขียนภาพสีฝุ่น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“น้าคะ ภาพเหล่านี้เขียนสมัยพระองค์ ท่านหรือคะ” “ไม่ใช่หรอกลักษณ์ รัชกาลที่ ๕ โปรดให้ ช่างเขียนด้วยสีฝุ่นนะจ้ะ” หน้าฉันคงมีเครื่องหมายปรัศนีเป็นแน่แท้ น้าน้อยจึงบอกยิ้ม ๆ ว่า “ภาพที่หลานเคยเห็น ตามวัดต่าง ๆ ที่เราเคยไปดูมาแล้ว ก็ล้วน เป็นภาพเขียนด้วยสีฝุ่นทั้งนั้นแหละจ้ะ ฝรั่ง เรียกภาพเขียนด้วยสีฝุ่นว่า TEMPERA น่ะ” “เขาทำยังไง” “แหม...น้าก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการ เขียนภาพเสียด้วย ขออธิบายตาม น. ณ ปากน้ำ ก็แล้วกันนะจ๊ะ ท่านว่า การเขียนภาพสีฝุ่น คือเอาสีฝนมาบดผสมกาว แล้วเขียนบนผ้าก็ได้ บนกระดาษก็ได้ บนกระดานก็ได้ หรือบนฝา ผนังปูนก็ได้ แต่ถ้าเขียนบนผนัง เขาจะ เขียนขณะปูนผนังยังเปียก ๆ อยู่นะจ๊ะ” 1 “เขียนลงไปเลยทันทีหรือคะ” (ขวา) ปราสาท ยอดปรางค์ด้าน “ไม่ใช่จ้ะ น้าอาจพูดรวบรัดเกินไป เอา ใหม่นะ คือเมื่อเขาโบกปูนฝาผนังเตรียมไว้ พอหมาด ๆ ก็เอาแบบร่างที่เขียนผ้าหรือ กระดาษสา ซึ่งใช้เข็มปรุเป็นรูปร่างแล้วทาบ ลงบนผนัง แล้วเอาสีฝุ่นห่อผ้าตบจนเป็นรูปร่าง แล้วจึงใช้สีฝุ่นผสมกาวบาง ๆ ระบายลงไป ขณะปูนยังไม่แข็งตัว เมื่อผนังแห้งภาพจะติด สนิทไม่กะเทาะหรือร่อน แม้ถูกน้ำฝนก็ไม่เป็นไร ด้วยพรหมสี่หน้า ที่ยุโรปนิยมเขียนภาพฝาผนังด้วยวิธีนี้กันมากนะ” - “อ้าว ทำไมบางแห่งภาพจึงหลุดร่วง เล่าคะ” พี่นิภาถามน “ก็ปูนมันหมดอายุมันไม่เกาะตัวกันแล้ว ปูนที่ฉาบก็หลุดร่วงสิจ๊ะ สีก็หลุดติดมากับปูน ตัวสีเองมันไม่ได้หลุดนี่จ๊ะ” อยู่ห่างออกให้ “อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ” ก็ “พี่นิภา ดูรูปตรงนั้นซิคะ” ฉันพูด พลางฉุดพี่นิภาให้มาดูภาพที่ผนังด้านหน้าพระ ประธาน ซึ่งก็อยู่ข้างประตูเข้าออกนั่นเอง “เอ๋...ภาพสุริยุปราคานี่คะ น้า มีคน ๘๘ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๓๕ ตะวันตก ประดับ - กำลังส่องกล้องดูดาวด้วย” “เป็นภาพสำคัญนะหลาน เป็นภาพ อนุสรณ์ให้เรานึกถึงเหตุการณ์สำคัญในปลาย รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ที่ทรง เป็นนักดาราศาสตร์ ทรงสามารถคำนวณ และ ประกาศให้ประชาชนทราบว่าจะเกิดสุริยุปราคา ขึ้นแน่นอน จะมองเห็นชัดเจนในประเทศไทย ณ ตำบลหว้ากอ เมืองประจวบคีรีขันธ์ ณ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๑๑ ไงล่ะ” “อ๋อ...เขาจึงกำหนดวันที่ ๑๘ สิงหาคม ทุกปีเป็นวันดาราศาสตร์ “เป็นวันวิทยาศาสตร์ด้วยค่ะ แล้วยกย่อง พระองค์ท่านเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ด้วย ลักขณ์จำได้” “อือ....เก่งทั้งคู่เลย” น้าน้อยชมพร้อมกับ ยิ้มขณะผงกศีรษะขึ้นลง ๒-๓ ที “น้าคะ หลังจากพระองค์เสด็จกลับจากหว้ากอไม่นาน ก็สวรรคตใช่มั้ยคะ” “จ้ะ ก็ทรงรับเชื้อไข้มาลาเรียนั่นแหละ ประชวรอยู่ได้เพียง ๑๔ วัน ก็สวรรคต ด้วย เหตุนี้ น้าจึงว่าภาพนี้สำคัญไงล่ะ คือเป็น
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More