การยึดเมืองพาราณสี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 7 หน้า 77
หน้าที่ 77 / 113

สรุปเนื้อหา

“พระเจ้ามหาสีลวราชน้ำพระทัยดีจริง ๆ กลับไปว่า แต่ถึงอย่างไร การได้เมืองพาราณสีนั้นเป็นยอด “มหาบพิตร เราไม่รบหรอก หากท่านปรารถนา ปรารถนาของเรา ถ้าพาราณสีอยู่ในกำมือเราเมื่อไร ราชสมบัติ ก็จงเข้ามารับไปเถิด เรายินดีมอบให้ เมืองไหน ๆ ก็ต้องเกรงกลัวเรา ชื่อของเราก็จะ ปรากฏไปทั่วทั้งปฐพีนี้...” จากนั้น พระเจ้าโกศลจึงทรงกรีธาทัพมุ่งสู่ กรุงพาราณสีด้วยความมั่นพระทัย กรุงพาราณสีในครั้งนั้น มีอำมาตย์นักรบผู้ จากนั้น พระเจ้ามหาสีลวราชมีรับสั่งให้เปิด ประตูเมืองทุกด้าน แล้วพระองค์เสด็จขึ้นเหนือ พระราชบัลลังก์ พร้อมด้วยนักรบพันนายเข้าเฝ้า แวดล้อมอยู่โดยสงบ เมื่อพระเจ้าโกศลเข้ายึดเมืองได้ ทรงจับ เกรียงไกรอยู่หนึ่งพันนาย ความสามารถของนักรบ พระเจ้ามหาสีลวราชพร้อมด้วยนักรบทั้งพันนาย เหล่านี้อาจกล่าวได้ว่า ไม

หัวข้อประเด็น

- การยึดเมืองพาราณสี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“พระเจ้ามหาสีลวราชน้ำพระทัยดีจริง ๆ กลับไปว่า แต่ถึงอย่างไร การได้เมืองพาราณสีนั้นเป็นยอด “มหาบพิตร เราไม่รบหรอก หากท่านปรารถนา ปรารถนาของเรา ถ้าพาราณสีอยู่ในกำมือเราเมื่อไร ราชสมบัติ ก็จงเข้ามารับไปเถิด เรายินดีมอบให้ เมืองไหน ๆ ก็ต้องเกรงกลัวเรา ชื่อของเราก็จะ ปรากฏไปทั่วทั้งปฐพีนี้...” จากนั้น พระเจ้าโกศลจึงทรงกรีธาทัพมุ่งสู่ กรุงพาราณสีด้วยความมั่นพระทัย กรุงพาราณสีในครั้งนั้น มีอำมาตย์นักรบผู้ จากนั้น พระเจ้ามหาสีลวราชมีรับสั่งให้เปิด ประตูเมืองทุกด้าน แล้วพระองค์เสด็จขึ้นเหนือ พระราชบัลลังก์ พร้อมด้วยนักรบพันนายเข้าเฝ้า แวดล้อมอยู่โดยสงบ เมื่อพระเจ้าโกศลเข้ายึดเมืองได้ ทรงจับ เกรียงไกรอยู่หนึ่งพันนาย ความสามารถของนักรบ พระเจ้ามหาสีลวราชพร้อมด้วยนักรบทั้งพันนาย เหล่านี้อาจกล่าวได้ว่า ไม่มีใครในโลกนี้อาจหาญ มัดไว้ แล้วมีรับสั่งว่า ได้ อย่าว่าแต่มนุษย์ด้วยกันเลย แม้แต่จะให้สู้กับ ช้างตกมันก็ไม่คิดหวาดหวั่น “เรายึดพาราณสีได้โดยไม่ต้องออกแรงเลย สักนิด บัดนี้พระเจ้ามหาสีลวราชอยู่ในกำมือของ ดังนั้นเมื่อพระเจ้าโกศลยกกองทัพมาประชิด เราแล้ว พระองค์ไม่โปรดการรบราฆ่าฟัน เราก็จะ ชายแดน อำมาตย์นักรบเหล่านี้จึงกราบทูลพระเจ้า ไม่ประหารพระองค์” โกศลมาลงโทษให้จงได้ มหาสีลวราชขออาสาออกไปต่อสู้เพื่อจับตัวพระเจ้า มิใช่ว่าพระเจ้าโกศลจะทรงเมตตา หาก พระองค์กลับมีรับสั่งให้จับพระเจ้ามหาสีลวราชกับ แต่พระเจ้ามหาสีลวราชไม่ทรงอนุญาต พระ อำมาตย์ทหารทั้งพันคนไปฝังทั้งเป็นในป่าช้าผีดิบ ซึ่งเป็นที่ทิ้งซากศพสมัยนั้น โดยให้ขุดหลุมลึกฝัง “การทำศึกสงครามนั้น เป็นการล้างผลาญ ลำตัวไว้ แล้วโผล่ศีรษะขึ้นมาแค่คอ เพื่อรอให้ฝูง ชีวิตกัน เป็นการก่อบาปก่อเวรไม่สิ้นสุด อย่าเลย สุนัขและสัตว์ร้ายมากัดทิ้งกินเป็นอาหาร ...เมื่อพระเจ้าโกศลต้องการราชบัลลังก์ของเรา ก็ องค์ตรัสว่า ให้เขามาเอาเถิด” พระเจ้ามหาสีลวราช ก็ยังมิได้ทรงถือโกรธ ตั้งมั่นประพฤติธรรมอย่างแน่วแน่มั่นคง ทรง ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าโกศลก็เคลื่อนทัพมา สำรวมพระทัยแผ่เมตตาให้แก่ศัตรู พร้อมกับยัง ประชิดเมืองหลวงโดยไม่มีการต่อสู้ขัดขวาง พระราชทานพระราโชวาทปลอบใจเตือนสติเหล่า แม้บรรดาอำมาตย์นักรบของพระเจ้ามหาสีลวราช นักรบของพระองค์ ซึ่งถูกฝังแวดล้อมอยู่รอบข้าง อยากจะออกรบนักหนา แต่ก็สู้อดใจไว้ เพราะ ให้ตัดใจอโหสิกรรมแก่ข้าศึก และให้ทำใจเป็นกุศล ความเคารพในคำสั่งขององค์ประมุขของตน อัน แผ่เมตตาแก่เขาทั้งหลาย เพื่อให้ใจบริสุทธิ์ แม้ เป็นคุณธรรมที่ยอดเยี่ยมของทหารหาญ ตายก็จะได้ไปดี ยังดีกว่ามีชีวิตอยู่เพื่อการสร้าง เมื่อพระเจ้าโกศลยกทัพย่างล่วงเลยมาได้โดย บาปกรรม ง่ายดายเช่นนั้น ก็ทรงลังเลพระทัย เกรงว่าอาจจะ อำมาตย์นักรบเหล่านั้นล้วนแต่มีน้ำใจมั่นคง มีอุบายซ่อนเร้นอยู่ก็เป็นได้ จึงส่งพระราชสาส์น จงรักภักดีต่อพระเจ้ามหาสีลวราชอย่างน่าสรร เข้ามาทูลถามว่า จะยกราชสมบัติให้หรือจะรบ เสริญยิ่งนัก ถึงแม้จะถูกเหยียดหยามภายในใจ พระเจ้ามหาสีลวราชจึงทรงตอบพระราชสาส์น ร้อนระอุ คุกรุ่นไปด้วยความกระหายที่จะ ยที่จะรบ กรกฎาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๒๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More