ข้อความต้นฉบับในหน้า
ฝ่ายพญานาคที่รักษาต้นไทรใหญ่ เห็น ไม้นั้น เพราะคนประทุษร้ายต่อมิตรเป็นคนเลว
พวกพ่อค้าถือขวานเข้ามาหมายจะฟันต้นไทร ก็ ทราม....”
รู้สึกโกรธเป็นกำาลัง
มีตัวอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ได้อย่างชัดเจน
“เราบันดาลน้ำดื่มให้พวกเขาซึ่งกำลังกระ และเราก็กำลังได้รับผลของการกระทำของ “พวก
ให้อาหารอันประณีตเพราะพวกเขา เขา” อยู่ก็คือ
หายน้ำมา
หิวโหย ให้นางบำเรอ แล้วยังให้ทรัพย์สินเงินทอง
คนเราจำนวนมากได้รับความร่มเย็นจากป่า
อีกจนเต็มทุกเกวียน แต่คนพวกนี้ยังคิดโค่นต้นไทร ไม้ ทําให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ชาวไร่
อีก ช่างละโมบเหลือเกิน!
ๆ
ชาวนาเกษตรกร ผลิตพืชผลได้อุดมสมบูรณ์ แต่
ดีละ! เราจะฆ่ามันเสียให้หมด เว้นไว้แต่ เมื่อ “พวกเขา” ตัดไม้ทำลายป่ากันเสียแล้ว แผ่น
นายกองเกวียนเท่านั้น”
ดินก็แห้ง แล้วอากาศมีความอบอ้าว ฝนตกผิดฤดู
กาล และเมื่อฝนตกมามาก ๆ ป่าไม้ซึ่งมีเหลือไม่
พอเพียง จึงรับน้ำฝนไว้ไม่อยู่ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่
ท่วมจากป่าที่เราตัดต้นไม้ มาจนถึงเมืองหลวง
ถึงกรุงเทพฯ เดือดร้อนกันไปทั่วทุกหัวระแหง
นี่...เป็นเพราะผลที่เราไม่รู้จักกตัญญูต่อ
“ร่มไม้” ที่เราได้อาศัย ได้ความร่มเย็นหรือเปล่าหนอ
หลาน ๆ ลองช่วยคิดทีสิคะ
พญานาคจึงให้บริวารที่เป็นทหาร จัดการ
ฆ่าคนเหล่านั้นเสีย แล้วขนสมบัติเหล่านั้นให้
นายกองเกวียน พาไปส่งจนถึงกรุงพาราณสี
เรื่องนี้ เป็นอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้า เมื่อครั้งที่ทรงเกิดเป็นนายกองเกวียน
- ส่วนพญานาคในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระสารี
บุตร
ๆ
หลาน ๆ คะ ถ้าหลาน ๆ จำคำที่นายกอง
เกวียนกล่าวครั้งนี้ได้ว่า “ถ้าเราได้อาศัยนั่งหรือ
นอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด ย่อมไม่ควรหักรานต้น
พบกันใหม่ฉบับหน้านะคะ
น้าอี๊ด
(จาก อรรถกถามหาวาณิชชาดก)
๗๘ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๓๖