การมองโลกในแง่ดี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 11 หน้า 108
หน้าที่ 108 / 113

สรุปเนื้อหา

คุยกับผู้อ่าน ทาย ใจเรา หลายท่านพบปัญหาในสังคมของคนทำงาน ซึ่งมีเหตุการณ์ของกลุ่มคนในที่ทำงาน จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ เช่นเรื่องการเมือง ข่าวพฤติกรรม ของบุคคลทั้งนอกและในที่ทำงาน การตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา กฎข้อบังคับที่ ริดรอนผลประโยชน์ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ได้เสมอ แต่ผลของการวิจารณ์ ดูก่อน? กล่าวคุณกล่าวโทษ ย่อมเกิดอารมณ์โกรธ หรือหลงลิงโลดดีใจ โดยน้อยคนนักจะหัดเพ่งมอง จิตใจ ตรวจสอบสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในใจของเขา คนฉลาดมีปัญญาจึงมองโลกในแง่ดี ความจริงน่าจะใช้คำว่า “มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ในความจริงทุกสรรพสิ่งที่อุบัติขึ้น จะมีความแตกแยกเป็นสองฝ่ายเสมอ อยู่ที่ว่าประโยชน์ ตกอยู่กับฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นก็ว่าดี ฝ่ายไหนไม่ได้ประโยชน์ก็ว่าไม่ดี คนบางคนไม่ได้ประโ

หัวข้อประเด็น

- การมองโลกในแง่ดี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คุยกับผู้อ่าน ทาย ใจเรา หลายท่านพบปัญหาในสังคมของคนทำงาน ซึ่งมีเหตุการณ์ของกลุ่มคนในที่ทำงาน จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ เช่นเรื่องการเมือง ข่าวพฤติกรรม ของบุคคลทั้งนอกและในที่ทำงาน การตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา กฎข้อบังคับที่ ริดรอนผลประโยชน์ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ได้เสมอ แต่ผลของการวิจารณ์ ดูก่อน? กล่าวคุณกล่าวโทษ ย่อมเกิดอารมณ์โกรธ หรือหลงลิงโลดดีใจ โดยน้อยคนนักจะหัดเพ่งมอง จิตใจ ตรวจสอบสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในใจของเขา คนฉลาดมีปัญญาจึงมองโลกในแง่ดี ความจริงน่าจะใช้คำว่า “มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ในความจริงทุกสรรพสิ่งที่อุบัติขึ้น จะมีความแตกแยกเป็นสองฝ่ายเสมอ อยู่ที่ว่าประโยชน์ ตกอยู่กับฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นก็ว่าดี ฝ่ายไหนไม่ได้ประโยชน์ก็ว่าไม่ดี คนบางคนไม่ได้ประโยชน์ แต่ศรัทธา มีความรักอยู่กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็เป็นแนวร่วมไป จะเห็นได้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ทุกครั้ง มักมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น สิ่งที่เป็นจริง ไม่ใช่ดีหรือชั่ว เป็นกลาง ๆ ที่มนุษย์มีความยึดมั่นอุปโลกน์ขึ้นมา มันไม่ได้ ให้สุขหรือทุกข์ แต่ใจเราไปยึดจนเกิดความสำคัญ จนลืมเพ่งลงไปในโทษว่า ทำไมต้องให้สิ่งที่ เกิดขึ้นภายนอก มากำหนดความรักความความชังในใจ ตามกระแสความคิดผู้อื่นนำ โดยเฉพาะเรื่องที่ใกล้ตัว ในครอบครัวในที่ทำงาน หากมีใครพูดถึงบุคคลที่ได้ประโยชน์เช่น ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้รางวัลจากการทุจริต จะมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา ไม่มีใครเราก็วิพากษ์ วิจารณ์ในใจ พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน ลูกก็คิดไปว่าความเป็นธรรมอยู่ตรงไหน เราเรียกหาความ เป็นธรรมกันอยู่เป็นนิตย์ แต่เราไม่เคยคิดให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นในใจของเราก่อน เราอยากให้โลกทั้งโลก ถูกปรับไปอย่างที่เราอยากให้เป็น แต่เราไม่เคยปรับใจให้เป็นอย่างที่เราควรตรอง ว่าทุกสิ่ง ทุกอย่างไม่ใช่จะเลวร้ายไปทั้งหมด อยู่ที่แง่มุมที่เราคิดให้ความสำคัญด้านใด การที่เราต้อง ทำงานก็เพราะเรากลัวตกงาน เราต้องอยู่กับพ่อแม่เพราะไม่รู้จะไปอยู่กับใคร นั่นคือข้อดีนั่นคือ ความเป็นธรรมที่เราได้มาแล้ว แต่เราไม่ไต่สวนให้รอบ เราจึงคิดว่าเราไม่พอ ยังขาดแคลนอยู่ เสมอ เมื่อเราไม่ยินดีก็ควรไม่ยินร้าย แม้จะเห็นว่าผู้อื่นทำสิ่งอันไม่ชอบธรรม เราเอา เรื่องความไม่ชอบธรรมมาคิดในใจ ก็ไม่เกิดความเป็นธรรม คือสร้างทัศนคติมองโลกในแง่ร้าย เอนเอียงไปจากความเป็นจริง อคติ ซึ่งเป็นความทุกข์ที่ไม่ปรารถนาพบสิ่งไม่ชอบใจ แต่ต้อง พบต้องสมาคม แม้เราจะหนีไปไหนก็ย่อมหนีไปไม่พ้น เพราะใจเรายังไม่มี “ธรรม” ปรากฏ ให้ดูอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในชีวิตของท่านพบแต่คนรอบข้างก่อปัญหามาตลอด ถ้าท่านเรียกร้องแต่จะให้คนอื่นนึกถึงความชอบธรรม โดยท่านไม่มี “ธรรม”ก่อน ย่อมละทิ้งไป เสีย ไม่สอน ไม่แสดงธรรม ความดีจะปรากฏได้อย่างไร คนดีจึงไม่ใช่มีแต่ใจเป็นธรรมอย่าง เดียว แต่ต้องมีความอดทนที่จะต่อสู้ให้ได้ธรรมปรากฏขึ้นเสมอ และการต่อสู้นั้นคือการต่อสู้ เพื่อสันติสุขมิใช่เพื่อเอาชนะ ทั้งชนะด้วยวาทะหรือชนะด้วยกำลัง เมื่อเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นมาแล้ว อย่ารีบด่วนไปวิพากษ์วิจารณ์ ขอให้ถามใจของเราดู ก่อนว่า เราให้ความเป็นธรรมและมองปัญหานั้นอย่างถูกต้องตรงกับความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด พบกันใหม่ในฉบับหน้า สวัสดีครับ สุเทพ ทิพย์ภวังค์ ๑๐๖ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๓๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More