ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปารมิตาสูตร
จารึกด้วยภาษา
ถ้าจะเปรียบกับการถือปฏิบัติของ ส่วนหนึ่งของ
พระทางฝ่ายเถรวาทแล้ว ก็เหมือน คัมภีร์ปรัชญา
กับพระทางเถรวาทไปถูกเนื้อต้อง
ตัวสตรี ถือว่าผิดหนักหนาถึงขนาด สันสกฤต ที่เมือง
นั้นทีเดียว เพราะฉะนั้นท่านจะ พิหารในประเทศ
ฉันเจแบบเคร่งมาก เจของพระจีน
อินเดีย ระหว่าง
พ.ศ. ๑๖๙๓-
จึงได้รับอิทธิพลศีลโพธิสัตว์ และ
การรับประทานมังสวิรัติมาด้วย
แรกเสร็จ จะต้องทำพิธีรับศีลอีก
ครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่สอง คือรับศีล
โพธิสัตว์ ซึ่งในนั้นมีศีลสำคัญอยู่ แต่ปัจจุบันทางญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะ
ข้อหนึ่งคือ ห้ามฉันเนื้อสัตว์ เป็น เลิกรับประทานมังสวิรัติไปแล้ว
การแสดงความจริงใจของโพธิสัตว์ ส่วนในเกาหลีแบ่งเป็นสองพวก
ว่าเป็นผู้ที่ไม่เบียดเบียนสัตว์ เนื่อง พวกหนึ่งยังเคร่งเรื่องรับประทาน
นั้นงดฉันทั้งเนื้อและไข่ รวมทั้งงด ๑๗๑๘ เชื่อกัน จากมีปณิธานที่จะช่วยสัตว์ทั้งหลาย มังสวิรัติอยู่ อีกพวกหนึ่งไม่เคร่ง
พวกกระเทียมและหัวหอมใหญ่ด้วย ว่าพระสูตรนี้เกิด อยู่แล้ว เป็นแนวความคิดเรื่อง ในทิเบตนั้นเนื่องจากบ้านเมืองเขา
ศีลโพธิสัตว์ เมือ
ขึ้นในราว พ.ศ.
๕๐๐ เป็นพระ-
ความเมตตาที่ทางมหายานเน้นมาก
อากาศหนาวจัด เพราะฉะนั้นพระ
ลามะจะฉันเนื้อด้วย โดยเฉพาะ
ถ้าจะถามว่า การห้ามฉัน สูตรมหายานที่เก่า นี้เป็นเรื่องการฉันเจของพระจีน
เนื้อสัตว์นี้ถือเป็นพระวินัยของมหา แก่ที่สุด พระ
ประเด็นหนึ่ง
เมตตานันโท ท่านพูดถึงที่มาของ
การฉันเจอีกทัศนะหนึ่ง จากการ
ยานไหม ก็บอกว่าเป็น เพราะ ธรรมทูตผู้บุกเบิก - อาตมาเคยได้ฟังหลวงพี่
ได้นำคัมภีร์ชุดนี้
พระจีนเวลาบวชพระจะมีการรับศีล ไปเผยแผ่ในเมือง
๒ ครั้ง ครั้งแรก จะบวชเป็นพระ จีน และถือเป็น
ภิกษุ ซึ่งจะรับศีลอย่างแบบของเรา พระสูตรที่สำคัญ
มากต่อพระพุทธ
ศึกษาค้นคว้าของท่านพบว่า ใน
พระทางเถรวาทจะมีศีล ๒๒๗ ข้อ ศาสนาในเมืองจีน อินเดียมีพราหมณ์พวกหนึ่ง ซึ่ง
แต่ของมหายานจะมีศีล ๒๕๐ ข้อ คัมภีร์ในภาพนี้
ประเด็นเนื้อหาใจความของศีล มีรูปพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าทรง
เข้านิโรธสมาบัติ
ส่วนใหญ่เหมือนกัน มีข้อปลีกย่อย
เล็กน้อยเท่านั้นที่ต่างกัน ซึ่งประ อยู่ตรงกลาง
เด็นเหล่านี้ของเถรวาทก็มี แต่
ไปรวมอยู่ในพระวินัยที่มานอกพระ
ปาฏิโมกข์ เพราะถือว่าเป็นสิกขา
บทเล็กน้อย
พระจีนพอบวชรับศีลครั้ง
เวลาที่ท่านเก็บตัวทำสมาธิอย่าง
เดียวนั้น เป็นช่วงที่ถือว่าใช้พลัง
งานมาก ท่านจะฉันเนื้อสัตว์ แต่
ปกติแล้วถ้าเลี่ยงได้ท่านก็เลี่ยง
กล่าวได้ว่าพระพุทธศาสนา
ในจีนยังเคร่งครัดต่อข้อปฏิบัติเรื่อง
ยึดถือประเพณีการรับประทาน การฉันเจมากที่สุด อิทธิพลนี้แผ่
มังสวิรัติ" จึงอาจจะเป็นไปได้ว่า
พราหมณ์พวกนี้ภายหลังมาศึกษา
พระพุทธศาสนาแล้วออกบวช ได้
นำแนวคิดการรับประทานมังสวิรัติ
เข้ามาด้วย แล้วก็สืบทอดกันมา
เรื่อยๆ ครั้นพระพุทธศาสนาขยาย
ไปทางตอนเหนือ ไปเนปาล ทิเบต
จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ประเทศเหล่านี้
คำว่า “เจ” นั้น เป็นคำแปลเสียงมาจาก
คำว่าอาหาร ซึ่งพระจีนฉัน (ทราบกันโดย
ทั่วไปในหมู่ศาสนิกชนชาวจีนว่า เป็นอาหาร
มังสวิรัติ) ดังนั้น คำว่าเจเป็นคำเฉพาะที่
เข้าใจกันในหมู่ชาวพุทธฝ่ายมหายานของจีน
เป็นหลัก ในภาษาไทยถ้าไม่ได้เจาะจงพูด
ถึงชาวพุทธฝ่ายมหายานของจีน การใช้คำ
ว่า “มังสวิรัติ” จึงน่าจะเหมาะสมกว่า
พฤศจิกายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๒๗