การเกิดและการดับในสังขาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 11 หน้า 18
หน้าที่ 18 / 112

สรุปเนื้อหา

ดับ ขันธ์ ๕ ของกายรูปพรหมละ เอียดก็มีเกิดดับ ธรรมที่ทำให้เป็น กายอรูปพรหมก็มีเกิดดับ ขันธ์ ๕ ของกายอรูปพรหมก็มีเกิดดับ ธรรมที่ทำให้เป็นกายอรูปพรหมละ เอียดก็มีเกิดดับ ขันธ์ ๕ ของกาย อรูปพรหมละเอียดก็มีเกิดดับ เกิด ดับทั้งนั้นไม่เหลือเลย เกิดดับ ๆ ๆ อยู่อย่างนี้ อุปปชฺชนฺติ นิรุชฌนติ เกิดดับอยู่อย่างนี้ เมื่อรู้จักเกิดดับอย่างนี้ เรา จะทำอย่างไร ถ้าไม่ฉลาด เกิดดับ นั่นมันสำคัญนัก ถ้าเกิดขึ้น มันอยู่ ในคุณสมบัติผู้ดีที่งดงาม ที่รุ่งโรจน์ ที่ร่ารวย ที่เป็นเศรษฐี ที่เป็นคฤหบดี หรือเป็นกษัตริย์มหาศาล พราหมณ์ มหาศาล คฤหบดีมหาศาล ถ้าเกิด ในที่เช่นนั้นก็พอสบาย ถ้าดับไปมัน จะไปเกิดในที่เลวทรามต่ำช้าเป็น อย่างไร มันจะเกิดในที่เลวทราม ถ้าเกิดในที่เลวทรามใคร ๆ ก็ไม่ชอบ เหตุนี้เราต้องประกอบความดีไว้เป็น เ

หัวข้อประเด็น

- การเกิดและการดับในสังขาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ดับ ขันธ์ ๕ ของกายรูปพรหมละ เอียดก็มีเกิดดับ ธรรมที่ทำให้เป็น กายอรูปพรหมก็มีเกิดดับ ขันธ์ ๕ ของกายอรูปพรหมก็มีเกิดดับ ธรรมที่ทำให้เป็นกายอรูปพรหมละ เอียดก็มีเกิดดับ ขันธ์ ๕ ของกาย อรูปพรหมละเอียดก็มีเกิดดับ เกิด ดับทั้งนั้นไม่เหลือเลย เกิดดับ ๆ ๆ อยู่อย่างนี้ อุปปชฺชนฺติ นิรุชฌนติ เกิดดับอยู่อย่างนี้ เมื่อรู้จักเกิดดับอย่างนี้ เรา จะทำอย่างไร ถ้าไม่ฉลาด เกิดดับ นั่นมันสำคัญนัก ถ้าเกิดขึ้น มันอยู่ ในคุณสมบัติผู้ดีที่งดงาม ที่รุ่งโรจน์ ที่ร่ารวย ที่เป็นเศรษฐี ที่เป็นคฤหบดี หรือเป็นกษัตริย์มหาศาล พราหมณ์ มหาศาล คฤหบดีมหาศาล ถ้าเกิด ในที่เช่นนั้นก็พอสบาย ถ้าดับไปมัน จะไปเกิดในที่เลวทรามต่ำช้าเป็น อย่างไร มันจะเกิดในที่เลวทราม ถ้าเกิดในที่เลวทรามใคร ๆ ก็ไม่ชอบ เหตุนี้เราต้องประกอบความดีไว้เป็น เบื้องหน้า ตำรับตำราได้ยืนยันไว้ดังนี้ มีเกิดดับเช่นนี้ เมื่อมีเกิดดับเช่นนี้ เพราะว่าเกิดขึ้นอย่างนั้นแล้ว เป็นอย่างนั้นไม่ แปรไปเสียอีก เพราะไม่เที่ยง แปรไปอย่างนั้นอีก ไม่เที่ยง เพราะสภาพมีความยัก เยื้องแปรผันอยู่เป็นธรรมดา แก้ไข อย่างไรก็ไม่ได้ ท่านถึงยืนยันเป็น ตำรับตำราว่า เห็นจริงตามสังขาร ทั้งหลาย อ้ายสังขารทั้งหลายเราไม่ รู้เสียอีกแล้วนะ สังขารทั้งหลายน่ะ หา 66 ทางบริสุทธิ์นะ ก็ต้องเอา ใจหยุด นั่นแหละเป็นทาง บริสุทธิ์ เอาใจหยุดฝึกที่ไหน ศูนย์กลางดวงธรรม ที่ทำให้ เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เท่า ฟองไข่แดงของไก่ หยุดอยู่ กลางดวงนั้นแหละ หยุดทีเดียว หยุดทีนั่นแหละ เป็นทางบริสุทธิ์ละ จะเป็นบุญหรือเป็นบาป หรือจะไม่ ใช่บุญใช่บาปก็ตาม ที่บอกแล้วใน เบญจขันธ์ทั้ง ๕ น่ะ อ้ายที่เกิด ของมันน่ะ อ้ายที่เกิดเวลาใด ปรุง ให้เกิดขึ้นเวลาใด ก็เป็นสังขาร เวลานั้น ที่เรียกว่าสังขารนะ ปรุง ให้เกิด ปรุงให้เกิดเป็นมนุษย์ เป็น อัณฑชะ สังเสทชะ ชลาพุชะ อุป ปาติกะ สี่กำเนิด ในสี่กำเนิดนี่แหละ เรียกว่าสังขารทั้งนั้นปรุงให้มีเป็นขึ้น สังขารทั้งหลายเหล่านั้นแหละ ถ้าเห็นตามปัญญาหมดทั้งสากลโลก ไม่เที่ยงเสียเลย เห็นว่าไม่เที่ยง เมื่อ ใดเห็นว่าไม่เที่ยง ก็เมื่อนั้นย่อม เหนื่อยหน่ายในทุกข์ ว่าเวียนว่าย ตายเกิดอยู่นี้ เอาที่จบที่แล้วไม่ได้ เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วละก็ จิตมันก็ ปล่อยหมด ความยึดถือมั่นในเบญจ ขันธ์ทั้ง ๕ มันก็ปล่อยไม่ห่วงใยไม่ อาลัย เพราะเห็นจริงตามจริงเสีย เช่นนั้น อ้ายเห็นจริงตามจริงเช่นนั้น อ้ายทางนั้นจำเอาไว้ จำเป็นรอย ใจเอาไว้ อย่าให้ลบเชียว นึกไว้ ไปค่ำมืดดึกดื่นเที่ยงคืนอย่างไร นึก ไว้ร่ำไป นึกถึงความเกิดดับเหล่านั้น ก็เบื่อหน่ายจากทุกข์นั่น อ้ายที่เบื่อ หน่ายจากทุกข์นั่นแหละ จิตบริสุทธิ์ ใจอยู่ในความบริสุทธิ์ที่เบื่อหน่ายจาก ทุกข์นั่น ที่เบื่อหน่ายอยู่ในทุกข์นั่น แหละ ทุกข์คือความเกิด ความแก่ ความตาย เหล่านี้เบื่อหน่าย ใจก็ ว่างจากความยึดถือในเบญจขันธ์ทั้ง ๕ นั่นแหละ เป็นทางบริสุทธิ์ เมื่อรู้ ๑๖ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๓๖
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More