ข้อความต้นฉบับในหน้า
สำคัญมาปกครอง และเป็นต้นเหตุให้มีการ
ซ่อมแซมคูเมือง ป้อมประตูหอรบอยู่เสมอ และ
ยิ่งกว่านั้นยังเป็นแหล่งที่มีการสะสมพระเครื่อง
รางของขลังที่สำคัญอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะความ
ศรัทธาความเชื่อที่จะต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ติดตัว
ไว้เพื่อป้องกันภัย เมื่อออกศึกสงครามนั่นเองจะ
เป็นไงเบญจว่าฉันเก็บความมาเล่าให้ฟัง
พอรู้เรื่องมั้ยจ๊ะ
รถแล่นเลียบแม่น้ำปิงฝั่งตะวันออกช้า ๆ
ผ่านตัวเมืองกำแพงเพชรเก่า ฉันได้ยินไกด์
บอกว่าเมืองเก่าอยู่ในเขตตำบลหนองปลิงและ
ตำบลในเมือง ฉันสังเกตเห็นกำแพงศิลาแลง
ชั้นเดียว แต่ดูมั่นคงแข็งแรงกว่าบรรดาเมือง
โบราณอื่น ๆ ที่เคยเห็นมา ไกด์บอกพวกเราว่า
ในตำราว่ากำแพงมีความสูง ๕ เมตร มี ๑๐
ป้อม ๑๐ ประตู ภายในกำแพงมีโบราณสถานที่
น่าชมหลายแห่ง
ขณะรถแล่นช้า ๆ น้าน้อยชี้ให้ดูก่าแพง
ดินสี่เหลี่ยมอยู่เกือบติดกำแพงเมืองด้านเหนือ
แล้วอธิบายว่า
“ภายในกำแพงมีคูล้อม ๓ ด้าน ตรง
กลางมีสระรูปมน ชาวเมืองจึงเรียกบริเวณนี้ว่า
“สระมน” เข้าใจว่าคงเคยเป็นวังโบราณ ส่วน
ปราสาทราชฐานไม่มีเหลืออยู่เลย เพราะสร้าง
ด้วยไม้ ที่สงสัยว่าเป็นวังเพราะกรมศิลปากร
มาขุดลอกสระมันและตกแต่งบริเวณ ได้พบศิลา
แลงบางตอนและได้พบกระเบื้องมุงหลังคาตก
หล่นอยู่ทั่วไป”
ทางใต้บริเวณสระบนลงมานะเบญจ์เป็น
วัดจ้ะ ชื่อว่า “วัดพระแก้ว” เชื่อกันว่าเป็นวัด
อยู่บริเวณวังเหมือนวัดมหาธาตุ กลางเมือง
สุโขทัย หรือวัดพระศรีสรรเพชญที่อยุธยา หรือ
วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพฯ เพราะ
ฉันเห็นอยู่ติดกับบริเวณวัง(สระมน)เลย กำแพง
วัดเท่าที่เหลือซากให้ฉันเห็นเป็นศิลาแลงกลม
ทั้งท่อน สูงเมตรเศษ (ฉันคะเนด้วยสายตานะ
จะ ก็ไม่ได้ลงจากรถนี่นาจะได้วัดได้) น้าน้อย
ว่าสิ่งก่อสร้างภายในใช้ศิลาแลงเป็นส่วนใหญ่
ฉันสันนิษฐานว่า เมืองนี้คงมีบ่อดินศิลาแลงไม่
น้อย และไม่ไกลจากวัดนี้นัก
ตรงกลางของวัดมีพระเจดีย์กลมทรง
ระฆังคว่ำ (ที่เรามักเรียกกันว่า เจดีย์ลักษณะ
แบบทรงลังกา) น้าน้อยเคยสอนฉันว่า ส่วนใหญ่
สมัยก่อนเมืองใหญ่เมืองสำคัญ ๆ มักจะมีการ
สร้างพระเจดีย์ขนาดใหญ่ไว้ในวัดคู่บ้านคู่เมือง
ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
หรือพระธาตุของพระพุทธสาวก วัดเหล่านั้น
เลยมักได้นามว่าวัดมหาธาตุ หรือวัดพระศรี
รัตนมหาธาตุ แล้วถือว่าพระเจดีย์ใหญ่หรือ
พระปรางค์ใหญ่เป็นประธานของวัด จึงไม่จำ
เป็นต้องสร้างใหญ่นักก็ต้องใช้เงินมาก บางที่ ๕-
5 ปี ยังสร้างไม่เสร็จสักที ประชาชนเพลียบุญ
ไปเลย
เฮ้ย...เบญจ์จะว่าฉันละว่าบ่นเป็นยาย
แก่อีกแล้ว เอาละย้อนกลับมาที่เจดีย์ใหญ่วัด
พระแก้วอีกทีนะจ้ะ
พระเจดีย์ใหญ่ซึ่งเป็นประธานของวัด
พระแก้วนี้ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม ที่ฐานทำเป็น
ซุ้มคูหาโดยรอบ มีสิงห์ยืนอยู่ในคูหา แต่ข่ารุด
หมด ดูแทบไม่ออกว่าเป็นรูปสัตว์ชนิดใด (ถ้า
น้าน้อยไม่บอก) เพราะบางซุ้มเหลือแต่ขาข้าง
เดียว แต่มีรอยที่ผนังพอรู้ว่าเป็นตัวสัตว์จ้ะ น้า
น้อยบอกว่าหลังจากกรมศิลปากรมาขุดแต่งแล้ว
ได้พบฐานเจดีย์แบบต่าง ๆ รวมกันถึง ๓๕ ฐาน
วิหารใหญ่น้อย - วิหาร โบสถ์ ๓ โบสถ์
แสดงว่าเป็นวัดใหญ่และสำคัญมาก่อน จึงมี
การสร้างซับซ้อนหลายยุคหลายสมัย แต่มี
อาจบอกได้ว่าเจ้าเมืองใดเป็นผู้สร้าง ด้วยไม่มี
เอกสารกล่าวไว้จะ ปัจจุบันเวลามีงานนบพระ
เล่นเพลงในวันมาฆบูชา และงานสารทไทย
กล้วยไข่เมืองกำแพงเพชรในเดือน ก็จัดที่
บริเวณวัดพระแก้วนี้แหละจะ
อ่านต่ ฉบับหน้า
@O
กรกฎาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๘๓