ประวัติศาสตร์จักรวรรดิคุปตะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 11 หน้า 69
หน้าที่ 69 / 112

สรุปเนื้อหา

เป้าสำคัญแห่งความพยายามของพระเจ้า มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในแคว้นมคธในขณะนั้น (Madras Kartrpura) พวกอภิราในปัญจาบและ ทั้งนี้เป็นผลประโยชน์จากการที่ระยะนั้นปราศจาก พวกราชปุต (Rajput) การควบคุมจากส่วนกลางที่มีอำนาจอย่างแท้จริง จันทรคุปตะที่ ๑ ทรงปกครองอาณาจักรที่กว้าง ใหญ่พอควร รวมเขตมคธและโกศาละ ภายใต้การปกครองของผู้ที่สืบต่อจากพระ องค์คือ สมุทรคุปตะ (Samudra Gupta ประมาณ สมุทรคุปตะอยู่ทางตะวันตก ซึ่งพวกศกะปกครอง อยู่นานกว่า ๒๐๐ ปี และบ้านเมืองก็มั่งคั่งด้วย การค้าที่ให้กำไรงดงามกับประเทศทางตะวันตก จากราชธานีคือ อุชชยินี (Ujjayini ปัจจุบันคือ ค.ศ. ๓๓๕-๓๓๖) นครปาฏลีบุตรได้กลับเป็น อุชเชนี - Ujjani) พวกศกะยังคงแผ่อำนาจเหนือ ศูนย์กลางของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง มาลวาและคุชราต และยังมีอำนาจ

หัวข้อประเด็น

- ประวัติศาสตร์จักรวรรดิคุปตะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เป้าสำคัญแห่งความพยายามของพระเจ้า มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในแคว้นมคธในขณะนั้น (Madras Kartrpura) พวกอภิราในปัญจาบและ ทั้งนี้เป็นผลประโยชน์จากการที่ระยะนั้นปราศจาก พวกราชปุต (Rajput) การควบคุมจากส่วนกลางที่มีอำนาจอย่างแท้จริง จันทรคุปตะที่ ๑ ทรงปกครองอาณาจักรที่กว้าง ใหญ่พอควร รวมเขตมคธและโกศาละ ภายใต้การปกครองของผู้ที่สืบต่อจากพระ องค์คือ สมุทรคุปตะ (Samudra Gupta ประมาณ สมุทรคุปตะอยู่ทางตะวันตก ซึ่งพวกศกะปกครอง อยู่นานกว่า ๒๐๐ ปี และบ้านเมืองก็มั่งคั่งด้วย การค้าที่ให้กำไรงดงามกับประเทศทางตะวันตก จากราชธานีคือ อุชชยินี (Ujjayini ปัจจุบันคือ ค.ศ. ๓๓๕-๓๓๖) นครปาฏลีบุตรได้กลับเป็น อุชเชนี - Ujjani) พวกศกะยังคงแผ่อำนาจเหนือ ศูนย์กลางของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง มาลวาและคุชราต และยังมีอำนาจที่พึงตระหนัก สมุทรคุปตะทรงมีอำนาจปกครองตั้งแต่แคว้น แม้ว่าจารึกของพระเจ้าสมุทรคุปตะอ้างไว้อย่าง ลางเดือนถึงการรับสวามิภักดิ์จาก “เจ้าของพวก ศกะ” ก็น่าจะเป็นได้ว่าพระองค์มิได้ทรงรบพุ่งกับ คนเหล่านั้น หรือถ้ามีการรบพุ่งก็คงไม่ประสพ ผลสำเร็จ ทั้งนี้เพราะไม่น่าเป็นไปได้ว่าพระองค์ จะทรงยอมให้พวกศกะมีอิสรภาพอยู่ ถ้าทรง สามารถจะป้องกันได้ มีเรื่องเล่าว่าเมื่อพระเจ้า สมุทรคุปตะสิ้นพระชนม์ พวกศกะประสพความ สำเร็จในการทำให้จักรวรรดิคุปตะสั่นสะเทือน และบังคับให้กษัตริย์ผู้อ่อนแอคือ รามคุปตะ (Rama Gupta) ยอมลงพระนามในสัญญาสันติ ภาพที่ไร้เกียรติ วิหารมหาโพธิ์ ที่พุทธคยาสร้างขึ้นครั้งแรกราวคริสต์ศตวรรษที่ ๗-๘ และมีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ อัสสัมไปจรดพรมแดนปัญจาบ พระองค์ทรง พระประสงค์ที่จะสถาปนาจักรวรรดิที่รวมกัน อย่างใกล้ชิด ประเภทเดียวกับจักรวรรดิของราช วงศ์โมริยะ สมุทรคุปตะทรงเป็นกษัตริย์นักรบ ที่ยิ่งใหญ่มาก แผ่อาณาจักรคลุมไปถึงเบงกอล อัสสัม เนปาล พื้นที่กว้างใหญ่เหนืออัฟกานิสถาน ปราบชนเผ่ามาลวา (Malavas) ยุทธยา (Yaud- heyas) อารชุนยานะ (Arjunayanas) มัทราส ในยุคพระเจ้าสมุทรคุปตะนี้เองที่บรรดา หมู่เกาะในทะเลเบงกอล และภาคใต้ของไทยได้ รับอิทธิพลของกองพาณิชย์นาวีของพระองค์ ในปี ค.ศ. ๓๖๐ พระเจ้าสมุทรคุปตะทรงยอมให้กษัตริย์ จากศรีลังกาผู้นับถือพระพุทธศาสนาเข้ามาสร้าง พุทธคยา และทรงให้พุทธศาสนิกชนสามารถ เดินทางเข้ามาจาริกแสวงบุญในพุทธคยาได้ อ่านต่อฉบับหน้า * เราแยกพระนามออกเป็นสองคำคือ Candra Gupta เพื่อให้พระองค์และจันทรคุปตะ ที่ ๒ แตกต่างไปจาก พระเจ้าจันทรคุปตะแห่งราชวงศ์โมริยะ (Candragupta Maurya)ผู้เคยพบกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ในภาษาสันสกฤตนั้น พระนามสะกดเหมือนกัน แต่ กษัตริย์แห่งราชวงศ์คุปตะ ทรงยึดถือส่วนหลังของ พระนาม (คือคุปตะ) เป็นราชสกุล พฤศจิกายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๖๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More