ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป้าสำคัญแห่งความพยายามของพระเจ้า
มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในแคว้นมคธในขณะนั้น (Madras Kartrpura) พวกอภิราในปัญจาบและ
ทั้งนี้เป็นผลประโยชน์จากการที่ระยะนั้นปราศจาก พวกราชปุต (Rajput)
การควบคุมจากส่วนกลางที่มีอำนาจอย่างแท้จริง
จันทรคุปตะที่ ๑ ทรงปกครองอาณาจักรที่กว้าง
ใหญ่พอควร รวมเขตมคธและโกศาละ
ภายใต้การปกครองของผู้ที่สืบต่อจากพระ
องค์คือ สมุทรคุปตะ (Samudra Gupta ประมาณ
สมุทรคุปตะอยู่ทางตะวันตก ซึ่งพวกศกะปกครอง
อยู่นานกว่า ๒๐๐ ปี และบ้านเมืองก็มั่งคั่งด้วย
การค้าที่ให้กำไรงดงามกับประเทศทางตะวันตก
จากราชธานีคือ อุชชยินี (Ujjayini ปัจจุบันคือ
ค.ศ. ๓๓๕-๓๓๖) นครปาฏลีบุตรได้กลับเป็น อุชเชนี - Ujjani) พวกศกะยังคงแผ่อำนาจเหนือ
ศูนย์กลางของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง มาลวาและคุชราต และยังมีอำนาจที่พึงตระหนัก
สมุทรคุปตะทรงมีอำนาจปกครองตั้งแต่แคว้น แม้ว่าจารึกของพระเจ้าสมุทรคุปตะอ้างไว้อย่าง
ลางเดือนถึงการรับสวามิภักดิ์จาก “เจ้าของพวก
ศกะ” ก็น่าจะเป็นได้ว่าพระองค์มิได้ทรงรบพุ่งกับ
คนเหล่านั้น หรือถ้ามีการรบพุ่งก็คงไม่ประสพ
ผลสำเร็จ ทั้งนี้เพราะไม่น่าเป็นไปได้ว่าพระองค์
จะทรงยอมให้พวกศกะมีอิสรภาพอยู่ ถ้าทรง
สามารถจะป้องกันได้ มีเรื่องเล่าว่าเมื่อพระเจ้า
สมุทรคุปตะสิ้นพระชนม์ พวกศกะประสพความ
สำเร็จในการทำให้จักรวรรดิคุปตะสั่นสะเทือน
และบังคับให้กษัตริย์ผู้อ่อนแอคือ รามคุปตะ
(Rama Gupta) ยอมลงพระนามในสัญญาสันติ
ภาพที่ไร้เกียรติ
วิหารมหาโพธิ์ ที่พุทธคยาสร้างขึ้นครั้งแรกราวคริสต์ศตวรรษที่
๗-๘ และมีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙
อัสสัมไปจรดพรมแดนปัญจาบ พระองค์ทรง
พระประสงค์ที่จะสถาปนาจักรวรรดิที่รวมกัน
อย่างใกล้ชิด ประเภทเดียวกับจักรวรรดิของราช
วงศ์โมริยะ สมุทรคุปตะทรงเป็นกษัตริย์นักรบ
ที่ยิ่งใหญ่มาก แผ่อาณาจักรคลุมไปถึงเบงกอล
อัสสัม เนปาล พื้นที่กว้างใหญ่เหนืออัฟกานิสถาน
ปราบชนเผ่ามาลวา (Malavas) ยุทธยา (Yaud-
heyas) อารชุนยานะ (Arjunayanas) มัทราส
ในยุคพระเจ้าสมุทรคุปตะนี้เองที่บรรดา
หมู่เกาะในทะเลเบงกอล และภาคใต้ของไทยได้
รับอิทธิพลของกองพาณิชย์นาวีของพระองค์ ในปี
ค.ศ. ๓๖๐ พระเจ้าสมุทรคุปตะทรงยอมให้กษัตริย์
จากศรีลังกาผู้นับถือพระพุทธศาสนาเข้ามาสร้าง
พุทธคยา และทรงให้พุทธศาสนิกชนสามารถ
เดินทางเข้ามาจาริกแสวงบุญในพุทธคยาได้
อ่านต่อฉบับหน้า
* เราแยกพระนามออกเป็นสองคำคือ Candra Gupta
เพื่อให้พระองค์และจันทรคุปตะ ที่ ๒ แตกต่างไปจาก
พระเจ้าจันทรคุปตะแห่งราชวงศ์โมริยะ (Candragupta
Maurya)ผู้เคยพบกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
ในภาษาสันสกฤตนั้น พระนามสะกดเหมือนกัน แต่
กษัตริย์แห่งราชวงศ์คุปตะ ทรงยึดถือส่วนหลังของ
พระนาม (คือคุปตะ) เป็นราชสกุล
พฤศจิกายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๖๗