ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถือดาบมาจะฆ่าพระองค์ จะเอานิ้ว
ไปสังเวย เพื่อจะเรียนให้สำเร็จวิชา
ดาบของตนเอง พอมาถึงพระพุทธ
องค์พระองค์แสดงอิทธิปาฏิหาริย์เข้า
ก็เลยได้คิด ก็เลยออกบวชตาม
จนบรรลุเป็นพระอรหันต์ นี่ก็เป็น
ชัยชนะที่ไม่มีเวร
ชัยชนะครั้งที่ห้าเป็นชัยชนะ
อันเนื่องจากถูกใส่ร้ายป้ายสี คือมี
ผู้หญิงมาใส่ร้ายกล่าวหาพระองค์ไป
ทำเขาท้อง แม้พระพุทธเจ้ายังถูก
ข้อหานี้เลยนะ ทำเป็นเล่นไป ไป
ทำตาหวานกับใครเข้าไว้ เดี๋ยวเถอะ
จะโดนดี พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อโดนกล่าวหา ก็ใช้ความสงบ ไม่
ต่อล้อต่อเถียง ในที่สุดความก็แตก
ปู่ย่าตาทวดน่ะ ใครเป็นคนแต่งบท
สวดมนต์นี้ไม่ปรากฏ แต่ได้แต่งกัน
มานานแล้ว แล้วต่อ ๆ กันมา
แต่เขาก็แต่งไม่ผิด ในพระไตรปิฎก
มาทำเป็นข้อความร้อยกรองเข้านะ
เป็นลักษณะที่เรียกว่าฉันท์ พวกเรียน
อักษรศาสตร์จะเข้าใจ เป็นเรื่อง
สรรเสริญพระอรหันต์แต่ละพระองค์
ที่มีความสามารถเป็นเลิศ เป็นการ
ระลึกถึงสังฆคุณ ทำให้เวลาโกรธ
ใครเกลียดใครขึ้นมา ก็สวดมนต์
บทนี้เข้า สรรเสริญพระโมคคัลลาน์
พระอานนท์ พระกัสสป นึกไปนึกมา
เลยลืมโกรธ นี่เป็นอย่างนี้ ก็เป็น
อุบายอย่างหนึ่งที่ทำใจให้ผ่องใส ถ้า
ท่องได้ก็ดีท่องเถอะ ถ้าท่องไม่ได้ก็
นั้นจะทำให้เกิดผู้ประเสริฐของพุทธ
ศาสนาได้ส่วนใด ขั้นตอนใด และ
ในลักษณะใด
ก่อนอื่นดูมรรคแปดก่อน
มรรคแปดเริ่มต้นด้วยสัมมาทิฏฐิคิด
เห็นถูกต้อง ยกตัวอย่างว่ามีความ
เห็นถูกว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วจริง
นี้ยกตัวอย่าง เขาเรียกกันว่าสัมมา
ทิฏฐิ ใครมีความเห็นถูกตามนี้ก็แสดง
ว่า มรรคองค์ที่หนึ่งของตัวเองผ่านล่ะ
เมื่อมีความเห็นถูกอย่างนี้แล้ว ช่วย
ให้มรรคองค์ที่สอง คือสัมมาสังกัปปะ
ความดำริชอบเกิดขึ้น ทั้งสองอย่างนี้
ต่างกันอย่างไร ความเห็นถูกความ
เห็นชอบ หรือที่เรียกว่าสัมมาทิฏฐิ
หมายถึงความคิดเห็นมาตรฐานที่มี
เรื่องสรรเสริญความชนะที่ สมาธิแกนหลักของ
มรรคมีองค์แปด
ออกมา ไม่ได้ท้องไม่ได้เทิ้งอะไรทั้ง ไม่เป็นไรนะ สัมมาอะระหังไปก็ได้
สิ้น นางเอาผ้าทับหน้าท้องให้นูน ๆ เหมือนกัน
เท่านั้นเอง เหล่านี้เป็นต้น
อยู่ในตัว ความคิดเห็นมาตรฐาน
เป็นมิเตอร์ประจำใจ สอง สัมมาสัง
กัปปะความคิดเห็นชอบ อันนี้หมาย
ไม่มีการก่อเวร ทำให้ชาวบ้านชาว
ถึงความคิดที่คิดในแต่ละวินาทีที่
ช่องยึดถือเป็นแบบปฏิบัติได้ข้อเตือน
ใจว่า เออมีเรื่องอะไรแล้วก็ เรา
ขอความกรุณาหลวง-
พ่อช่วยอธิบายให้เข้า
ใจว่า แนวทางปฏิบัติ
ผ่านไปที่คิดแต่ดี ๆ ด้วย การที่คน
ๆ
ใดจะคิดดี ๆ น่ะ คิดจะทำกิน ไม่ได้
คิดโกงเขากิน คิดจะช่วยเหลือ
ซึ่งเป็นนิสัยของชาวพุทธ ไม่ต้อง
จะพยายามหาวิธีแก้ไขอย่างสันติวิธี
?
ตามทฤษฎีของพระ- เจือจุน ไม่ใช่คิดจะแกล้ง คิดที่จะ
การความรุนแรง ทำให้มันสงบเรียบ สัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านผู้รู้ส่วนใหญ่ เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียให้มีความสุข ไม่ใช่
ร้อยที่สุด จึงหมั่นสวดหมั่นท่องกัน จะต้องตอบตามตำรามรรคมีองค์แปด ว่าเลี้ยงเมียด้วยลำแข้งอะไรอย่างนี้
เรื่องเลือดล้างด้วยเลือด ตาต่อตา แต่วิธีการปฏิบัติจะเป็นการนั่งหลับตา การที่จะมีความคิดถูกต้องอย่างนี้ได้
ในพุทธศาสนาไม่มี ในจิตใจชาว ความขัดแย้งกันนี้ทำให้สงสัยว่า การ จะต้องมีความเห็นมาตรฐานอยู่ก่อน
ไทยไม่มี เพราะอาศัยการสวดมนต์ นั่งหลับตาเกี่ยวข้องอย่างไรกับมรรค ว่า เราทำดีได้ดีนะ ทำชั่วได้ชั่วนะ
ที่อุตส่าห์ท่องบ่นสวดพร่ำกันมาแต่ มีองค์แปด แล้วผลของการเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น ไอ้ความคิด
๒๐ กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๓๖