ข้อความต้นฉบับในหน้า
ที่ฝั่งแท่งทองคำ คุ้ยดินออกแล้ว
ตั้งใจจะแบกทองกลับไปบ้าน แต่
แก่ ทองแท่งนั้น ทั้งใหญ่ ทั้งมีน้ำหนัก
มากเกินกำลังจะแบกหามไปได้ เขา
จึงลงนั่งตรึกตรองคิดหาวิธีที่ดีที่สุด
ด้วยความฉลาดรอบคอบ และ
- มองเห็นการณ์ไกลเยี่ยงบัณฑิต เขา
จึงคิดว่า ควรจะแบ่งแท่งทองนี้ออก
เป็นสี่ส่วนดังนี้
ทรงทราบเรื่องที่พระภิกษุประชุม สามารถลากต่อไปได้ จึงหยุดยืนนิ่ง
สนทนาธรรมกันแล้ว จึงตรัสว่า
อยู่กับที
เมื่อแรก เขาเข้าใจว่าเป็น
รากไม้ จึงเอามือขุดคุ้ยก้อนดินเป็น
หลุมลึกดู แทนที่จะเป็นรากไม้อย่าง
ที่คิด กลับเป็นแท่งทองคำขนาดใหญ่
เท่าโคนขา ยาวประมาณถึง ๔ ศอก
และ “มิใช่แต่เฉพาะบัดนี้เท่านั้น
ที่ภาระแม้ถึงจะมากมาย เราก็แบ่ง
โดยส่วนย่อย ให้เป็นดุจของเบา ๆ
ได้ แม้ในปางก่อน บัณฑิตได้ทอง
แท่งใหญ่ไม่อาจยกขึ้นได้ ก็ยังแบ่ง
เป็นส่วนย่อย ๆ แล้วยกไปได้สำเร็จ”
ตรัสแล้วก็ทรงนิ่งเสีย แ ทองคำแท่งนี้ เศรษฐีเจ้าของ
พระภิกษุทั้งหลายจึงรีบกราบ ที่ดินคนเดิมได้ฝังซ่อนไว้ แล้วอพยพ
ทูลอาราธนาให้ทรงเล่าเรื่องแต่หน ครอบครัวไปอยู่ที่อื่น เวลาผ่านไป
ฝังอยู่ในดิน
- ส่วนที่หนึ่ง สำหรับขาย นำ
ทรัพย์มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ให้สุข
สบายตามสมควร
ส่วนที่สอง ฝังไว้ที่เดิม เก็บ
ไว้ใช้ยามขัดสนเจ็บไข้
ส่วนที่สาม สำหรับเป็นทุน
ทำไร่นา และค้าขาย
ส่วนที่สี่ สําหรับทําบุญให้ทาน
#
เมื่อกำหนดในใจได้อย่างนี้
แล้ว
เขาจึงตัดทองคำออกแบก
กลับบ้านคราวละท่อน ๆ นำไปใช้
ตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้แต่แรก โดย
ทองคำส่วนที่กลบดินซ่อนไว้จะสูญ
หายไป เพราะมีใครบังเอิญมาพบ
แต่ถึงกระนั้น เพื่อความ
นานแสนนาน จนบ้านเรือนปรักหัก ไม่มีความห่วงกังวลว่า ในแต่ละวัน
ระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ พังราบไปเหลือแต่เศษอิฐ เศษไม้
หลังให้ฟัง พระบรมศาสดาจึงทรง
แล้วตรัสเล่า กัญจนขันธชาดก มี
เป็นที่รกร้างว่างเปล่า ชาวนาผู้นี้
เนื้อความดังนี้ หลัง ไม่รีบร้อนขุดทองขึ้นมา เพราะเห็น
ว่าเวลาขณะนั้นเพิ่งจะบ่ายคล้อย
ยังมีงานทำได้อีกมาก ชาวนาผู้รัก
ในอดีตกาล สมัยเมื่อพระเจ้า
พรหมทัตครองราชสมบัติ ณ กรุง
พาราณสี ครั้งนั้นมีชายชาวนา ผู้มี งาน จึงค่อย ๆ ถอยคันไถให้
ความขยันขันแข็งอยู่คนหนึ่ง เขา หลุดพ้นจากแท่งทองคำที่ทอดขวาง
คิดจะขยายพื้นที่การทำนาออกไป อยู่นั้น แล้วโกยดินกลบท่อนทองคำ
จึงได้เที่ยวหาจับจองที่รกร้างว่างเปล่า ล้ำค่านั้นไว้จนมิดดังเดิม
ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของเศรษฐี - เขาก็ก้มหน้าก้มตาไถนาต่อ
ผู้มั่งคั่งในอดีตนานมาแล้ว ชายหนุ่ม ไป โดยไม่คิดหยุดงาน จนกระทั่ง
ออกไปไถนาตามลำพังทุกวัน
เวลาโพล้เพล้ได้เวลากลับบ้าน เขา
วันหนึ่ง ขณะที่กำลังไถนา จึงหยุดทำงาน เก็บสัมภาระต่าง ๆ
ผาลไถก็ไปสะดุดติดอยู่กับของแข็ง ๆ มีแอก ไถ เป็นต้น วางแอบไว้ที่
ท่อนหนึ่งในดิน วัวที่เทียมไถไม่ โคนต้นไม้ใหญ่ แล้วย้อนกลับไปยัง
ปลอดภัยไม่ประมาท ชาวนาผู้รอบ
คอบจึงตั้งใจสำรวมระวัง ไม่ปริปาก
แพร่งพรายเรื่องนี้ แม้แต่กับลูก
เมีย เพราะเกรงว่า คนในครอบครัว
จะเก็บความลับไว้ไม่อยู่ หรือเผลอ
สติฟุ้งเฟ้อให้ชาวบ้านมารบกวนมา
แย่งชิงได้ เขาจึงมีทรัพย์ใช้จ่ายและ
ทำบุญทำทานตลอดชั่วชีวิตของเขา
อย่างมีความสุข ครั้นเมื่อตายแล้วก็
ไปบังเกิดในสวรรค์
น้าอี๊ด
๔๒ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๓๕