การสังเกตศิลปะไทย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 11 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 113

สรุปเนื้อหา

อธิบายให้เบญจฟังแล้ว แต่ไม่มีรูปให้เบญจ์ได้ ดูด้วยเหตุที่บอกแล้วไง ถ้ามีซูมนะ ก็คงจะ ถ่ายรูปได้ แต่ไม่รู้จะได้รูปสมบูรณ์ไหม ถ้าปืน ผนังตึกของกรมแผนที่ก็จะได้รูปเจ๋ง ๆ มาอวด เบญจ์ เผอิญไม่ได้เอาบันไดพับมาด้วย แล้วก็ เกรงจัยเกรงใจตัวเองเหลือเกิน คือเกรงตัวเอง จะตกลงมาคอย่น หรือไม่ก็อาจถูกกล่าวหาว่า ทำจารกรรม หรืออีกทีก็ถูกกล่าวหาว่าสติไม่ดี หรือไม่อกหักคิดสั้นทำนองนั้น เสียชื่อเบญจ์แย่ เลย ก็อ้าว...ในฐานะเราเป็นคู่หูกันไงล่ะ ฉะนั้น อย่าให้คู่หูเบญจ์รีบไปคุยกับพญายมก่อนวัยเรีย เลยนะ เดี๋ยวเบญจ์จะชวดอ่านจ.ม.ฉันแล้วก็จะ เหงาด้วย ฮิ ฮิ (ขวา) หอไตรทรง ปราสาท ยอดปรางค์ หน้าบันของมุขหน้าและหลังก็เป็นรูป พระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานเหนือพานแว่นฟ้า อย่างขอม มีฉัตรประกอบ ๒ ข้าง แต่ไม่มีช้างรองรับนะ กลับล้อ

หัวข้อประเด็น

- การสังเกตศิลปะไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อธิบายให้เบญจฟังแล้ว แต่ไม่มีรูปให้เบญจ์ได้ ดูด้วยเหตุที่บอกแล้วไง ถ้ามีซูมนะ ก็คงจะ ถ่ายรูปได้ แต่ไม่รู้จะได้รูปสมบูรณ์ไหม ถ้าปืน ผนังตึกของกรมแผนที่ก็จะได้รูปเจ๋ง ๆ มาอวด เบญจ์ เผอิญไม่ได้เอาบันไดพับมาด้วย แล้วก็ เกรงจัยเกรงใจตัวเองเหลือเกิน คือเกรงตัวเอง จะตกลงมาคอย่น หรือไม่ก็อาจถูกกล่าวหาว่า ทำจารกรรม หรืออีกทีก็ถูกกล่าวหาว่าสติไม่ดี หรือไม่อกหักคิดสั้นทำนองนั้น เสียชื่อเบญจ์แย่ เลย ก็อ้าว...ในฐานะเราเป็นคู่หูกันไงล่ะ ฉะนั้น อย่าให้คู่หูเบญจ์รีบไปคุยกับพญายมก่อนวัยเรีย เลยนะ เดี๋ยวเบญจ์จะชวดอ่านจ.ม.ฉันแล้วก็จะ เหงาด้วย ฮิ ฮิ (ขวา) หอไตรทรง ปราสาท ยอดปรางค์ หน้าบันของมุขหน้าและหลังก็เป็นรูป พระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานเหนือพานแว่นฟ้า อย่างขอม มีฉัตรประกอบ ๒ ข้าง แต่ไม่มีช้างรองรับนะ กลับล้อมด้วยลายกระหนกจ้ะ ล้วนเป็นไม้แกะ สลัก ปิดทองประดับกระจก งดงามมากนะเบญจ “ลักขณ์ นิภา สังเกตดูซุ้มประตูหน้าต่าง ซิหลาน” “เอ๊...เป็นทรงมงกุฎทั้งนั้นเลยนะคะ แต่ เป็นลายปูนปั้น ลงรักปิดทองประดับกระจก เสียด้วย งามดีนะลักขณ์ เบญจ์จ๋า “ค่ะ” ก็ฉันเห็นจริงตามที่นิภาพูดนี่ “คงมีความหมายใช่มั้ยคะ น้า” “ใช่จ้ะ น้าเคยอ่านคำถาม-คำตอบ เรื่อง ศิลปะไทย ของ น. ณ ปากน้ำ กล่าวว่า สมัยนี้ พยายามหาเอกลักษณ์ประจำรัชกาลให้มากที่สุด สังเกตจากซุ้มประตูหน้าต่างของวัดจะนิยมทำ เป็นทรงมงกุฎให้สมกับพระนามเดิมว่า เจ้าฟ้า มงกุฎ” น้าน้อยหยุดคิดชั่วครู่หนึ่ง จึงกล่าวต่อ ไปว่า “อันที่จริงนะ ถ้าเราย้อนไปวัดอรุณฯ หลานคงจำได้ว่ารัชกาลที่ ๓ ทรงครอบพระมหา มงกุฎปิดทองเหนือนภศูลยอดพระปรางค์ นอกจากนี้ประตูด้านหน้าเข้าสู่เขตพระอุโบสถ ก็ทำซุ้มจตุรมุขยอดมงกุฎ เพื่อเป็นนิมิตให้ ปวงชาวไทยรู้ว่า ผู้ที่จะเป็นพระมหากษัตริย์ องค์ต่อไป คือ เจ้าฟ้ามงกุฎซึ่งออกผนวชอยู่ ขณะนั้น ๓ ทรง “น้าคะ ลักขณ์จำได้ว่าพระมณฑปที่วัด โพธิ์ก็เป็นจตุรมุขยอดมงกุฎ รัชกาลที่ สร้างเช่นกัน เป็นไปได้ไหมคะที่จะมีความหมาย คือ ลักขณ์ลองคิดถึงคำ จตุ ก็แปลว่า คำนี้ อาจบ่งบอกเป็นนัย ๆ ก็ได้นะคะ ว่าผู้ที่จะ เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๔ ต่อไป คือ เจ้าฟ้า มงกุฎ” “แหมคิดเหมือนพี่เลย แล้วที่วัดพระ แก้วนะ มีวิหารพระยอดที่เป็นจตุรมุขยอดมงกุฎ รัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างเช่นกัน น้าคะ น่าจะมี ความหมายอย่างที่ลักขณ์พูดนะคะ น้า” พี่นิภา ปรารภเชิงถาม ๓ “ก็อาจเป็นได้จ้ะ อนึ่งเมื่อรัชกาลที่ ทรงสร้างวัดบวรนิเวศต่อจากกรมพระราชวัง บวรมหาศักดิพลเสพย์ จึงสิ้นพระชนม์ไป และ ตั้งพระทัยอาราธนาเจ้าฟ้ามงกุฎฯมาประทับจำ พรรษาที่วัดนี้ ก็โปรดให้ทำตราพระมหาพิชัย พฤศจิกายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๘๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More