ศาลพระเจ้าตาก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 11 หน้า 84
หน้าที่ 84 / 112

สรุปเนื้อหา

นิภาพนมมือทำปากขมุบขมิบ คงขอพร ฉันก็ เลยอธิษฐานมั่ง ยายกุ้งฝอยเห็นเราสองคนไหว้ ก็เอาบ้าง ไม่รู้ว่าแกรู้รึเปล่าเราไหว้อะไร โชเฟอร์ ขับรถเลี้ยวซ้ายหนหนึ่ง แล้วเลี้ยวขวามาจอด หน้าตลาดโต้รุ่ง บนถนนมหาดไทยบำรุง “จอด ๒๐ นาทีนะจ๊ะ ใครจะซื้ออะไรก็ ซื้อเสีย บ๊วยเค็ม ท๊อฟฟี่ หรืออะไรแก้คลื่นไส้ แต่ยาไม่ต้องซื้อนะ ครูเตรียมมาพอแล้ว และ ถ้าใครรู้สึกไม่ดีหรือกลัวเมามาเอายาได้ที่ครูนะ” น้าแหม่มประกาศ แล้วย้ำว่า “๒๐ นาทีจริง ๆ นะ ครูไม่คอย เพราะเดี๋ยวจะมืดก่อนถึงแม่สอด” ฉันไปกระซิบถามน้าน้อยว่า ศาลพระเจ้า ตากไกลมั้ย อยากไปกราบพระองค์เหลือเกิน น้าน้อยบอกว่าข้ามสี่แยกช่วงสั้น ๆ ๓ ครั้งก็ถึง ให้ฉันนั่งสามล้อรีบไปรีบกลับ ฉันไม่ห่วงเรื่อง ซื้อบ๊วยเค็มหรอก เดี๋ยวน้าน้อยก็เตรียมให้เอง ฉันสะกิดพี่นิภาให้รีบลงทันที

หัวข้อประเด็น

- ศาลพระเจ้าตาก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นิภาพนมมือทำปากขมุบขมิบ คงขอพร ฉันก็ เลยอธิษฐานมั่ง ยายกุ้งฝอยเห็นเราสองคนไหว้ ก็เอาบ้าง ไม่รู้ว่าแกรู้รึเปล่าเราไหว้อะไร โชเฟอร์ ขับรถเลี้ยวซ้ายหนหนึ่ง แล้วเลี้ยวขวามาจอด หน้าตลาดโต้รุ่ง บนถนนมหาดไทยบำรุง “จอด ๒๐ นาทีนะจ๊ะ ใครจะซื้ออะไรก็ ซื้อเสีย บ๊วยเค็ม ท๊อฟฟี่ หรืออะไรแก้คลื่นไส้ แต่ยาไม่ต้องซื้อนะ ครูเตรียมมาพอแล้ว และ ถ้าใครรู้สึกไม่ดีหรือกลัวเมามาเอายาได้ที่ครูนะ” น้าแหม่มประกาศ แล้วย้ำว่า “๒๐ นาทีจริง ๆ นะ ครูไม่คอย เพราะเดี๋ยวจะมืดก่อนถึงแม่สอด” ฉันไปกระซิบถามน้าน้อยว่า ศาลพระเจ้า ตากไกลมั้ย อยากไปกราบพระองค์เหลือเกิน น้าน้อยบอกว่าข้ามสี่แยกช่วงสั้น ๆ ๓ ครั้งก็ถึง ให้ฉันนั่งสามล้อรีบไปรีบกลับ ฉันไม่ห่วงเรื่อง ซื้อบ๊วยเค็มหรอก เดี๋ยวน้าน้อยก็เตรียมให้เอง ฉันสะกิดพี่นิภาให้รีบลงทันทีเมื่อรถจอดสนิท พี่นิภาก็ไม่รีรอเลย กระโดดแผล็วลงไปเรียก สามล้อ เรานั่งคู่กันไปโดยไม่ฟังเสียงยายกุ้ง ฝอยร้องถามเสียงอ่อนเสียงหวาน “พี่นิภาขา พี่ลักษณ์ขาจะไปไหนคะ คอย กุ้งฝอยด้วยค่ะ” รถสามล้อพาลิ่วข้ามสี่แยกที่สอง ฉันก็ เห็นชื่อถนนจรดวิถีถ่องชื่อเพราะเสียด้วยสามล้อ (ล่าง) ชาวเขาเผ่าม้งลาย เขาไม่ชอบให้ใครเรียก แล่นขึ้นเหนือไปอีกนิดเดียว ก็ข้ามสี่แยกแล้ว เขาว่า แม้ว จอดให้เราลง พี่นิภาสั่งให้คอย แกก็ยินดี จะ ได้ไม่เมื่อยน่องฟรีไง เมื่อถีบรถหาลูกค้ารายใหม่ แล้วยังไงเราก็ต้องให้เพิ่มค่าเสียเวลาคอย แล้ว ก็ไม่น่ารำคาญเหมือนศาลหลักเมืองในกรุงเทพฯ ที่มีคนต้อนหน้าตอนหลังให้ซื้อโน่นซื้อนี่ ฉันเข้าในบริเวณศาล แหม...เบญจ์จ๊ะ เขา จัดสะอาดสะอ้านดี ปลูกต้นไม้ริมทางเดิน อาคารใหญ่พอสมควร หลังคาทรงไทยพื้นเป็น หินอ่อน ฉันไม่มีเวลาสังเกตอะไรมากนัก เพราะ ใจอยากมากราบสักการะพระองค์ท่านเท่านั้น ในพระราชอิริยาบถที่กำลังประทับเหนือราช อาสน์ มีพระแสงดาบพาดอยู่บนพระเพลา พอ ฉันกราบเสร็จ พี่นิภาก็พูดว่า “ลักษณ์เห็นจารึกที่ฐานพระบรมรูปรึยัง” “ยังค่ะ” พูดแล้วฉันก็ชะโงกตัวไปเกือบ ติดฐานก็พบข้อความว่า “พระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงพระราช สมภพเมื่อ ๒๒๗๗ สวรรคต ๒๓๒๕ รวม ๔๘ พรรษา” “จดมั้ย ลักขณ์” “จดค่ะ จะได้เขียนส่งไปให้เบญจ์โดย ไม่ผิดเพี้ยนไงคะ” พี่นิภาใจดีหยิบสมุดบันทึก และปากกาส่งให้ฉัน “พี่นิภาอ่านหน่อยซิคะ ลักขณ์จะได้ไม่ เสียเวลาดู” พอจดเสร็จเรียบร้อย ฉันกราบพระองค์ ท่านอีกครั้งแล้วก็รีบขึ้นสามล้อกลับ เกรงว่าน้า แหม่มจะเสียเวลาคอยเรา แต่ที่ไหนได้พอเรา มาถึงตลาดโต้รุ่ง นักศึกษายังเดินเตร่ ซื้อของ กันอยู่เลย นึกชมตัวเองในใจว่า เออดีจริง...เรา ไม่ถ่วงเวลาใคร ที่จริงก็แค่ ๑๗-๑๘ นาทีเท่า นั้นแหละที่ไปและกลับ แต่ที่นักศึกษายังไม่ขึ้น รถ เพราะมีนักศึกษาชายคนหนึ่งท้องเสีย ฉัน กับพี่นิภาเลยมีเวลาซื้อลูกกวาด ช็อกโกแลต นานาชนิด รวมทั้งหมากฝรั่งด้วย ไม่ใช่กลัว จึงสังเกตแต่ว่าพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราชมีขนาดใหญ่กว่าคนทั่วไปสักหน่อย ๔๒ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๓๖
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More