ข้อความต้นฉบับในหน้า
พี่นิภาช่างมีความรู้เรื่องลายไทยเสียจริงๆ
ฉันรู้แต่ว่าลงรักปิดทองประดับกระจกหรือประดับ
กระเบื้องเคลือบเท่านั้น
น้าน้อยอมยิ้ม มองมายังเราทั้งสองที่ยัง
ชื่นชมศิลปะไทยสมัยรัชกาลที่ ๔ ไม่สร่างเสียที
สักครู่จึงเอ่ยว่า
๔
“น้าว่า เราเข้าไปข้างในเสียทีดีมั้ย
เจ้าหน้าที่วัดคอยเรานานแล้ว เกรงใจเขา”
เราทั้งสองรับคำ แล้วรีบเดินข้ามธรณ
ประตูเข้าสู่ภายในพระวิหารหลวง เราก้มลง
กราบพระสวดมนต์ขอพรพระครู่หนึ่ง ฉันจึง
เขยิบไปนั่งใกล้น้าน้อยกระซิบถามเบา ๆ ว่า
“น้าคะ พระประธานมีนามว่ากระไรคะ
เป็นพระเก่าหรือพระใหม่คะ”
“เป็นพระพุทธรูปจำลองจ้ะ รัชกาลที่ ๔
ทรงจําลองจากพระพุทธสิหิงค์องค์ที่ประดิษฐาน
อยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธศวรรย์ พิพิธภัณฑสถาน
แห่งชาติ ที่สนามหลวงไงล่ะ เลยพระราชทาน
นามว่า พระพุทธสิหิงคปฏิมากร
“องค์เล็กจังเลยนะคะ”
1. “ก็หน้าตักกว้าง ๑ ศอก 5 นิ้ว สูง ๑ ศอก
6 นิ้ว พระเกศก็สูง ๕ นิ้ว นี่น้าจดมานะ อนึ่ง
วัดก็เล็ก โบสถ์วิหารที่สร้างสมัยรัชกาลที่ ๔ มัก
เล็กนะ พระประธานจึงต้องมีขนาดเล็กไปด้วย”
เออเบญจ์ พระประธานปางสมาธินะจ๊ะ
ประดิษฐานบนบุษบก ๓ ยอด เหนือฐานชุกชี
อีกทีหนึ่ง น้าน้อยอธิบายให้ฉันฟังว่า เบื้องซ้าย
พระประธาน (ก็ขวาของเราแหละ เมื่อเราหัน
หน้าไปหาท่าน) ประดิษฐานพระพุทธชินสีห์
จำลองส่วนเบื้องขวาเป็นพระพุทธชินราชจำลอง
(แต่ไม่มีซุ้มเรือนแก้วนะ) เบื้องหลังประดิษฐาน
พระศาสนาจำลอง ส่วนองค์ที่อยู่บนแท่นบูชา
หน้าซุ้มบุษบกเป็นพระนิรันตราย ซึ่งเป็นพระ
พุทธรูปที่มีความสำคัญอีกองค์หนึ่งจ้ะ ส่วน
สำคัญยังไง น้าน้อยว่าไว้ค่อยเล่าทีหลังจ้ะ อ้อ...
น้าน้อยบอกว่าตรงฐานชุกชีเป็นที่ประดิษฐาน
พระสรีรางคาร รัชกาลที่ ๔ ด้วยจะ
พี่นิภาและฉันเดินไปขออนุญาตเจ้าหน้าที่
วัดถ่ายภาพภายในพระวิหารหลวงกัน ตอนบน
เป็นรูปเทพยดาอารักษ์ต่าง ๆ อย่างที่เราเคย
เห็นตามวัดทั่วไป แต่ถัดลงมาซิเบญจ์เอ๋ย ฉัน
ชอบมากเลย เป็นภาพเรื่องไตรภูมิพระร่วง
เปล่าทั้งเพ เป็นภาพพระราชพิธีสิบสองเดือนจ้ะ
พี่นิภาโวยวายดีใจมากเลย พร้อมกับบอกกัน
อย่างตื่นเต้นว่า
“รู้มั้ยลักษณ์ เป็นภาพที่มีคุณค่าทาง
ประวัติศาสตร์และโบราณคดีมากเชียวนะ ลักขณ์
อยากจะรู้ว่าคนสมัยก่อนอย่างน้อยก็สมัยรัตน
โกสินทร์มีความเป็นอยู่ยังไง แต่ละเดือนมีพระ
ราชพิธีอะไรบ้าง อ่านพระราชพิธีสิบสองเดือน
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ & ยังไม่เข้าใจดี
หรืออยากให้เข้าใจละเอียดล่ะก็ ควรมาดูภาพ
ที่วัดนี้ โอ้ย! ดีใจจังเลย”
น้าน้อยยิ้ม พลางชายตาค้อนแกมเอ็นดู
ที่เห็นพี่นิภาเพ้อโวยวายแทนที่จะเป็นฉัน ก็พี่
นิภาตื่นเต้นเสียจนฉันตื่น ตื่นตานะจ๊ะ แต่ไม่
ยอมเต้นตามหรอกจ้ะ เดี๋ยวเสียฟอร์มคน
เรียบร้อยไง (เฉพาะในสายตาน้าน้อยนะ)
พฤศจิกายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๘๗