ข้อความต้นฉบับในหน้า
SASANIAN
EMPIRE
KUSANAS
& SAKAS
MADRAS KARTAPURA
YAUDHEYAS
(NERALA
LICCHAVI
CAyodhya
Vaisali
RAJAKAS
AKALPAS
KAMAF
RUPA
PUNDRA = DAVAKA
HANA
ARJUN-
AYANAS
Mathura
MALAVAS
Padmava
Dasapura
(Mandasor
Airikina
SAKAS
Ujjayinie Sancht
Fran
-Girinagara-
(Girnar)
Ajanta
VAKATAKAS
Nandivardhana-
ADAMBAS
ANGAS
PANDYA
SALANK
AYANAS
Vengi
Empire of
Candra Guptal
Added by
Samudra Gupta
Temporarily tributary
to Samudra Gupta
Added by
Candra Gupta II
[II] Tributary Tribes
and States
2 Under Gupta Influence
SIMHALA (c.A.D. 380-410)
(LANKA)
2) ในสมัยราชวงศ์คุปตะ ราวพุทธศตวรรษที่ ๙ ศิลปะทั้งที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา
และศาสนาพราหมณ์ ได้เจริญถึงจุดสุดยอด รัชสมัยของราชาแห่งราชวงศ์
คุปตะ ได้รับการขนานนามว่า “ยุคทองของศิลปะอินเดีย” เป็นความจริงที่
ประติมากรรมสมัยนี้ ได้บรรลุถึงความเป็นประติมากรรมที่เหมือนจริงและ
แสดงความรู้สึกออกมาแบบธรรมชาติได้ และเป็นประติมากรรมที่ถึงจุด
สุดยอดแห่งความงามที่ถือเป็นแบบอย่างที่ศิลปินยุคต่อมาพยายามที่จะไป
ให้ถึงจุดแห่งความงามอันนั้น พระพุทธรูปสมัยคุปตะ จะทำเป็นชายหนุ่ม
รูปร่างสูงสะโอดสะองครองจีวรมองทะลุได้ ทำให้มองเห็นส่วนสัดของ
ร่างกายทุกส่วนได้อย่างชัดเจน เทคนิคแบบนี้ แสดงว่าศิลปินสมัยคุปตะมี
ความชำนาญเป็นเลิศในการสลักทุกส่วนสัดของร่างกายมนุษย์ พระพุทธรูป
ที่สามารถเป็นตัวอย่างที่ให้เรามองเห็นความเป็นเลิศของศิลปินในการแสดง
รูปร่างของบุคคลในอุดมคติให้ปรากฏในพระพุทธรูป พระโอษฐ์แย้มเล็ก
น้อย พระปรางกลม พระขนงสงบนิ่งแสดงความรู้สึกของการมีความสุข
อย่างสุดยอดจากสมาธิออกจากพระพักตร์ ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนกับ
พระพุทธรูปนั้น เป็นที่สถิตของความกรุณาและเป็นที่รวมความรู้อันแท้จริง
เกี่ยวกับตนเอง
พฤศจิกายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๖๕