ข้อความต้นฉบับในหน้า
- พระราหุลนั้น ตามเสด็จไปจน
ถึงพระอารามอันเป็นที่ประทับ พระ
พุทธองค์จึงทรงดำริว่า พระราหุลนี้
ต้องการราชสมบัติอันเป็นทรัพย์ภาย
นอก อาจนำความเดือดร้อนมาให้
ฉะนั้นพระพุทธองค์เห็นสมควรว่าจะ
ให้โลกุตรทรัพย์อันเป็นทรัพย์ภายใน
แก่พระราชโอรส ดังนั้นแล้ว ตรัสสั่ง
ให้บวชพระราหุล แต่เนื่องจากพระ
จึงทรงบัญญัติห้ามไม่ให้พระภิกษุทั้ง
หลายนอนร่วมกับผู้ไม่ใช่พระภิกษุ
อีกต่อไป
- หลังจากมีพุทธบัญญัติแล้ว
คืนวันหนึ่ง พระภิกษุทั้งหลายขอให้
พระราหุลเถระสมัยที่ท่านยังเป็น
สามเณรอยู่ ไปนอนที่อื่น ไม่ยอมให้
นอนร่วมเหมือนแต่ก่อนด้วยกลัวจะ
ผิดพุทธบัญญัติ
สามเณรราหุลก็ยอมโดยดีไม่มี
ราหุลยังเยาว์เกินไป จึงทรงอนุญาต
พระราหุลเถระเป็นผู้ใฝ่ในการ
ให้บรรพชาเป็นสามเณรด้วยวิธีให้รับ ศึกษาพระธรรมวินัยมาก ทั้งนี้เมื่อตื่น ข้อแม้ ไม่แสดงอาการกระด้างกระ
ไตรสรณคมน์ คือเปล่งวาจาถึงพระ ขึ้นแต่เช้า ท่านจะกำทรายจนเต็มกำ เรื่องเลย แต่ท่านก็ไม่รู้จะไปนอนที่
พุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และ มือ แล้วกล่าวว่า “วันนี้ขอให้ข้าพเจ้า ไหน หาที่นอนไม่ได้จริง ๆ ก็ตรงเข้า
สมาทานศีล ๑๐ ประการ เรียกวิธีนี้ ได้รับฟังโอวาทคำสั่งสอนเท่ากับเม็ด ไปนอนในเวจกุฎีของพระผู้มีพระ
ว่า ติสรณคมนูปสัมปทา พระราหุล ทรายในกำมือนี้จากพระผู้มีพระภาค ภาคเจ้า
กุมารจึงได้บรรพชาเป็นสามเณรองค์ เจ้าและอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า”
ครั้นใกล้จะสว่าง พระพุทธ
นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ที่อ่อนน้อม องค์เสด็จไปที่เวจกุฎีนั้น ได้พบ
เมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ถ่อมตนว่านอนสอนง่ายอีกด้วย ใน สามเณรราหุลอยู่ที่นั่น สอบถาม
พระสารีบุตรเถระกระทำการอุป- เรื่องนี้ สมัยหนึ่ง ภิกษุ ภิกษุณี อุบา ทราบความแล้วก็ทรงสลดพระทัยทรง
สมบทให้ โดยท่านรับหน้าที่เป็นพระ สก อุบาสิกาทั้งหลาย พากันไปฟัง ดำริว่า แม้แต่พระราหุลโอรสของ
อุปัชฌายะ และพระมหาโมคคัลลาน ธรรมที่วิหารเฉพาะในเวลากลางวัน พระองค์ยังถูกทอดทิ้งได้อย่างนี้ แล้ว
แต่พอนานเข้า มีแต่พวกพระภิกษุ ถ้ากุลบุตรทั้งหลายที่มาบรรพชาเป็น
แรกในพระพุทธศาสนา
เถระเป็นกรรมวาจาจารย์
นับตั้งแต่พระราหุลบรรพชา และอุบาสกเท่านั้นที่มาฟังธรรม ต่อ สามเณรต่อไปภายหน้า จะเป็น
เป็นสามเณรเรื่อยมา จนกระทั่ง มาจึงมีการฟังธรรมะในเวลากลางคืน อย่างไร จึงทรงบัญญัติสิกขาบท
อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ท่านได้รับฟัง หลังจากเลิกฟังธรรมแล้วพระภิกษุผู้ อีกว่าให้พระภิกษุนอนร่วมกับผู้ไม่ใช่
ราหุโลวาทสูตร (กล่าวถึงรูปทุกชนิด ใหญ่ ต่างพากันกลับไปที่อยู่ของท่าน ภิกษุได้เพียง ๓ คืน พอถึงคืนที่ ๔
ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ภายใน ส่วนพระภิกษุผู้น้อยก็นอนปะปนกับ ให้เว้นเสียคืนหนึ่ง แล้วนอนต่อไป
ภายนอก หยาบละเอียด ดี เลว ใกล้ พวกอุบาสกในศาลา เมื่อพระภิกษุ จนกว่าจะครบ ๓ คืน แล้วเว้นเสีย
ไกล นั้นไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน ไม่ใช่ เหล่านั้นนอนหลับไป ก็แสดงอาการ คืนหนึ่ง เช่นนี้จนกว่าจะแยกที่นอน
ของเรา เป็นต้น) และสอนให้มีเมตตา ไม่น่าดูออกมาหลายอย่างเช่น นอน กันได้กับผู้ไม่ใช่ภิกษุ
วางใจเป็นกลาง ซึ่งพระพุทธองค์ กรน นอนคราง ขบเขี้
ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดัง พระราหุลเถระใช่ว่าจะเป็นผู้
ท่านทรงสอนเนือง ๆ พระราหุลฟัง กรอด ๆ มีน้ำลายไหลออกจากปาก ใส่ในการศึกษา เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย
และปฏิบัติตามจนได้สำเร็จเป็นพระ น่ารังเกียจ พวกอุบาสกเห็น จึงนำ เฉพาะในกาลนี้เท่านั้นแม้ในอดีตกาล
ขึ้นกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ท่านก็ปฏิบัติเช่นนี้เหมือนกัน ดังที่
อรหันต์
๙๐ กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๓๖